
คอป.เดินสายรับฟังความเห็นชาวเชียงใหม่-เสื้อแดง
"คณิต ณ นคร" ควงปลัดก.ยุติธรรม เดินสายรับฟังความเห็นชาวเชียงใหม่ ระบุเร่งทำงานให้เสร็จเร็วที่สุดแต่ไม่เกิน 2 ปี เผยไทยยังมีปัญหาเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่อ่อนแอ-การตรวจสอบอำนาจทหารยังไม่ดีพอ ขณะที่ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงเสนอแนะ 3 ข้อสร้างปรองดอง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (5 สิงหาคม) สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมาธิการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายพีระยุทธ วรรณพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน เดินสายรับฟังความคิดเห็น โดยในช่วงเช้าเป็นการพบปะกับกลุ่มตัวแทนเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายพรมศักดิ์ แสนโพธิ์ ผู้ประสานงานภาคีบ้านชุ่มเมืองเย็น นายศรีวรรณ จันทร์ผง แกนนำกลุ่มนปช.แดงเชียงใหม่ และนักวิชาการรวมกว่า 20 คน และในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น. จะเป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเสื้อหลากสี
นายคณิต เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทราบว่าภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมานายมาร์ค ตามไท ผู้อำนวยการสถาบันศาสนาฯ ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นในพื้นที่จากทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง จนมีการประสานงานให้คอป.เดินทางเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบ หากจะสงบได้ก็ต้องมาฟังความคิดเห็นกัน เพื่อนำไปผลักดันให้เกิดความปรองดอง สงบขึ้นได้ ที่ผ่านมาคอป.ก็ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับหลายฝ่าย
ทั้งนี้ หลายคนอาจเข้าใจว่าหน้าที่ของคอป.คือการสอบหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่ราชประสงค์เท่านั้น แต่จริงๆ ไม่ใช่ เป็นกระบวนการที่มองลึกมากกว่านั้น เป็นกระบวนการค้นหาความจริง ทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก หรือหากเกิดขึ้นให้มีผลน้อยที่สุด และจะทำอย่างไรให้สังคมไทยไม่กลับมาเป็นแบบเดิมอีก กรอบงานคอป.คือ 1. การค้นหาความจริง 2. การป้องกันความขัดแย้งไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก และสุดท้ายเสนอแนะการบริหารจัดการเชิงโครงการไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีก ซึ่งระยะเวลาในการทำงานก็จะทำให้เร็วที่สุดแต่จะไม่เกิน 2 ปีแน่นอน
"ครั้งต่อไปคาดว่าจะเป็นการเปิดเวทีที่จ.อุดรธานี อยู่ในระหว่างการประสานงานกันอยู่ ผมเชื่อมั่นว่าสังคมไทยเป็นสังเครือญาติ พูดคุยกันได้ และจะนำมาซึ่งการปลอมรวมและสันติสุขในอนาคต การรับฟังความคิดเห็นก็เป็นการรวบรวมข้อมูลความคิดทุกฝ่ายแล้วนำไปพิจารณาว่าเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งฟังมากก็จะยิ่งเข้าใจมาก ให้ทุกกลุ่มได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นต่อสาธารณ เสนอความเห็นที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมคิดว่าเป็นงานที่ท้าทายและถือว่าเป็นงานหนักที่สุดในชีวิตที่ผมเคยทำมา" นายคณิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเมืองไทยมีปัญหาในหลายส่วน ทั้งกระบวนการยุติธรรมของไทยอ่อนแอมาก ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเช่นประเทศเกาหลี หรือญี่ปุ่น หากกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเข้มแข็งจริงก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2549 ถ้าไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้ทุกอย่างก็จบ ประเทศที่เจริญแล้วล้วนแต่มีกระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็งแทบทั้งสิ้น ถ้าเราต้องการที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแต่ไม่พัฒนากระบวนการยุติธรรมก็ไม่มีอนาคต รวมถึงการตรวจสอบอำนาจทหารของไทยก็ยังไม่ดีพอ ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครสามารถรับรองได้
นายศรีวรรณ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะในเวทีรับฟังความเห็นมี 2 ประเด็น 1.ให้มีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด 1 ชุด อาจประกอบด้วยนักวิชาการ สื่อมวลชน ประชาชน กลุ่มเสื้อเหลือง-แดง หรือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทั้งนี้ เชื่อว่าการทำงานร่วมกันจะช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศไทยได้ 2.การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เชียงใหม่ทันที โดยส่วนตัวแล้วมองว่าถ้ารัฐไม่สามารถควบคุมปัญหาความรุนแรงเฉพาะหน้าได้ด้วยกฎหมายที่มีอยู่ ถือว่ารัฐบาลล้มเหลว ควรจะยุบสภาและลาออกไป 3.เรียกร้องความเป็นธรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้รับการปฏิบัติเหมือนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากทำได้ตามนี้ผมเชื่อว่าความกดดันจะคลี่คลายลงได้
"ความยุติธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เกิดการเปรียบกันการปฏิบัติระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองกับกลุ่มเสื้อแดง ผมเห็นว่าคนเสื้อแดงถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม หากเกิดความยุติธรรมขึ้น เผมเชื่อว่าเงื่อนไขการเจรจาปรองดองก็จะเกิดขึ้นได้ เชื่อว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ แต่รัฐบาลต้องรับฟังคนเสื้อแดงด้วยเช่นเดียวกัน" นายศรีวรรณ กล่าว
ขณะเดียวกันนายพรมศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องการคือ 1.การสืบค้นหาความจริงอยากให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่การปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายน 2549 2. เรียกร้องให้มีการป้องกันความขัดแย้ง และสุดท้ายการฟื้นฟูและเยียวยาครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยจากการรวบรวมตัวเลขเหตุการณ์เดือนเมษายนและพฤษภาคม พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 86 คน ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,884 คน ผมเห็นว่าที่ผ่านมาหลังจากที่มีการแต่งตั้งคอป.ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า ต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มมากขึ้น



