ข่าว

 ปัดตั้งบึงกาฬแก้เคล็ดเผยดันตั้ง3จว.ใหม่ไม่ผ่าน

ปัดตั้งบึงกาฬแก้เคล็ดเผยดันตั้ง3จว.ใหม่ไม่ผ่าน

05 ส.ค. 2553

พบดันตั้ง 3 จังหวัดใหม่แต่วืด ทั้ง จ.พระนารายณ์ จากลพบุรี จ.ฝาง จากเชียงใหม่ และ จ.แม่สอด จากตาก "บุญจง" อ้างไม่ผ่านหลักเกณฑ์ ยันตั้งจังหวัดใหม่ไม่เกี่ยวการเมือง ปัดตั้งบึงกาฬจังหวัดที่ 77 หวังแก้เคล็ด ประธานสภาอุตฯ หนองคายหนุนแยกตัว ชี้ทำการค้าคักคึก ขณ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์  รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงหลักเกณฑ์การตั้งจังหวัดใหม่หลังจากล่าสุดตั้ง จ.บึงกาฬ แยกมาจาก จ.หนองคาย เป็นจังหวัดที่ 77 ว่า หลักเกณฑ์ต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2524 คือ 1.ต้องมีไม่น้อยกว่า 8 อำเภอ 2.มีประชากรไม่น้อยกว่า 3 แสนคน และ 3.หน่วยงานราชการที่จะมาเป็นจังหวัดใหม่มีความพร้อมหรือไม่ ที่สำคัญต้องได้รับความยินยอมจากประชาชนทั้งจังหวัด ซึ่งขั้นตอนอาทิ อำเภอที่จะขอตั้งเป็นจังหวัดใหม่ต้องเสนอเรื่องไปยังจังหวัด จากนั้นต้องมีการตั้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำแบบสอบถามไปยังประชาชน และสอบถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆ ว่าเห็นชอบหรือไม่ หากส่วนใหญ่เห็นด้วยถือว่าผ่านเกณฑ์ ทางกระทรวงมหาดไทยจะเสนอต่อที่ประชุม ครม. เมื่อ ครม.พิจารณาเห็นชอบก็ต้องส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมาย พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดต่อไป

 "ที่ผ่านมามีการเสนอตั้งจังหวัดใหม่ 3 จังหวัด แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ คือ จ.แม่สอด ที่จะแยกมาจาก จ.ตาก จ.พระนารายณ์ ที่จะแยกมาจาก จ.ลพบุรี จ.ฝาง ที่จะแยกมาจาก จ.เชียงใหม่" รมช.มหาดไทยกล่าว

 นายบุญจงยืนยันว่า การพิจารณาตั้งจังหวัดใหม่ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าพื้นที่ไหนถ้าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายก็พร้อมเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาตั้งเป็นจังหวัดใหม่ทุกพื้นที่ทุกภาค เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์คือประชาชนของจังหวัดนั้น ทั้งนี้ การตั้งจังหวัดใหม่ประชาชนจะได้รับการบริการด้านสาธารณูปโภคสะดวกสบายมากขึ้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะการจะมี ส.ส.ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่ออำเภอดังกล่าวถูกแยกมาเป็นจังหวัดก็จะดูประชาชนว่ามีกี่คนก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ กกต. และที่บึงกาฬได้ตั้งเป็นจังหวัดก็ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากมีการเสนอเรื่องมาตั้งแต่ปี 2535 แล้ว

 ถามว่า การตั้งจังหวัดใหม่เป็นการแก้เคล็ดตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า ประชาชนจังหวัดหนองคายต้องการแยกออกมาเป็นจังหวัดตั้งแต่ปี 2535 เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ก็เสนอตั้งจังหวัดใหม่ ไม่ใช่การแก้เคล็ดประเทศ เพราะมีการเตรียมการมานานแล้ว

 นายกฤษดา บุตรเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.หนองคาย ย้ำว่า เห็นด้วยกับการตั้งจังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่ 77 หากมองในแง่ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ คืองบประมาณที่รัฐจัดสรรลงมาเพิ่มขึ้น ส่วนในด้านการค้า การลงทุนก็จะปรับขึ้นเช่นเดียวกัน อาทิ หากจัดตั้งเป็นจังหวัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากค่ายรถต่างๆ ก็จะเปิดเป็นโชว์รูม จากเดิมที่เปิดเป็นออฟฟิศเซลส์ รวมไปถึงห้างค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว

 ในด้านการลงทุนภาคอุตสาหกรรม เชื่อว่าน่าจะมีโรงงานแปรรูปและเฟอร์นิเจอร์จากยางพาราเข้ามาก่อตั้งโรงงานเพิ่มขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าพื้นที่ อ.บึงกาฬ ปลูกยางเป็นจำนวนมาก ดังนั้นอนาคตการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราน่าจะเติบโตพอสมควร ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานแปรรูปเข้าไปก่อตั้งที่บึงกาฬ จำนวน 2 แห่ง คือ ไทยฮั้ว และศรีตรัง และในช่วงปลายปีนี้จะมีกลุ่มทุนจากจีนเข้าไปลงทุนที่ อ.เซกา ซึ่งเป็นอีกอำเภอหนึ่งใน จ.บึงกาฬ

 นายกฤษดายังฝากเตือนไปยังนักธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนว่า ควรศึกษาข้อมูลทั้งจำนวนประชากร งบประมาณ และโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะธุรกิจภาคการบริการและการท่องเที่ยวซึ่งต้องศึกษาเป็นพิเศษ เพราะเมื่อครั้งที่มีการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 ที่ จ.หนองคาย มีการลงทุนทางด้านธุรกิจโรงแรมเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นการลงทุนในด้านนี้ต้องระมัดระวัง

 ขณะที่นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ นายอำเภอบึงกาฬ จ.หนองคาย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนใน จ.บึงกาฬ ต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้ผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม หลังจากที่รอมานานกว่า 20 ปี ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ นำร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาผ่านทั้ง 3 วาระ เพื่อให้ดำเนินการจัดตั้งจังหวัดได้โดยเร็วที่สุด

 สำหรับเป้าหมายของจังหวัดคือ เป็นศูนย์กลางยางพารา และประตูสู่การท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้ก็มีความพร้อมแล้วที่จะดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ รวมไปถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันมี 4 อำเภอใน จ.บึงกาฬ ที่อยู่ติดแม่น้ำโขง ได้แก่ อ.ปากคาด อ.เมืองบึงกาฬ อ.บุ่งคล้า และ อ.บึงโขงหลง ระยะทางประมาณ 120 กม. หากจัดตั้งเป็นจังหวัด และมีการจัดสรรงบประมาณลงมาโดยตรง จะทำให้การทำงานด้านการรักษาความมั่นคงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น