
ชี้บึงกาฬศูนย์กลางยางพาราอีสาน
ชี้อนาคต จ.บึงกาฬ พร้อมเป็นศูนย์กลางยางพาราภาคอีสาน และประตูสู่การท่องเที่ยว จ่อเปิดเส้นทางการค้าใหม่ เผยแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไปยังแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว เชื่อมสู่เวียดนามใต้
นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.จัดตั้ง จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่ 77 ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี จุดเด่นของจ.บึงกาฬ อยู่ที่การเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ 8 อำเภอที่แยกออกไปเป็นจังหวัดใหม่ทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกยางพารา มีพื้นที่ทางการเกษตรหลายแสนไร่ และเป็นเขตที่มีสวนยางพารามากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
"ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจบึงกาฬดี เพราะอยู่ตรงข้ามกับ แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ในอนาคตก็จะมีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่บึงกาฬ ข้ามไปยังแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว เชื่อมถนนสายหลัก ไปสู่ประเทศเวียดนามได้ ถือว่าจะเป็นเส้นทางการค้าที่น่าสนใจ ต่อไปอาจจะมีธุรกิจร่วมทุนกันระหว่างไทยกับลาว เกี่ยวกับการค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะเรื่องของยางพาราอย่างแน่นอน" นายคมสันกล่าว
นายกฤษดา บุตรเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การลงทุนด้านอุตสาหกรรมยางพาราใน จ.บึงกาฬ ในอนาคตน่าจะเติบโตพอสมควร ปัจจุบันมีโรงงานเข้าไปก่อตั้งในจังหวัดดังกล่าวแล้ว 2 แห่งคือ ไทยฮั้ว และศรีตรัง และในช่วงปลายปีนี้จะมีกลุ่มทุนจากจีนเข้าไปลงทุนที่ อ.เซกา ซึ่งเป็นอีกอำเภอหนึ่งใน จ.บึงกาฬ
นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ นายอำเภอบึงกาฬ จ.หนองคาย กล่าวว่า เป้าหมายของบึงกาฬ คือการเป็นศูนย์กลางยางพารา และประตูสู่การท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมแล้ว ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน หากได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัด และมีการจัดสรรงบประมาณโดยตรง จะทำให้การทำงานด้านการรักษาความมั่นคงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



