
ตร.รวบผู้ต้องหาบึ้มกรุงส่งดีเอสไอสอบเครียด
รวบ "โก้" อดีตพลทหารยึดระเบิดอื้อ ตร.ชี้ประวัติสุดแสบโยงบึ้มบ้านป๋า-ประธานกกต.-รางน้ำ อ้างไม่เกี่ยว แค่รับฝากระเบิดจากการ์ดชุดดำ นปช. ล่าอีก "บังไว" หัวโจกป่วนกรุง ล็อก "เสก" มือถล่มราชดำริ ส่งดีเอสไอสอบเครียด
การล่าตัวผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวข้องกับเหตุป่วนเมืองครั้งนี้ เปิดเผยเวลา 13.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสรเทียน สิงกันยา หรือโก้ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 8 ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.หนองคาย อดีตพลทหารสังกัดกองพันเสนารักษ์ ศูนย์ส่งกำลังสำรอง กองร้อยอาวุธเบาที่ 1 ผู้ต้องหาคดีมีวัตถุระเบิดในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเข้ามาในเขตพื้นที่ต้องห้ามตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง พร้อมของกลางวัตถุคล้ายระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก ประทัดยักษ์สีเขียว 5 ลูก ระเบิด TYPE 82-2 จำนวน 1 ลูก บัตรประจำตัวพลทหาร กระเป๋าคาดเอวสีดำ หมวกกันน็อกสีดำ และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีแดง 1 คัน โดยจับกุมได้ที่บ้านพักถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญสาย 1 แขวงและเขตบางซื่อ กรุงทพฯ
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการกระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้นำวัตถุระเบิดของกลางที่ได้รับการแจกจ่ายจากการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงที่มีการชุมนุม โดยชูให้ผู้ชุมนุมดูพร้อมกับสั่งให้ผู้ชุมนุมทุบตู้เอทีเอ็มและเผาห้างเซ็นเตอร์วัน โดยบอกว่าไม่ต้องกลัวกูมีระเบิดจะกันพวกมัน (ตำรวจ ทหาร) ให้เอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบ นายสรเทียนจึงนำระเบิดใส่กระเป๋าสะพายสีดำเอาไปซ่อนไว้ในร้านขายรองเท้าใกล้ลานวิกตอรี่พอยต์ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนติดตามจับกุมมาได้
โยงบึ้มรางน้ำ-บ้านปธ.กกต.
ผบช.น.กล่าวอีกว่า หลังส่งของกลางให้กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยอีโอดี ตรวจพิสูจน์ทราบว่าเป็นระเบิดขว้างชนิด TYPE 82-2 ผลิตในจีน และเป็นชนิดเดียวกับที่คนร้ายใช้นำมาวางระเบิดใกล้บ้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ย่านวงศ์สว่าง และเป็นระเบิดกลุ่มเดียวกับที่นำมาวางบริเวณซอยรางน้ำ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา วิธีการนำระเบิดมาวางทั้ง 2 จุด เหมือนกับที่นายสรเทียนให้การไว้ว่า ได้รับการฝึกฝนมาจากการ์ด นปช. คือถอดสลักนิรภัยออกแล้วใช้หนังยางรัดกระเดื่องนิรภัย จากนั้นนำไปแช่ในภาชนะบรรจุน้ำมัน เมื่อหนังยางคลายตัวเปื่อยและขาด กระเดื่องระเบิดก็จะทำงานทันที
“เขามีการสอนและฝึกฝนกันมาอย่างดี มีคนไปฝึกวิธีการวางระเบิดแบบนี้เยอะ อยากจะวิงวอนไปยังผู้ที่ทำระเบิดและผู้ที่ฝึกสอนวิธีการแบบนี้ว่า ให้เลิกพฤติการณ์นี้เสีย เพราะมันไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไรต่อประเทศชาติเลย สุดท้ายก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีทุกรายไป รายนี้ถูกแจ้ง 2 ข้อหาตามที่ให้การรับสารภาพ ส่วนเรื่องวางระเบิดนั้นให้การปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลต่อไป แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็ไม่เป็นไร“ พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าว
ตร.ล่า"บังไว"อยู่เบื้องหลัง
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอหมายจับผู้ต้องหาจากศาลอาญา ที่ 1694/2553 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2553 และจับกุมตัวได้ จากการสอบสวนนายสรเทียนยอมรับว่านำระเบิดของกลางมาซุกไว้บริเวณดังกล่าวจริง โดยนำระเบิดมาจากนายสุวิทย์ หรือบังไว ไม่ทราบนามสกุล แกนนำ นปช. ที่ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอหมายจับนายสุวิทย์ หรือบังไว ตามหมายจับที่ 1710 /2553 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2553 เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางสีแดง และหมวกกันน็อกสีดำนั้นจะสอบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับการวางระเบิด 3 จุด ก่อนหน้านี้หรือไม่ คือบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี หน้าสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ. 5) และหน้าคิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เนื่องจากกล้องวงจรปิดระบุภาพคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกลักษณะคล้ายกัน
"โก้"โต้แค่รับฝากระเบิด
นายสรเทียนยอมรับว่า เข้าร่วมชุมนุมกับ นปช. ทำหน้าที่แจกน้ำดื่มและข้าวกล่อง ไม่ได้เป็นการ์ดแต่อย่างใด และรู้จักกับนายบังไว เพราะเป็นการ์ด นปช. จึงชักชวนให้ไปดูการใช้ระเบิดของการ์ดชุดดำซึ่งเป็นผู้ฝึกสอน ตอนนั้นมีคนไปฝึกประมาณ 20 คน ฝึกเสร็จบังไวก็เอาระเบิดมาฝากไว้กับตน บอกให้เก็บให้ดี แต่ไม่ได้บอกว่าให้เอาไปทำอะไร หรือสั่งให้ไปวางที่ไหน และขอยืนยันไม่เกี่ยวกับการวางระเบิดซอยรางน้ำแต่อย่างใด
จับ"เสก"บึ้มหน้าบิ๊กซี
ความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้สอบปากคำพยานในคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ที่รับโอนสำนวนจาก บช.น. และสอบสวนเพิ่มเติมบางส่วนแล้วเสร็จ โดยภายในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย จะนำพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ไปขออำนาจต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ได้แก่ นายธนเดช เอกอภิวัชร์ หรือไก่ นายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน และชายไทยภาพตาม ไม่ทราบชื่อนามสกุลที่แน่นอน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีวางระเบิดในพื้นที่กทม. ดีเอสไอได้ประสานไปยัง บช.น. เข้าจับกุมนายเสกสรร วรปีติเจริญกุล หรือเสก ได้ในพื้น สน.โคกคราม โดยควบคุมตัวมาที่ดีเอสไอ และให้พนักงานอัยการเข้าร่วมสอบปากคำต่อไป
ทั้งนี้ นายเสกสรร ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 1717/53 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2553 ข้อหามีวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยฝ่าสิ่งกีดกั้นเพื่อคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน หลังดีเอสไอรับมอบตัวผู้ต้องหาได้นำไปที่ห้องสอบสวนชั้น 10 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวน เป็นผู้สอบปากคำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสกสรรถูกออกหมายจับหลังจากนำระเบิดไปวางไว้ในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้ทัน ซึ่งวัตถุระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกับที่คนร้ายลอบวางระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ
คดีดังกล่าวก่อนหน้านี้ น.ส.ปฏิภัค เอกอภิวัชร์ หรือเป็ด พยานคนสำคัญ ซึ่งเป็นคนเฝ้ารถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค บรรทุกระเบิดมาจอดไว้ที่ริมน้ำอพาร์ตเมนต์ ในพื้นที่ สน.โคกคราม มาสอบสวน โดยซัดทอดว่านายกิตติศักดิ์เป็นคนขับรถคันดังกล่าวมาจอด แล้วนายเสกไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง เป็นคนขับรถตู้มารับผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 3 คน หรือแก๊งรถตู้ ในจำนวนนี้มีนายธนเดช ซึ่งเป็นน้องชายของ น.ส.ปฏิภัค
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ เปิดเผยเวลาต่อมาว่า ดีเอสไอไม่ได้ขอหมายจับจากศาลคดีวางระเบิดบิ๊กซี แต่เป็นการขอหมายจับในคดีที่นายเสกสรร และนายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี พกพาวัตถุระเบิดในพื้นที่ ส.น.โคกคราม โดยนายเสกสรร ได้เดินทางมาพบตำรวจในช่วงเช้า ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามได้ความว่า เป็นผู้ต้องหาในคดีของดีเอสไอจึงนำตัวมาส่งมอบให้ดีเอสไอสอบสวน โดยขณะนี้มีอัยการมาร่วมสอบสวนด้วย แต่ผู้ต้องหายังไม่ให้การอะไรมากนัก
ให้ปากบึ้มราชดำริอีก5
พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ และพล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. ร่วมประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดีระเบิด 2 จุด ที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ และคิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ โดยช่วงบ่ายมีผู้ทยอยเดินทางมาให้ปากคำ 5 คน คือ จ.ส.อ.สมาน คำน้อย ทหารสังกัดหน่วยรบพิเศษ จ.ลพบุรี นายเรืองอำนาจ พุทธิวงศ์ อาชีพค้าขาย พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ นายทหารนอกราชการ อดีตผู้ต้องหาคดีคาร์บอมบ์ลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พื้นที่ สน.บางพลัด จ.ส.อ.เกษมสานต์ งานโคกสูง ทหารสังกัดหน่วยรบพิเศษ จ.ลพบุรี และส.อ.สมหมาย ธาราภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบสวนประมาณ 3 ชั่วโมง
พ.ท.มนัสกล่าวสั้นๆ หลังให้ปากคำว่า “วันนี้ มาช่วยชาติ”



