ข่าว

ผบ.ทบ.กำชับทุกหน่วยพร้อมรักษาความมั่นคงชายแดน

ผบ.ทบ.กำชับทุกหน่วยพร้อมรักษาความมั่นคงชายแดน

04 ส.ค. 2553

ผบ.ทบ.กำชับทุกหน่วยเตรียมพร้อมในการทำงานชายแดน การรักษาความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน ส่วนสถานการณ์ด้านเขมรสั่ง มทภ.1-2 ดูแลม็อบเคลื่อนไหวประเด็น ชายแดนไทย-กัมพูชา หวั่นสร้างความเข้าใจผิด เผยไทย-มาเลเซีย เตรียมกระชับความสัมพันธ์เพิ่มเติมด้านความมั่นคงที่

 (4ส.ค.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือนสิงหาคมที่มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับผู้บังคับหน่วยให้กำกับดูแลการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ โดยเฉพาะการเตรียมกำลังให้มีความพร้อมทั้งด้านกายภาพและด้านอุดมการณ์ รวมถึงได้เน้นย้ำการใช้กำลังทหารในการปฏิบัติภารกิจต่างๆทั้งการดูแลปัญหาชายแดน การรักษาความมั่นคงภายในรวมถึงการช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วม รวมถึงการปกครองบังคับบัญชาให้กำลังพลอยู่ในระเบียบวินัย มีขวัญกำลังใจที่ดี สามารถปฎิบัติงานได้ทุกภารกิจ และให้สานงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่อไป โดยเฉพาะการสร้างฝ้ายชะลอน้ำเพื่อช่วยเก็บกักน้ำในฤดูฝน อันจะทำให้เกิดความชุมชื้นต่อเนื่องไปถึงฤดูแล้ง รวมถึงการป้องกันการบุกรุกทำลายป่าไม้ โดยการลาดตระเวนทางพื้นดินและอากาศ การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ป่าไม้ในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายไม่ให้มีการบุกรุก

 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ทุกหน่วยแนะนำประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนให้เรียนรู้และใช้แนวทางการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานความพอเพียง นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการบรรยายพิเศษเรื่องอนาคตกับพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และแนวโน้มการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญในเรื่องนี้   โดยแสดงทัศนะว่า ปัจจุบันมีความจำเป็นที่สังคมต้องร่วมกันให้ความรู้และสร้างแรงจูงใจ ให้ทุกคนตระหนักถึงการรักษาสภาวะแวดล้อมของโลก การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเหมาะสมตามหลักความพอเพียง พร้อมทั้งสั่งให้ทุกหน่วยของกองทัพบกนำแนวคิดเรื่องพลั.งานทดแทนไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับหน่วยงาน รวมถึงการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆในการดำเน้นกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้อง

 เมื่อถามว่าในการประชุมศอฉ.มีความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์เดือนส.ค.นั้นในที่ประชุมนขต.ทบ.ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำให้นขต.ทบ.ระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้สั่งการให้ระแวดระวังอะไรเป็นพิเศษในเรื่องนี้ แต่จะมีการสั่งการในการประชุมอื่นๆที่ไม่ใช่การประชุมนขต.ทบ. อย่างไรก็ตามมีเพียงแต่สั่งการว่าการดำเนินงานของกองทัพบกในขณะนี้คงทำได้เพียงแค่ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นให้ประชาชนรับทราบเพื่อสร้างความเข้าใจ และการชี้แจงข้อเท็จจริ่งจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงไป และคนไทยจะได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ในส่วนของปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา   ทางพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที 1 และ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ดูแลพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดูแลความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน ให้เกิดความสงบเรียบร้อย รวมถึงดูแลกลุ่มพลังมวลชนที่อาจจะเดินทางมาชุมนุม   เพราะเกรงว่า อาจจะทำให้สร้างความเข้าใจผิด ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นขต. มีการประชุมกลุ่มย่อยเกี่ยวกับพันธกิจ 4 ประการ ของกองกำลังตามแนวชายแดน 7 กองกำลัง

ไทย-มาเลเซียเตรียมกระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคง

 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 50 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า ในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อมด้วยดาโต๊ะ สรี อาหมัด ซาฮิด ฮามีดี รมว.กลาโหมมาเลเซีย เป็นประธานการประชุมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และความร่วมมือแก้ไขปัญหาชายแดน รวมไปถึงความร่วมมือทางความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม เพื่อให้ประชาชนของสองประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การหารือที่จะเกิดขึ้น จะเป็นการทบทวนความตกลงของรัฐบาลของสองประเทศ ในความร่วมมือชายแดนที่มีมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2543 โดยการปรับให้เหมาะสมเกิดประโยชน์และชัดเจน สนับสนุนคณะทำงานของสองประเทศ ในการร่างความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนไทยมาเลเซีย ให้สามารถเป็นรูปธรรมได้ในปี 2554 อาทิ การทำ อี-บอร์ดเดอร์ พาส ( E-border pass ) และเสริมสร้างความร่วมมือทางความมั่นคงด้วยการฝึกร่วม/ผสม 2 ประเทศ ภายในปี 2554 ด้วยการนำกำลังทหาร ลาดตระเวนและฝึกร่วมกัน โดยจะขยายการฝึกไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดน อาทิ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงาน

 พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า จากที่ผ่านมาประเทศไทยถือเป็นหุ้นส่วนกับมาเลเซียในทางเศรษฐกิจแล้ว แต่จากสภาพการก่อเหตุร้ายทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศดังนั้นจะส่งผลให้ไทยและมาเลเซียจะเพิ่มความเป็นหุ้นส่วนทางความมั่นคงต่อไป