ข่าว

เรือนชานบ้านเมือง-ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย (ที่ใครปฏิเสธไม่ได้)

เรือนชานบ้านเมือง-ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย (ที่ใครปฏิเสธไม่ได้)

06 ส.ค. 2553

นานๆ ครั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ จะมี “โพล” ออกมาอย่างเป็นทางการสักที สำหรับตัวผมแล้ว “โพล” ครั้งนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะได้ทำการสำรวจความเดือดร้อนและความต้องการของคนไทยทั่วประเทศ

ด้วยการสอบถามความเห็นของกลุ่มตัวอย่างถึง 100,920 คน ระหว่างวันที่ 18-24 มิถุนายน ที่ผ่านมา คำตอบที่ได้มาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ในการค้นหา “ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย” เพราะหากไม่รู้ปัญหาก็ตั้งโจทย์ผิด พอตั้งโจทย์ผิดก็จะส่งผลให้วิธีการแก้ปัญหาผิดตามไปด้วย

 จากผลการสำรวจมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 12.8 ทั่วประเทศที่มองว่าตนเป็น “คนจน” ผู้ที่มีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจนมากที่สุด คือคนภาคอีสาน รองลงไปได้แก่ คนกรุงเทพฯ ส่วนต้นเหตุของความจน ส่วนใหญ่ชี้ไปที่การไม่มีทุนประกอบอาชีพ การขาดโอกาสและการเรียนหนังสือมาน้อย ไร้โอกาสที่จะได้งานที่มีรายได้ดี มีอนาคตที่ดีขึ้นครับ

 ในประเด็นที่เกี่ยวกับความจนนั้น เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้แจงเพิ่มเติมว่าการที่ คน กทม.ร้อยละ 14.5 มองว่าตนเป็น “คนจน” นั้น ความจริงเป็นคนจนแค่ร้อยละ 0.8 เพราะตัวเลข “ความจนที่เป็นทางการ” ระบุว่า “คนจน” คือคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1,580 บาท หากมีรายได้มากกว่านี้ไม่ถือว่าเป็น “คนจน” ที่เป็นทางการ เมื่อถามถึงความเดือดร้อนโดยทั่วๆ ไป ตัวอย่างส่วนใหญ่ ระบุปัญหาสุขภาพเป็นปัญหาแรก ตามด้วยการที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวหลายคน การขาดที่พึ่งไม่มีคนดูแล ส่วนคน กทม. พูดถึงการไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่อาศัย เป็นเหตุของความเดือดร้อนหลัก

 ส่วนปัญหาความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ต้นทุนการผลิตสูง ขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ การทำมาหากินฝืดเคือง มีรายได้ไม่แน่นอน รายได้ไม่พอกิน ราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ หรือถูกกดราคา ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ รายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้หนี้ สำหรับผมแล้วที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ กลุ่มที่ “รายได้ไม่พอกิน” มากที่สุดคือ คน กทม. ไม่ใช่คนต่างจังหวัด และไม่ใช่คนอีสานดังที่เคยเข้าใจกัน    

 เรื่องที่คนไทย  “พึงพอใจ”  น้อยที่สุดได้แก่ ความพึงพอใจในสภาพเศรษฐกิจ  ตามด้วยรายได้และหนี้สิน และสภาพสังคม  ผลการสำรวจพบเรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ ชาวอีสานมีความพึงพอใจต่อสภาพความเป็นอยู่ในเรื่องต่างๆ มากที่สุด แม้ว่าจะมีคนจนมากที่สุดก็ตาม ส่วน คน กทม. มีความพึงพอใจต่อสภาพความเป็นอยู่ในด้านต่างๆ น้อยที่สุด  ผลการสำรวจในครั้งนี้ จึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่า  “ความทุกข์”  หรือ  “ความสุข”  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ ฐานะทางเศรษฐกิจหรือความร่ำรวยเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจด้วย 

 ส่วนปัญหา  “ความเดือดร้อนด้านอื่นๆ” คนไทยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 50.2)  ระบุความขัดแย้งทางการเมือง  รองลงไปเป็น การทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการและการเมือง ตามด้วยปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย คน กทม.เห็นว่าการทุจริตโกงกินเป็นปัญหาที่ทำให้เดือดร้อนมากที่สุด ขณะที่คนต่างจังหวัดในภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ระบุความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนภาคใต้เห็นว่าความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเดือนร้อนให้มากที่สุด และที่น่าสนใจคือทั้งคน กทม. กับคนอีสานมองตรงกันอย่างหนึ่งคือเห็นว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กและเยาวชน เป็นต้นเหตุของปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องเร่งเยียวยาแก้ไข

 ผลการสำรวจพบด้วยว่าคนไทยส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้า ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มสวัสดิการในด้านต่างๆ    ทั้งหมดนี้  เป็นผลการสอบถามความคิดเห็นของคนไทยในทุกภาคทั่วประเทศที่สะท้อนให้เห็น “ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย” (ที่ใครปฏิเสธไม่ได้) ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่ทับถมหมักหมมกันอยู่เหล่านี้กำลังรอการเยียวยาแก้ไขอยู่ครับ

ภัทรพล เวทยสุภรณ์