ข่าว

“บวรศักดิ์”ขอบายไม่นั่งกก.ปฎิรูปการเมืองระบุกลัวเป้าถูกถล่ม

“บวรศักดิ์”ขอบายไม่นั่งกก.ปฎิรูปการเมืองระบุกลัวเป้าถูกถล่ม

25 มี.ค. 2552

“บวรศักดิ์”ขอบายไม่นั่งกรรมการอิสระฯ ปฎิรูปการเมือง อ้างเหตุเคยเป็นผู้ร่างรธน.40 หวั่นจะกลายเป็นเป้าถูกถล่ม และกั้นข้อครหาตามมา

นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองจากสถาบันพระปกเกล้า และให้ตั้งคณะกรรการอิสระ ไม่เกิน 50 คน เพื่อรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย เรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยและการปฏิรูปการปกครองว่า เรื่องนี้ตนได้มอบให้นายวุฒิสาร ตันไชย ที่เป็นกรรมการและเลขานุการฯ เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ทั้งหมด และตนจะไม่เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการชุดนั้น

เพราะตนทำหน้าที่เป็นเพียงฝ่ายเลขานุการเท่านั้น อีกทั้งสถาบันพระปกเกล้าเป็นเพียงเวทีที่ใช้ในการดำเนินการเท่านั้น ส่วนรายชื่อคณะกรรมการอิสระทั้ง 50 คน นายสุจิต บุญบงการ ประธาน และนายวุฒิสาร ตันไชย เป็นกรรมการและเลขานุการฯ จะเป็นผู้ดูความเหมาะสม แต่กระบวนการสรรหากรรมการฯทั้ง 50 คนยังไม่ได้เริ่ม เพราะรัฐบาลขอเวลาปรึกษากับฝ่ายค้าน ในวันที่ 26 มี.ค.เพื่อขอความร่วมมือก่อน แต่หากรัฐบาลอยากให้การดำเนินการสรรหาคณะกรรมการฯใช้เวลาเร็วขึ้น ก็ต้องไว้ใจนายสุจิต และนายวุฒิสาร หากอยากใช้เวลานาน ก็ทำเหมือนการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯใช้เวลา ประมาณ 3 เดือน กว่าจะครบ 50 คน

 อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางสถาบันพระปกเกล้าไม่ได้เป็นผู้ร้องขอเป็นผู้ดำเนินการ หากรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นว่า หากให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพจะเกิดปัญหา ใช้เวลาดำเนินการนานไป รัฐบาลก็นำเรื่องนี้ไปทำเอง ก็จบ หรือหากฝ่ายค้านไม่ยอมรับ ก็ไม่เป็นไร

 “หากไม่ใช้เวทีของสถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้ดำเนินการ รัฐบาลก็ไปหาเวทีอื่น หากจะเอาเวทีของสภา ฯก็เอา ถ้าคิดว่าสภาฯจะทำได้ ก็เอา หรือจะใช้มหาวิทยาลัย เป็นเวทีก็ได้ เพราะทั้งหมดนี้สถาบันพระปกเกล้า ไม่สามารถไปทำอะไรได้ นอกจากเป็นแค่เวทีให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม”นายบวรศักดิ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สถาบันพระปกเกล้ามีธงหรือไม่ ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตรใดเป็นหลัก นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า คำว่าเวที ก็บอกในตัวเองแล้ว ว่าเราเป็นผู้จัดเวทีและเป็นฝ่ายเลขานุการ คนที่จะให้ธง คือ คณะกรรมการอิสระ ทั้ง 50 คน แต่หากตนมีข้อเสนออะไร ก็จะเสนอความเห็นผ่านกรรมการอิสระ เหล่านั้น ซึ่งตนมีหลายข้อเสนอ เช่น เรื่องการกล่าวหาป.ป.ช. ว่าการยื่นเรื่องว่าป.ป.ช.กระผิดต่อหน้าที่ และส่งให้ศาลฎีกา พิจารณา เพื่อศาลฎีการับเรื่อง แล้วป.ป.ช.หยุดปฏิบัติหน้าที่ อาจจะต้องแก้ เพราะอาจจะต้องแก้ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาว่า หากเห็นว่าป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แล้วไม่กระทบการพิจารณาคดีของศาล ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ มิฉะนั้นจะมีการกล่าวหาป.ป.ช.อย่างพร่ำเพรื่อ เพื่อให้การทำงานของป.ป.ช.มีอุปสรรคมากขึ้น

 “เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ผมมีหลายเรื่องที่จะเสนอต่อคณะกรรมการอิสระทั้ง 50 คน แต่หากเสนอแล้ว เขาไม่รับก็จบ เพราะเหตุนี้ตนจึงไม่เข้าไปอยู่ในกรรมการฯ 50 คน ยอมรับว่านายสุจิตต์ โทรศัพท์มาถามผมตั้งแต่แรก ผมบอกว่า อย่างเอาผมเข้าไปเลย เพราะผมเป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญปี 2540 เข้าไปแล้วเดี๋ยวจะกลายเป็นเป้าว่ามาเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2540 เอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นกรรมการฯดีกว่า”

 เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นเจ้าภาพดำเนินการเพื่อต่ออายุรัฐบาล นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่อาจรู้ใจใครได้ เพราะตนไม่ใช่พระอริยบุคคล แต่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของสังคมที่จะคิดอย่างนั้น แต่ที่ควรถามมากว่านั้นคือ จริงแล้วสังคมมีปัญหาและต้องการหาทางออกจริงหรือไม่ และอะไรคือทางออก แต่ใครจะเป็นคนบอกว่าอันไหนคือทางออก อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในสังคม หากมองผิวเผินเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล แต่หากมองลึกลงไป เป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ระหว่างคนมีกับคนไม่มี หากจะแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้ได้ ก็ต้องทำให้คนที่ไม่มี ลดน้อยลง ให้คนที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่สามารถแก้ได้ ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องแก้ด้วยการจัดสรรทรัพยากร และความมั่งคั่ ง