ข่าว

ลูกจ้างนับ100บุกสปส.พื้นที่3ตรวจชื่อรับเช็คตกหล่นอื้อ

ลูกจ้างนับ100บุกสปส.พื้นที่3ตรวจชื่อรับเช็คตกหล่นอื้อ

25 มี.ค. 2552

รับเช็ค 2,000 บาทเริ่มวุ่น ลูกจ้างนับ 100 บุกสปส.พื้นที่ 3 ตรวจชื่อรับเช็ค ตกหล่นอื้อ อัดรัฐรีบร้อน-บ่นเสียความรู้สึก รองเลขาฯสปส.วอนเห็นใจข้อมูลมาก หล่นหายเป็นเรื่องธรรมดา ยันหลัง 8 เม.ย.คนมีปัญหาได้หมด ยันพร้อม 100% แจกวันแรกพรุ่งนี้ ขณะที่ กสร.จับมือส

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีลูกจ้างผู้ประกันตนหลายร้อยคนเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อรับเช็คช่วยชาติ 2,00 บาท ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 3 (ดินแดง ห้วยขวาง พญาไท ราชเทวี) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังกระทรวงแรงงาน ปรากฏว่าต่างผิดหวังเนื่องจากรายชื่อผู้ประกันตนมาตรา 33 (ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม) และมาตรา 39 (ผู้ประกันตนแบบสมัครใจ) ที่ สปส.เขตพื้นที่ 3 ติดประกาศเรียงตามลำดับอักษรไว้ด้านหน้าบริเวณห้องโถงของอาคารตกหล่นหายเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ของ สปส.มาชี้แจงปัญหาดังกล่าว มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2-3 คนยืนให้คำแนะนำ แต่เมื่อลูกจ้างมาทำการตรวจสอบรายชื่อแล้วไม่ปรากฏรายชื่อของตัวเอง ก็ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยให้ไปร้องเรียนเอาเอง ทำให้หลายคนบ่นเสียความรู้สึก

 นาย เทิดศักดิ์ จินดา อายุ 30 ปี ลูกจ้างตามมาตรา 33 ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อที่ สปส.เขตพื้นที่ 3 กล่าวว่า ตนเพิ่งลาออกจากงานที่บริษัทเก่าเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา และได้ทำการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน 2,000 บาท ที่บริษัทเก่า ก็ไม่พบว่ามีชื่ออยู่ โดยได้รับแข้งจากทางบริษัทว่าให้ไปสอบถามข้อมูลจาก สปส.พื้นที่ย่านประชาชื่นเอาเอง จึงตัดสินใจเดินทางมาตรวจสอบที่ สปส.เขตพื้นที่ 3 จึงทราบว่าชื่อขอตนตกหล่น ทราบว่ามีรายชื่อที่ตกหล่นเมื่อตนอีกหลายราย จึงรู้สึกว่านโยบายนี้ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะรัฐบาลค่อนข้างรีบร้อน ดำเนินการ

 ด้าน น.ส. สุกัญญา ดาวัลย์ อายุ 25 ปี พนักงานบริการร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว กล่าวว่า จนถึงขนาดนี้นายจ้างยังระบุว่าไม่ได้รับหนังสือจาก สปส.เพื่อให้ไปรับเงินเมื่อไหร่และต้องไปรับที่ไหน ทั้งที่ พนักงานอีกกว่า 100 คน ยังรอรับเงินส่วนนี้อยู่ ที่สำคัญเมื่อเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อที่กระทรวงแรงงาน ก็กลับไม่พบว่ามีรายชื่อจึงรู้สึกเคว้งจึงไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนที่ไหน  

 นาง สุจิตรา บุญชู รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า อยากให้ผู้มีรายชื่อตกหล่นเข้าใจด้วยว่า ภารกิจดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาที่ต้องช่วยเหลือคนเกือบ 9 ล้านคน และเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการกับข้อมูลจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีรายชื่อตกหล่นกันบ้าง แต่ไม่ได้เยอะมาก ซึ่งบางคนที่ไม่เข้าใจ เมื่อมาตรวจสอบชื่อ ไม่พบก็ออกมาโวยวาย ทั้งที่ สปส.ประกาศแล้วว่าถ้ามีรายชื่ออยู่ในระบบประกันสังคมและอยู่ในเกณฑ์ก็จะได้ทุกคนอย่างแน่นอน แต่ใครจะได้ก่อนหรือหลัง อยู่ที่ใครจะมายื่นขอรับเช็คดังกล่าว ซึ่ง สปส.ก็จะจ่ายเช็คเป็น 3 งวด รวมทั้งงวดสุดท้ายที่จะได้หลัง 8 เม.ย.สำหรับคนที่มีปัญหา โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่อยู่ในมาตรา 38 (ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้าง ไม่เกิน 6 เดือน) ซึ่งจะประกาศรายชื่อภายหลัง ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 39 ที่มีกว่า 105,000 คน สามารถไปรับได้ตั้งแต่วันที่ 26-28 มี.ค. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม.โดยวันที่ 26 มี.ค.นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานแจกเช็คใบแรกให้กับนาง กงใจ หารไช ผู้ประกันตน มาตรา 33 พื้นที่เขตดุสิต ส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา40 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) จำนวน 31 คน ให้ไปรับได้ที่ สปส.เขตพื้นที่หรือ สปส.จังหวัดทั่วประเทศ

 นางสุจิตรา กล่าวอีกว่า ยืนยัน สปส.มีความพร้อม 100% ในการแจกจ่ายเช็คให้กับผุ้ประกันตนจำนวน 5.5 ล้านคนในงวดแรก โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ 22 ทีม เพื่อรองรับผู้ประกนตนที่จะมารับเช็คทั้งในส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ ผู้ประกันตนตามมาตร 33 ในเขตพื้นที่ 1 รวมทั้งสิ้นจำนวน 150,000 คน นอกจากนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางกว่า 600 ลงพื้นที่ สปส.เขตพื้นที่ทั้ง 11 เขต เพื่อทำการแจกจ่ายเช็คให้กับผู้ปะกันตนกว่า 1 ล้านคนทั่ว กทม. ทั้งในห้างสรรพสินค้า รวมถึงในเขตพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมตามที่ สปส.เขตได้แจ้งให้ทราบก่อนหน้านี้

 วันเดียวกัน นาง อัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กรมสวัสดิการฯมีแนวคิดที่จะร่วมมือกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) เปิดตัวโครงการสร้างโอกาสเข้าสู่ที่ดินทำกินรองรับแรงงานคืนถิ่น ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานภาคอุตสาหกรรมที่ถูกเลิกจ้างและมีแนวโน้มว่าจะถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โดยกสร.จะทำหน้าที่ประสานและคัดกรองข้อมูลของลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างในสถานประกอบการและมีความประสงค์จะเปลี่ยนมาทำอาชีพเกษตรกรรม เพื่อส่งต่อให้กับ สปก.ดำเนินการแจกที่ดิน สปก.คนละ 2 ไร่เพื่อทำกิน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าลูกจ้างจะได้รับแจกที่ดินไปแล้วแต่ก็ยังไม่ถือว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินจนกว่าจะผ่านการประเมินจาก สปก.เป็นเวลา 9 เดือน เนื่องจากสปก.ต้องการให้แน่ใจว่าที่ดินที่แจกไปแล้ว จะถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อทำกินอย่างแท้จริง ไม่ใช่มาลงทะเบียนเพื่อเอาที่ดินไปฟรีๆ

  อธิบดีกรมสวัสดิการฯ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวจึงเป็นเสมือนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการส่งกลับแรงงานคืนถิ่น ขณะเดียวกันก็เป็นการแก้ปัญหาการตกงานไปในตัวอีกด้วย เบื้องต้นทราบว่าสปก.จะดำเนินโครงการนี้ใน 69 จังหวัด ที่มีที่สปก.และไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพื้นที่   แต่จะพิจารณาผู้ที่ถูกเลิกจ้างและต้องการเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรเป็นกรณีพิเศษ

 “ เบื้องต้นสปก.จะให้เบี้ยเลี้ยงวันละ 150 บาท กับผู้ที่มาลงทะเบียนและเข้ารับการประเมิน 9 เดือน โดยจะใช้วิธีการประเมินผลจากความสามารถในการเพาะปลูกและทำกินในที่ดินที่ได้รับ ซึ่งหากว่าผลผลิตออกมางอกงามและผ่านเกณฑ์ของคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้น ก็จะได้รับการโอนสิทธิ์ที่ดินทันที ” นางอัมพร กล่าวและว่าอย่างไรก็ตามผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีความอดทนและมีความจริงจังอย่างต่อเนื่อง   โดยทางสปก.จะคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในเรื่องการตลาดและการเพาะปลูก ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ศึกษาโครงการที่ จ. กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.พบว่าสภาพพื้นที่ที่จะใช้ดำเนินโครงการเพาะปลูก ปรับสภาพพื้นดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์นักเพื่อให้ง่ายต่อการเพาะปลูกด้วย ทั้งนี้ กสร.มีกำหนดการลงพื้นที่ศึกษาโครงการ จ.ฉะเชิงเทราอีกครั้งก่อนจะทำบันทึกข้อตกลงโครงการดังกล่าวกับ สปก.ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวได้ตั้งเป้าหมายสร้างต้นแบบแรงงานคืนถิ่นในกรณีถูกเลิกจ้างเพื่อเข้าสู่ที่ดินทำกินให้ได้ 345 ครอบครัว ใน 23 จังหวัด รวม 400 ราย โดยมีพื้นที่ทำกินจัดสรรให้ 7 , 000 ไร่