
"แม้ว"ขึ้นบัญชีดำส.ส.เพื่อไทยรับ2ทาง
ส.ส.เชียงใหม่ เผย "ทักษิณ"ทำแบล็คลิสต์ส.ส.เพื่อไทยรับ 2 ทาง ย้ำได้ 45-50 ล้านต่อคน จวกอีแอบรอโก่งค่าตัว ช่วงก่อนเลือกตั้ง ระบุ แม้ว เขียนนโยบายได้กลับมาเป็นรัฐบาลแน่ ด้านอภิวันท์ ระบุ ส.ส.เพื่อไทยถูกมัดจำก่อน 20 ล้าน
(5สค.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยกล่าวกรณีนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทยที่ประกาศย้ายไปพรรคภูมิใจไทยระบุว่าจะมีส.ส.พรรคเพื่อไทยอีกประมาณ 7 คน ย้ายไปอยู่พรรคภท.ด้วยว่า ขอชมนายจุมพฏและส.ส.อีก 3 คนที่กล้าประกาศตัวย้ายไปพรรคอื่น เพราะอย่างน้อยก็เป็นลูกผู้ชายที่กล้าทำกล้ารับ และให้เวลาพรรคเพื่อไทยในการหาคนใหม่มาลงแทน แต่ในส่วนของกลุ่มอีแอบในพรรคเพื่อไทย ที่ตนยอมรับว่ามีอยู่จำนวนไม่น้อยนั้น กลุ่มนี้ต้องขอประณาม เพราะเหยียบเรือสองแคมรับเงินทั้ง 2 พรรคและบางคนก็คิดว่าจะรอโก่งค่าตัวในนาทีสุดท้ายช่วงใกล้เลือกตั้ง
ซึ่งจะทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถหาตัวผู้สมัครลงเลือกตั้งแทนได้ทันเวลา แต่ขอบอกผ่านสื่อไปยังคนกลุ่มนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนากยรัฐมนตรี ทราบข้อมูลดีว่าใครบ้างและมีความใจกว้างที่จะ ส.ส.อีแอบกลุ่มนี้ตัดสินใจ เพราะขอบอกไว้เลยว่า วันนี้นโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้คิดและทำเป็นร่างนโยบายไว้หมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากทราบข้อมูลว่ามีส.ส.ในพรรครับเงินสองทางจะมีการนำข้อมูลมาประจานหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในพรรคได้มีการหารือกันแต่ตัวบุคคลนั้นบางส่วนยังไม่แสดงตัวชัด ทราบข้อมูลว่าฝ่ายมีอำนาจที่จะมาดูด ส.ส.ไปให้ค่าตัวถึงคนละ 45-50 ล้านบาท แต่เรายังไม่มีความคิดจะดูดกลับ เพราะเชื่อมั่นว่ากระแสพรรคเพื่อไทยยังดีอยู่และจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลแน่นอน
ด้านพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีการใช้เงินเพื่อจูงใจให้ส.ส.ย้ายพรรคว่า จากการสอบถามสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางรายนั้นยอมรับว่ามีการเสนอตัวเลขถึง 50 ล้านบาท โดยมัดจำก่อน 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเรื่องนี้พรรคคงไม่ไปสกัดกั้นสมาชิกเพราะต้องการให้สมาชิกอยู่กับพรรคด้วยความสมัครใจ สิ่งที่พรรคจะทำคือการทำนโยบายที่ดี สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้เพื่อทำให้พรรคมีความเข้มแข็ง ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือที่ผ่านมานั้น พรรคได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน ดังนั้น จึงไม่ต้องห่วงว่าใครจะอยู่หรือจะไปจากพรรค เพราะที่สุดแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
พ.อ.อภิวันท์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) จะจัดทำวีซีดีเผยแพร่เหตุการณ์ทางการเมือง โดยอาจมีเนื้อหาที่กระทบกับพรรคไทยรักไทยด้วยว่า เรื่องนี้เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลมีความจริงใจหรือไม่ เพราะการสร้างความปรองดองนั้นต้องเริ่มจากการมีเมตตาต่อกันและให้อภัยต่อสิ่งที่เคยกระทำผิดต่อกันมาก่อนโดยไม่มีการปัดความรับผิดชอบหรือมีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้พรรคจะจัดทำวีซีดีเพื่อเผยแพร่ความจริงในการชุมนุมทางการเมืองเพื่อแจกกับประชาชนด้วยเช่นกัน โดยวีซีดีดังกล่าวจะมีเนื้อหาเช่นเดียวกับที่ไปปราศรัยในการพบปะกับประชาชนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งนั้น พรรคจะเตรียมนโยบายที่จะแสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม โดยจะยังชูพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการหาเสียงแม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่สามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ก็ตาม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นที่ปรึกษาในการกำหนดนโยบายของพรรคจากความสำเร็จที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยกำหนดนโยบายที่สามารถนำมาปฏิบัติให้เห็นผลได้จริงมาแล้วจนได้รับการยอมรับจากประชาชน



