ข่าว

อุตฯ เล็งลอยตัวราคา"น้ำตาล"ปีหน้า

อุตฯ เล็งลอยตัวราคา"น้ำตาล"ปีหน้า

05 ส.ค. 2553

กระทรวงอุตสาหกรรมสั่ง สอน.ศึกษาปรับโครงสร้างอ้อยและน้ำตาล เร่งกองทุนชำระหนี้ ธ.ก.ส.ก่อนกำหนด เตรียมนำระบบลอยตัวแบบมีการจัดการเหมือนน้ำมันมาใช้ ด้าน กอน.เผยสถานการณ์น้ำตาลขาดแคลนคลี่คลาย

 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ศึกษาการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยจะนำมาใช้หลังจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หมดแล้ว ซึ่งกองทุนจะต้องไปหารือกับ ธ.ก.ส. เพื่อปรับรายละเอียดการชำระหนี้ใหม่ เพื่อให้มีการชำระหนี้เร็วขึ้น จะทำให้กองทุนเสียดอกเบี้ยน้อยลง ขณะที่เดิมกองทุนมีกำหนดใช้หนี้หมดภายในปี 2554
 
 ทั้งนี้ ในการปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจต้องพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายในประเทศด้วย โดยในปีหน้าอาจนำระบบลอยตัวแบบมีการจัดการ เหมือนราคาน้ำมันมาใช้กับราคาน้ำตาล ซึ่งกองทุนจะเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลราคาน้ำตาลในประเทศ ดังนั้นต้องทำให้กองทุนมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล โดยเมื่อกองทุนใช้หนี้หมดแล้วอาจต้องเก็บเงินเข้ากองทุนอีกระยะ จนกว่าจะมีเงินเพียงพอตามที่ศึกษาไว้

 นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำตาลทรายขาดแคลนและราคาแพงว่า ขณะนี้ปัญหาคลี่คลายลงมาระดับหนึ่งแล้ว โดยน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์มีปริมาณวางจำหน่ายเพียงพอกับความต้องการ ประชาชนไม่ตื่นตระหนกอีกต่อไป จะเห็นได้จากห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ทุกแห่งมีน้ำตาลทรายวางจำหน่ายไม่ขาดแคลนเหมือนช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำตาลทรายขาวยอมรับว่าราคาสูงเกินกว่าที่กำหนด

 ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) พบว่าสามารถดึงราคาให้ลดลงได้แล้ว 2 บาทต่อกิโลกรัม จากการสำรวจตลาดสดทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือที่เคยมีปัญหาหาซื้อน้ำตาลไม่ได้และราคาสูงมากถึงกิโลกรัมละ 28-30 บาท ระดับราคาได้ลดลงมาอยู่ในช่วง 24-26 บาทแล้ว ซึ่ง สอน.คาดว่าเดือนกันยายนและตุลาคมปีนี้ สถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายขาวในประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติได้ หลังจากน้ำตาลโควตา ค. ทั้ง 743,500 กระสอบ กระจายไปอย่างทั่วถึง