ข่าว

 เด็กท้อง กับ ผู้ใหญ่สมองฝ่อ

เด็กท้อง กับ ผู้ใหญ่สมองฝ่อ

05 ส.ค. 2553

ประเทศไทยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คงเป็นจุดที่หลายคนมองด้วยความเป็นห่วง เพราะจากความที่เคยเป็นอันดับหนึ่งเกือบทุกด้านในอาเซียน ปัจจุบันกลับตกอยู่ในภาวะหวั่นเกรงว่าชาติโน้นจะแซงหน้าเรื่องนี้ ชาตินี้จะแซงหน้าเรื่องนั้น เรียกว่ามีทีท่าจะตกอันดับด้านดีไปเสียทุกเร

 60 ปีก่อนประเทศเกาหลีตกอยู่ในภาวะสงคราม ไทยที่เจริญและมีความสงบสุขมั่นคงมากกว่า ต้องส่งทหารเข้าไปช่วยเกาหลีรบและบูรณะบำรุงประเทศ วันนี้เกาหลีก้าวไปอยู่ประเทศแถวหน้าของโลกแซงหน้าไทยไปไกล 40 ปีก่อน สิงคโปร์ ยังไม่มีพิษสงและน้ำยาที่จะมาเทียบเคียงไทย วันนี้สิงคโปร์ แทบจะเอาเงินมาซื้อไทยไปทั้งประเทศได้แล้ว

 40 ปีก่อนเกือบทุกประเทศในอาเซียนยกเว้นฟิลิบปินส์ เลือกที่จะส่งเด็กนักศึกษามาเรียนในมหาวิทยาลัยของไทย ปัจจุบันนี้เด็กไทยจำนวนมากถูกส่งไปเรียนหนังสือที่ อินโดนีเซีย, มาเลซีย และสิงคโปร์ ไม่แน่ใจว่าในเวียดนามจะมีนักศึกษาไทยไปเรียนอยู่มากน้อยเพียงใด

 ระบบการศึกษาของไทยที่เคยผสมผสานตำราของต่างชาติ กับวิธีการสอนแบบไทยแท้ๆ เข้าด้วยกัน จนทำให้เกิดความแข็งแกร่งทางด้านจริยธรรมและวุฒิภาวะ แต่เมื่อถึงยุคพัฒนาประเทศที่มีการยกระดับการศึกษากันมากขึ้น นักคิดนักวิชาการประเภทอาหารกระป๋องสำเร็จรูป กลับแก้ไขตำรับตำราเรียนและวิชาการต่างไปจนจดจำเค้าเดิมไม่ได้ เด็กยุคใหม่ของไทยจึงต้องเผชิญหน้ากับความหายนะทางวุฒิภาวะและกระบวนการความคิด

 ระบบการศึกษานอกโรงเรียนที่ควรจะเกิดขึ้นมา เพื่อรองรับคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาตามระบบปกติ เช่นคนที่ต้องออกจากโรงเรียนไปรับจ้างทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ หรือคนที่ต้องประกอบอาชีพในพื้นที่ห่างไกล ยากลำบากต่อการเดินทางมาเรียนปกติ แม้แต่เกษตรกรที่ต้องทุ่มเทเวลาทำงานในบางฤดูกาล จนไม่สามารถเข้าห้องเรียนได้ เป็นต้น

 แต่เมื่อการศึกษานอกโรงเรียนถูกนำมาใช้กับเมืองไทย กลับกลายเป็นว่าเป็นช่องทางให้เด็กที่เรียนอยู่ในห้องเรียนกับระบบทั่วไป หันมาใช้ช่องโหว่ที่ผู้ใหญ่แอบสร้างขึ้น ทำการสอบเทียบเพื่อที่จะเลื่อนระดับชั้นการศึกษาเร็วกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน และเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมยกย่องจากสังคมเป็นอย่างยิ่ง   ทั้งที่เป็นการไปแย่งชิงโอกาสทางการศึกษาของผู้ด้อยกว่า แต่นักวิชาการหัวกระป๋องสำเร็จรูปกลับทำทองไม่รู้ร้อน

 ร้ายที่สุดยังมีการออกมากระทำการในลักษณะขว้างก้อนหินถามทาง ด้วยการอ้างว่าจะเปิดโอกาสให้เด็กที่ตั้งท้องก่อนวัยอันควร เข้าเรียนหนังสือตามระบบปกติร่วมกับคนอื่นได้ เหตุผลสนับสนุนก็คือเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่พลาดไปแล้ว ไม่ต้องเสียโอกาสทางการศึกษา แต่กลับไม่คิดว่าจะเป็นตัวอย่างให้เด็กอื่นๆ เห็น ว่าเรื่องท้องในวัยเรียนเป็นเรื่องปกติที่เห็นชินตา

 ตัวอย่างพฤติกรรมการเลียนแบบของวัยรุ่นไทยเกิดขึ้นให้เห็นกันบ่อยๆ  เช่น เรื่องการตบตีกันแล้วถ่ายคลิปส่งไปให้สื่อหลงฮุบเหยื่อ หรือแม้แต่เรื่องการขว้างปาก้อนหินตามถนนหนทาง ที่ทำเลียนแบบกันเป็นแฟชั่น พอสื่อไม่นำเสนอเรื่องก็เงียบหายไป แล้วเรื่องอุ้มท้องไปเรียนหนังสือจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบตามมาอีก

 ส่วนเรื่องโอกาสทางการศึกษานั้น ไม่ต้องเปิดโอกาสใหม่มันก็มีช่องทาง หรือโอกาสเดิมเปิดให้อยู่แล้ว นั่นคือ กศน. หรือระบบการศึกษานอกโรงเรียน และแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยเปิดมากกว่าหนึ่งแห่ง ที่สามารถเรียนได้แม้จะอยู่ในขณะกำลังตั้งท้องก็ตาม ของที่มองเห็นได้จะจะต่อหน้าแต่กลับทำมองไม่เห็นอย่างนี้ หากยังขืนดันทุรังผลักดันกันออกมาอีก ระวังจะมีคนกล่าวหาว่า เด็กตั้งท้องเพราะผู้ใหญ่สมองฝ่อนะครับ