ข่าว

ป๋าเปรมออกงานจปร.123ปีสยบป่วย-เสียชีวิต

ป๋าเปรมออกงานจปร.123ปีสยบป่วย-เสียชีวิต

05 ส.ค. 2553

“ป๋าเปรม”ร่วมงานสถาปนา จปร. 123 ปี สยบข่าว"ป่วยหนัก-เสียชีวิต" ยันยังสบายดี แต่บอก “ประยุทธ์” ไม่ค่อยสบายต้องกินยาแก้ปวดทุกวัน ด้าน “ประวิตร” ยันโผทหารไม่ทำให้กองทัพแตกแยก เชื่อทหารหลุดตำแหน่งหลักจะเข้าใจ

ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ จ.นครนายก วันที่  5 ส.ค. เวลา 9.30 น. พล.อ.หญิงสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินร่วมงานวันพระราชกำเนิด รร.จปร. ครบรอบ 123 ปี โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานน์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก และ นายทหารระดับสูง เฝ้ารับเสด็จ
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของผู้เข้าร่วมงานเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดย พล.อ.เปรม ได้นำปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.ทบ. วางพวงมาลาสักการะพระบรมราชนุสาวรีย์ โดยในปีนี้ พล.อ.เปรม เดินทางมาร่วมงานโดยไม่ได้มีคณะติดตามมากนัก เช่นเดียวกับ พล.อ.สุรยุทธ์ เมื่อเดินทางมาถึง ได้เข้าทักทายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบกเป็นคนแรก พร้อมกล่าวทักทายเพียงสั้นๆ ว่า “ช่วงนี้เราไม่ค่อยสบายนัก ต้องกินยาแก้ปวดทุกวัน”

 ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การมาร่วมงานของ พล.อ.เปรม ในครั้งนี้ ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีกระแสว่า พล.อ.เปรมป่วยจนถึงขั้นถูกยิงเสียชีวิตในช่วงเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยสีหน้าของ พล.อ.เปรม ในวันนี้ยิ้มแย้มไม่มีได้แสดงออกถึงอาการเจ็บป่วยแต่อย่างไร เพียงแต่ขณะนี้มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น
 
 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงสุขภาพว่าขณะนี้สบายดีหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า สบายดี เมื่อถามย้ำว่า ช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่าถูกยิงเสียชีวิต พล.อ.เปรม ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ได้แต่แสดงอาการ “ยิ้ม” เท่านั้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ พล.อ.ประวิตรและคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพ รอต้อนรับคณะของ พล.อ.เปรม อยู่นั้น พล.อ.ประวิตรได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 ที่มีทั้งคนผิดหวัง และสมหวังกับการโยกย้ายครั้งนี้ โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาเพราะคนที่จะมาดำรงตำแหน่งหลักมีเพียงตำแหน่งละหนึ่งคนเท่านั้น แต่ผู้ที่ไม่ได้รับตำแหน่งก็เข้าใจดี การจัดทำบัญชีทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของกองทัพ และเป็นไปตาม พรบ.การจัดระเบียบส่วนราชการกระทรวงกลาโหม พ.ค.2551 และตนก็มีสิทธิ์มีเสียงเดียวเท่ากับ ผบ.เหล่าทัพ ในการที่จะเสนอชื่อใครมาดำรงตำแหน่ง

 พล.อ.ประวิตร ยังมั่นใจว่า โผโยกย้ายประกาศออกมาเมื่อไหร่กำลังพลทุกคนก็จะต้องยอมรับ และเชื่อว่าจะไม่ทำให้กองทัพเกิดความขัดแย้งกัน และกองทัพก็ไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่สื่อพยายามไปเขียนว่าทหารที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหลักเป็นทหารจากกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ที่พูดกันมากในเวลานี้ แต่ความจริงแล้วทุกคนขึ้นมาตามจังหวะ และระดับชั้นที่เหมาะสม ตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็เป็นไปตามขั้นตอน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก กว่าจะขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอนเช่นกัน และกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ก็มีตน ที่เป็นบูรพาพยัคฆ์ เพราะตนเติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหม่อมเจ้าจักรพงศ์ภูวนาท ก็เป็นผู้ก่อตั้งบูรพาแห่งนี้ ดังนั้นถือว่าตนเป็นคนเดียวที่เป็นบูรพาพยัคฆ์
 
 ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปมีตัวแทนของ จปร.รุ่น ๆ ต่างมาร่วมงาน โดยเฉพาะ 5 เสือทบ. เช่น พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. ที่จะขยับไปเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. ที่จะขึ้นเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ที่จะข้ามไปเป็น รอง ผบ.สส. โดยในงานดังกล่าว พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก ยังคงพูดคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อน ตท. 12 ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และมีการจับมือคล้ายเป็นการแสดงความยินดี หลังจากมีข่าวว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ในขณะที่ พล.อ.วิชญ์ ได้เดินมาจับมือ และ ตบไหล่ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งหลุดจากโผ 5 เสือ ทบ. เพียงได้ขยับมากินอัตราพลเอกในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก หลังจากนั้น พล.ท.คณิต ได้เดินไปพูดคุยพักใหญ่ กับ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท รองผบ.สส.ที่จะข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม