ข่าว

"มาร์ค"ฝากกำนัน-ผญบ.แจงปรองดอง

"มาร์ค"ฝากกำนัน-ผญบ.แจงปรองดอง

05 ส.ค. 2553

นายก"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ฝากกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยแจงแนวทางการปรองดองกับลูกบ้าน

(5ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อเวลา 10.00 น.นายกรัฐมนตรี ลงมาห้องประชุมสภาฯเพื่อพบปะและให้โอวาทกับคณะกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการจากอ.บำเหน็ดณรงค์ จ.ชัยภูมิ ที่เดินทางมาดูงานรัฐสภา โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในส่วนรัฐสภาและรัฐบาลต้องทำงานใกล้ชิดกับพวกท่าน เมื่อปี 52 รัฐสภามีโครงการนำกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและในส่วนรัฐบาลก็ผลักดันเรื่องค่าตอบแทนและเรื่องการทำให้บทบาทกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีควมชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพราะระยะหลังมีองค์กรท้องถิ่นมากขึ้นและสิ่งสำคัญคือรัฐบาลหผลักดันนโยบายหลายเรื่องที่เกี่ยงข้องกับประชาชนโดยเฉพาะสวัสดิการ การประกันรายได้ ในฐานะที่ท่านมีความใกล้ชิดกับประชาชนอาจมีปัญหาในการบริหารงานนโยบายเช่นการจ่ายเบี้ยยังชีพ หรือประกันรายได้เกษตรขอให้แจ้งกับรัฐบาลเพื่อตอบสนองเนื่องจากเป็นนโยบายใหม่และมีประชาชนเกี่ยวข้องจำนวนมาก

 นายกฯ กล่าวอีกว่า บ้านเมืองของเราประสบปัญหาวิกฤติจากความขัดแย้งความแตกแยก อยากย้ำว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ผู้คนในบ้านเมืองจะมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะทางการเมือง บางคนชอบพรรคนั้นพรรคนี้อันนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาและการแสดงออกก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย แต่การแสดงออกต้องมีขอบเขต ถ้าหากเราส่งเสริมให้คนสามารถแสดงออกอยู่ในขอบเขตคิดตรงกันหรือคิดต่างกันสามารถคุยกันด้วยเหตุด้วยผลได้เราก็ทำให้บ้านเมืองเรามีความเข้มแข็งได้ แต่หากเราปล่อยให้มีความคิดว่าเห็นไม่ตรงกันแล้วใช้ความรุนแรงได้อันนี้เป็นการทำลายประชาธิปไตยและทำลายบ้านเมืองด้วย

 “รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งตอนนี้ในการผลักดันต่าง ๆ ที่นำไปสู่ความปรองดอง มีคณะกรรมการมีผู้ใหญ่ในสังคมหลายฝ่ายได้เข้ามาช่วยทำงานอย่างเป็นอิสระ แต่ว่าสุดท้ายมันจะได้ผลหรือไม่อยู่ที่ประชาชน รับรองได้เลยว่าในทุกพื้นที่หากท่านกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านช่วยกันดูแลอย่าให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ ถ้าทำได้ทุกแห่งผมก็นึกไม่ออกว่าปัญหามันจะเกิดระดับชาติได้ยังไง ฉะนั้นหากว่าเราทุกคนช่วยกันตรงนี้ก็จะทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญในการที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อต้นปีเศรษฐกิจเริ่มขยายตัวดีมาก รายได้ของประชาชนก็เริ่มดีขึ้นมาก พอมาเกิดเหตุช่วงเมษายน-พฤษภาคมก็เลยต้องสะดุดถอยไปอีก แต่ว่าตอนนี้ก็กลับมาขยายตัวอีกฉะนั้นก็ช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ เพราะว่าสุดท้ายคนที่เดือดร้อนจริง ๆ คือประชาชน เพราะเวลามีความขัดแย้งความวุ่นวายคนที่รับภาระหนักสุดก็คือประชาชน เพราะการค้าขายก็ฝืดเคืองนักท่องเที่ยวก็ไม่มา

 “พื้นที่ของท่านรัฐบาลได้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเรียบร้อยแล้วเพราะเราพยายามเร่งทยอยยกเลิกในพื้นที่ต่าง แต่ที่ที่มีอยู่ก็จำเป็นเนื่องจากให้เจ้าหน้าที่เขาสามารถในการที่จะระงับป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย แต่เราก็พยายามเร่งเจ้าหน้าที่ในการที่จะให้กลับไปสู่การใช้อำนาจตามกฎหมายปกติ อันนี้จึงเป็นสิ่งที่อยากจะฝากทุกท่านกลับไปเมื่อท่านเดินทางกลับไปก็จะได้ช่วยชี้แจงการทำงานให้กับประชาชนในการนำบ้านเมืองของเราเข้าสู่ความสงบสุขสามัคคีได้และการพัฒนาเรื่องต่าง ๆ ก็จะได้เดินหน้าต่อไปได้”นายกฯ กล่าว