ข่าว

มาร์คทวิตปลุกคนไทยช่วยป้องกันวินาศกรรม

มาร์คทวิตปลุกคนไทยช่วยป้องกันวินาศกรรม

05 ส.ค. 2553

นายกฯ แจงสภายันรัฐบาลพยายามเดินหน้ายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ โต้ไม่เคยให้พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมขังคนในค่ายทหาร ท้าหากมีจริงให้แจ้ง ยันไม่ใช้ “ ศอฉ. ” เป็นเครื่องมือการเมือง กลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม วอนกลับใจหยุดใช้ความรุนแรง

(5ส.ค.) การประชุมสภาผู้แทนราษฏร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจาณากระทุ้ถามสดเรื่อง การยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและอุปสรรคนโยบายปรองดองของรัฐบาล ถามโดยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ถามนายกรัฐมนตรี โดยนายไพจิตถามว่า การถามกระทู้สดในวันนี้เพื่อควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้องแต่ควรยกเลิกไม่ควรนำมาใช้ในระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ในวันที่ 12 มี.ค. 2553 ประชาชนได้มาชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย โดยมามือเปล่าพร้อมกับความจริงใจในการทำหน้าที่ของประชาชน โดยหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังและตอบแทนตามระบอบประชาธิปไตยตามที่ควรจะเป็น แม้ว่าการชุมนุมอาจผิดกฎหมายบ้างแต่ยังอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยวันที่ 7 เม.ย. 2553 ผู้ชุมนุมได้มาล้อมสภาเพื่อต้องการพบนายกรัฐมนตรีแม้จะมีผู้ชุมนุมบางส่วนเข้ามาในรัฐสภา แต่ไม่ได้มีความรุนแรงต่อมาในช่วงบ่ายของวันเดียวกันได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการฉุกเฉิกฯ เพื่อดูและเหตุการณ์ที่ร้ายแรง ต่อมามีการตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.)

 นายไพจิต กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากเชื่อว่านายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักเรียนนอกจะใช้เครื่องนี้แบบนี้ดูแลการชุมนุมในระบอบประชาธิปไตย ต่อมามีสถานการณ์วันที่ 10 เม.ย. 2553 ซึ่งมีการขอคืนพื้นที่และสลายการชุมนุม โดยมีการเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเวลากลางคืน ตนนึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์วันนั้นจะทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าว 20 คน ซึ่งหลังเหตุการณ์ตนหวังว่าจะมีผู้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและเยียวยาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตนมองว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นผลจาการทำงานของศอฉ. ต่อมามีการชุมนุมต่อที่ราชประสงค์ซึ่งมีผู้กล่าวอ้างว่ามีผู้ก่อนการร้ายเกิดขึ้น

 " พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่ยาวิเศษ เพราะพอใจแล้วก็มีคนจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล ผมเห็นว่าคืนวันที่ 15-18 พ.ค. และที่ร้ายแรงที่สุดวันที่ 19 พ.ค. การกระชับพื้นที่ที่เกิดขึ้นไม่ควรเลยที่จะมีสถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจนล่าสุดมีคนตายถึง 91 คน คนบาดเจ็บนับ 2 พันคน นี่คือผลของ ศอฉ.ทั้งนั้น "

 นายไพจิต กล่าวอีกว่า ตนอยากถามว่าคืนที่เกิดเหตุยิงผู้ชุมนุมและอาสาสมัครที่วัดปทุมวนารามในวันที่ 19 พ.ค. นายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหน ขณะนี้มีการตรวจสอบและมีรายงานผลแล้วหรือยัง และอยากทราบว่าจะใช้ ศอฉ.เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเอาชนะประชาชนอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากยังมีการออกหมายจับส.ส.อีกหลายสิบคนในฐานะเป็นผู้ก่อการร้ายจะยิ่งทำให้เป็นสัญญาณความเสียหายของระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ตนเป็นส.ส.มาไม่เคยมีผู้แทนเป็นผู้ก่อการร้ายในสภาแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีหมายจับผู้แทนในฐานะผู้ก่อการ้าย จึงเชื่อว่าครั้งนี้เป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำร้ายนักการเมืองที่มีความเห็นตรงข้าม ตนอยากถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทำให้เกิดเหตุการณ์และการกล่าวหากันไม่จบสิ้นตนอยากให้ผู้แทนที่เป็นประชาธิปไตยใช้สิทธิการเป็นสมาชิกช่วยกันให้ยกเลิกกฎหมายได้หรือไม่ ศอฉ.และรัฐบาลมีท่าทีทีจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่ และจะเลิกเมื่อใด

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ได้ถามมีการตอบชี้แจงไปแล้วในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอชี้แจงว่ารัฐบาลพยายามบริหารสถานการณ์บนความเคารพในสิทธิของประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือน พ.ค.รัฐบาลพยายามไม่ให้เกิดการกระทบกระทั้งและได้เดินทางไปเจรจาเพื่อหาข้อยุติแต่ไม่ได้มีการตอบรับ ที่บอกว่าการชุมนุมเป็นการชุมนุมโดยสงบต้องไม่ลืมว่าในวันที่ 8 พ.ค. ศาลได้มีการวินิจฉัยว่าการชุมนุมเป็นการชุมนุมเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูยไปแล้ว

ส่วนเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.ปฏิบัติการของทหารได้พยายามระมัดระวังตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงช่วงค่ำแต่ปัญหามาเกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อทหารพยายามถอยกลับแต่มีประชาชนมาปิดล้อมในการถอยของเจ้าหน้าที่ ต่อมามีกองกำลังติดอาวุธมาก่อเหตุทำให้เกิดความสูญเสีย เรื่องนี้ได้กำหนดเป็นคดีพิเศษและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนเหตุการณ์เดือนพ.ค.เจ้าหน้าที่พยายามปิดล้อมให้ผู้ชุมนุมสลายการชุมนุมไปเอง แต่ต่อมามีการปะทะและปิดล้อมในบริเวณโดยคอบไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมนุม ส่วนเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมสลายไปแล้วรัฐบาลได้มีการกำชับไม่ให้ใช้ความรุนแรง การเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ในบริเวณวัดปทุมวนาราม ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ตรงนั้น เพราะเกิดการเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล จึงต้องเข้าไปแต่กลับถูกยิงสกัด โดยตนยังได้รับรายงานว่ามีถูกยิงแล้วเข้าไปในวันจึงได้มีความพยายามเข้าไปนำคนที่บาดเจ็บออกมาแต่ไม่สามารถเข้าไปได้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่มีแแนวคิดที่จะสลายการชุมนุมแต่อย่างใด ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลจะเอาพ.ร.ก.ฉุเฉินฯไปใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่เป็นความจริง โดยรัฐบาลได้เดินหน้ายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินมากว่าครึ่งของพื้นที่ที่ประกาศไว้ โดยรัฐบาลยังเดินหน้าที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป ทั้งนี้การออกหมายจับทีเกิดขึ้ในขณะนี้ไม่ได้ใช้อำนาจ ศอฉ.แต่ใช้อำนาจจากฎหมายอาญาที่อยู่เดิม โดยการออกหมายจับไม่ได้ทำโดยอำเภอใจแต่ได้ออกหมาจับโดยการอนุญาตของศาล ขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไปกลั่นแกล้งคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง การใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้ทำโดยโปร่งใส การใช้อำนาจทุกครั้งได้ประกาศให้ทราบว่ามีการใช้อำนาจเมื่อใดและอย่างไร รัฐบาลไม่เคยมีแนวคิดที่จะใช้กำลังสลายการชุมนุม ส่วนจะมี ส.ส.เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ได้มีการพิจารณาตรวจสอบโดยดูว่ามีพฤติกรรมเข้าตามที่กฎหมายอาญาบัญญัติห้ามไว้หรือไม่

 นายไพจิต กล่าวอีกว่า ที่มีข่าวว่ามีค่ายทหารที่จ.กาญจนบุรีควบคุมตัวผู้ชุมนุมไว้จริงหรือไม่ ตนยังอยากรู้ด้วยว่าเหตุใดยังมีการออกหมายจับผู้มาชุมนุมโดยสงบที่ชุมนุมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนสั่งให้เกิดความรุนแรงไม่ใช่ใครขอให้ไปส่องกระจกดูก็จะรู้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดูและสถานการณ์ที่มีการใช้เงินกว่า 2,900 ล้านบาทในการดูแลเจ้าหน้าที่ ตนอยากทราบว่ารัฐบาลได้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ และใครควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้ สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ผ่านมามีการเรียกร้องจากหลายฝ่ายคั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่เสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ตนจึงอยากถามย้ำว่าที่บอกว่าจะทยอยเลิกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะยกเลิกทั้งหมดเมื่อเมื่อใด และอย่าให้รัฐบาลเอาศอฉ.หรือพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาเป็นข้ออ้างในการดูแลสถานการณ์ โดยถ้ารัฐบาลไม่อยากเลิกศอฉ.จริงๆ ก็อให้ ศอฉ.อยู่คู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปก็ได้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่มีการใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนำคนไปขังในสถานที่ต่างๆ โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไม่ได้อนุญาตให้รัฐบาลหรือฝ่ายใดทำเช่นนั้น ดังนั้นหากพบว่ามีขอให้แจ้งมาซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการสอบข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องคดีความขอย้ำว่าสุดท้ายทุกเรื่องจากเข้าสู่กระบวนการยุติธราม สำหรับกระบวนการเยียวยาทั้งหมดได้ดำเนินการโดยไม่มีการแบ่งสี ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดใช้กฎหมายพิเศษอย่างไม่จบไม่สิ้น โดยพื้นที่ได้ยกเลิกได้ก็จะยกเลิก โดยรัฐบาลได้เร่งรัฐให้ ศอฉ.และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินผลมารายงานตลอดเวลาว่าพื้นที่ใดพร้อมที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้หลายจังหวัดที่ได้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปแล้วยังยังมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่เป็นการเคลื่อนไหวที่จะไม่มีความรุนแรง ดังนั้นจึงไม่เป็นอุปสรรค ขณะที่มีหลายพื้นที่มีความเคลื่อนไหวที่ประสงค์ให้มีความรุนแรงรัฐบาลจึงต้องดูแลต่อไป

 "การระดมเจ้าหน้าที่มาและมีสิทธิในการรับเบี้ยเลี้ยงนั้นทั้งหมดเป็นการทำเพื่อคุ้มครองคนไทย ต้องไม่ลืมว่าในการชุมนุมมีการใช้อาวุธกับประชาชนโดยเราไม่รู้ว้่าเป็นใคร เรามีหน้าที่คุ้มครองประชาชนทุกกลุ่ม ขอยืนยันว่าถ้ามีการไปใช้กำลังในทางไม่ถูกไม่ต้องก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่พยายามกล่าวหาว่าตนเป็นคนสั่งฆ่าประชาชน ขอยืนยันว่าไม่เป็นจริง หากได้มาอยู่กับผมจะทราบว่าตลอดเวลา 2 เดือนมีความพยายามที่จะดูแลการชุมนุมอย่างไร ท่านคงจะรู้ว่ามีคนหลายกลุ่มที่ต้องการเอาชนะทางการเมือง โดยพร้อมที่จะทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงว่าชีวิตของประชาชนจะต้องสูญเสียอย่างไร อย่าไปเป็นแนวร่วมกับเขาเลยครับ มาเป็นแนวร่วมกับฝนักประชาธิปไตยที่ไม่เอาความรุนแรงดีกว่าผมว่าถ้าเป็นอย่างนี้การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็จะทำได้เร็วขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ด้านร.ต.อ.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงว่า ได้รับหมายเรียกจาก ศอฉ.ให้ไปรายงานตัวที่ สน.ลุมพินี ทั้งที่ตนติดงานต้องไปร่วมเป็นกรรมการวันระพี และจะไม่ไปรายงานตัวแน่นอน ขอท้าเลยว่าหากจะออกหมายจับคนก็ออกมาเลย

อภิสิทธิ์ทวิตปลุกคนไทยช่วยป้องกันวินาศกรรม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.19 น. นายอภิสิทธิ์  ได้ส่งข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์โดยใช้ชื่อ @PM_Abhisit โดยนายกฯระบุว่า “คนไทยต้องช่วยกันป้องกันการก่อวินาศกรรม ถ้าทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ก็จะเบาลง ใครก็ตามที่ไม่นิยมความรุนแรงก็อยากให้เข้ามาช่วย”