ข่าว

ยุทธศาสตร์ผิดพลาดส.ส.ตีจาก"เพื่อไทย"

ยุทธศาสตร์ผิดพลาดส.ส.ตีจาก"เพื่อไทย"

05 ส.ค. 2553

แม้ศึกการเลือกตั้งใหญ่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการลั่นกลองรบในช่วงเวลาใด แต่ต้องถือว่าความเคลื่อนไหวในการโยกย้ายดึงดูดตัว ส.ส.เริ่มเกิดความคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง

  โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวในพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยที่เกิดประเด็นร้อนมากมาย "ส.ส.ถูกดูด", "ส.ส.ย้ายพรรค"

 และยิ่งเพิ่มอุณหภูมิ โดยล่าสุด "พรรคภูมิใจไทย" ได้เปิดตัว ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินที่จะย้ายมาอยู่ด้วย

 โดยส่วนหนึ่งเป็น ส.ส.จากพรรคคู่อาฆาต อย่าง “สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์” ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย “วุฒิชัย กิตติธเนศวร” ส.ส.นครนายก พรรคเพื่อไทย

 ขณะที่ "พรรคเพื่อไทย" ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้แทบจะทันที ด้วยการนำรูปภาพของ ส.ส.ทั้ง 4 ที่ประกาศตัวไม่ร่วมสังฆกรรมกับ "ทักษิณ ชินวัตร ” และ "เพื่อไทย ”

 ไม่ว่าจะเป็น  ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี, จุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร, นิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน และ สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พร้อมข้อความขับไล่ออกมาจากพรรคเพื่อไทยมาติดประจานไว้ที่หน้าประตูทางเข้าพรรค

 ถือเป็นการตอบโต้พรรคภูมิใจไทยและกระตุกเตือน ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยที่กำลังคิดแปรพักตร์ แอบเชื่อมไมตรีกับพรรคการเมืองอื่นที่ต่อสายดึงตัว ทั้งจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน

 หากย้อนกลับไปดูสภาพของ "เหตุและปัจจัย” ที่ ส.ส.เพื่อไทยจะตัดสินใจ โยน "หมวกแดง” ทิ้งจะเห็นได้ว่า "ทักษิณ-เพื่อไทย” ต้องอยู่ภาวะระส่ำระสายทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกพรรค

 ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการบริหารจัดการภายในพรรค ที่แกนนำในพรรค ทั้งสายชินวัตรและสายอื่นๆพยายามชิงการนำในช่วงที่ "พรรคมีสภาพขาดหัว"

 โดยเฉพาะสภาพของ ส.ส.กลุ่มอีสานที่แม้จะมี "พายัพ” นั่งเก้าอี้แม่ทัพแต่ก็ยังเกิดปัญหาคลื่นใต้น้ำ

ไม่พอใจการบริหารงานของ “แกนนำสายตรงนายใหญ่" ที่ไม่สามารถดูแล ส.ส.ให้ "อบอุ่น” และ "ทั่วฟ้า” เหมือนเดิม

 การแตกออกเป็นก๊กเป็นกลุ่มภายในพรรคก็มีสัมพันธ์แบบหลวมๆ เนื่องจากหัวหอกที่ดูแลแต่ละกลุ่มก็ไม่ได้มีอำนาจหรือมีพลังต่อรองกับ "นายใหญ่" ได้

 ขณะเดียวกันกลุ่มก้อนส่วนใหญ่ก็มีแกนนำที่เป็นอดีต "111 ทรท.-109 พปช.” ที่ยังมีชนักติดไม่สามารถบงการได้แบบถนัดถนี่

 ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กทม.ประมาณ 7 คนของ "เจ๊หน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มี "อนุดิษฐ์ นาครทรรพ", วิชาญ มีนชัยนันท์ เด็กในสังกัดที่ "เจ๊หน่อย" ดันมาทำหน้าที่ประธานภาค กทม.

 "กลุ่ม นปช." ประมาณ 7-8 ของ จตุพร พรหมพันธุ์ มี การุณ โหสกุล และ ไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. กลุ่มภาคกลาง ที่แบ่งเป็นกลุ่มอยุธยาของ วิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน กลุ่มของ ไชยา สะสมทรัพย์ และกลุ่มเมืองกาญจน์ ของ ศรชัย มนตริวัต

 "กลุ่มภาคเหนือ" ของ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, วราเทพ รัตนากร และ ยงยุทธ ติยะไพรัช ประมาณ 40 คน กลุ่มภาคอีสาน โดยมีแบ่งกันดูแลภายใต้การนำของแกนนำ 3 คนคือ กลุ่มอีสานพายัพ ของ "พายัพ ชินวัตร” มีประมาณ 13 คน กลุ่มนำโดย พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ สุนทรชัย กลุ่มของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่กำลังสร้างก๊วน ส.ส.ในสังกัดโซนศรีสะเกษ

 "กลุ่มอีสานพัฒนา" นำโดย ไพจิตร ศรีวรขาน, พีระพันธ์ พาลุสุข และ เชาวลิต วิทยสุต

 "กลุ่มภาคใต้" ภายใต้การนำของ “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" มี ส.ส.ในสังกัด ซูกาโน มะทา

 ยังไม่นับ "ปัจจัยภายนอก” นับแต่ "การเดินเกมมวลชนนอกสภา" ทั้งจากเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ผ่านมาก็ตกอยู่ในสภาพ “แพ้ศึกแพ้สงคราม” มิหนำซ้ำส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคการเมืองของพรรคเพื่อไทย

 และเจอ "การจัดงบประมาณของรัฐบาล” ที่ต้องเจอกับสภาพของการเป็นฝ่ายค้าน ได้รับงบแบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า และล่าสุดความเคลื่อนไหวในการดูด ส.ส.ฝ่ายค้านเพื่อฝ่างบประมาณ 2554 จนมีรายงานข่าวว่า ส.ส.เพื่อไทยเองก็หวั่นไหว

 ก็ยิ่งตอกย้ำว่ากระแสเพื่อไทยในการเลือกตั้งในที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นต้นปีถึงกลางปีหน้า จุดติดยาก เพราะ "กระแสทักษิณ” ซี่งอยู่ช่วงขาลงแบบดิ่งเหวมาโดยตลอด

 แม้ "ทักษิณและแกนนำเพื่อไทย” จะรู้ปัญหาโดยเตรียมที่จะปรับองคาพยพในพรรคใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจภายใน เช่น การตั้ง EXECUTIVE COMMITTEE คณะผู้บริหารฝ่ายการเมืองขึ้นมาใหม่เพื่อเป็น  "ร่างทรงอำนาจของนายใหญ่" แต่ความจริงแล้ว ส.ส.ในพรรคก็รู้กันดีว่า "นายใหญ่ทักษิณ" บริหารพรรคแบบแบ่งแยกปกครอง และต้องการให้พรรคอยู่ในสภาพอ่อนแอง่ายต่อการควบคุม

 อีกทั้งเมื่อดูจาก "สัญญาณของทักษิณ” ในการกุมบังเหียนทัพเพื่อไทย ส.ส.รับรู้กันวงในว่า "ทักษิณวางยุทธศาสตร์ไว้เล่นเกมยาว" โดยเน้นการเดินเกมนอกสภาที่ "ไร้รูปแบบ" เพราะรู้ว่า ไม่สามารถชนะฝ่ายมีอำนาจได้ใน "เกมระยะสั้น"

 ขณะที่ในสภาซึ่งหมายรวมถึง "การทำศึกเลือกตั้งใหญ่” ก็จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติไม่  "เกทับหมดหน้าตัก” เหมือนที่ผ่านมา เพราะรู้ตัวว่าตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ "ฝ่ายที่มีอำนาจ” อยู่ทุกประตู

 และต่อให้ "กวาดเสียง ส.ส.เข้าสภา” มาแบบแลนด์สไลด์อย่าง "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ประธาน ส.ส.ประกาศรายวันก็ตาม ก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหรือไม่ !!!

ณยา ใจกาวัง