ข่าว

มาร์คส่งสารกุญซือกษัตริย์เขมรกต.ดู

มาร์คส่งสารกุญซือกษัตริย์เขมรกต.ดู

04 ส.ค. 2553

“ปณิธาน” เผย เนื้อความจดหมาย “ที่ปรึกษากษัตริย์เขมร” ยืนยันความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง “ปท.” พร้อมสะท้อนความเป็นกังวลเรื่องการปักปันเขตแดน ยัน “ไทย-เขมร” ยังปรารถนาดีต่อกัน ก.ม.ม.เปิดเวทีถกผ่าทางตันเขาพระวิหาร สบช่องยกเลิกเอ็มโอยู 43 แนะใช้ทหารผลักดันเ

(4ส.ค.)นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   กล่าวถึงกรณีที่เจ้าสีโสวัฒน์ โทมิโก ที่ปรึกษาในสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชาส่งจดหมายถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเสนอให้ทั้ง 2 ประเทศปรองดองเรื่องปราสาทพระวิหารว่า  จดหมายถึงมือนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงสายของวันที่ 4 ส.ค.ตนเข้าใจว่าจดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายส่วนตัว   ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังพิจารณาที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวจดหมายฉบับนี้  แต่โดยรวมในส่วนแรกเป็นส่วนที่ยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-กัมพูชา และชื่นชมความสำเร็จของเรา ในเชิงการพัฒนาเศรษฐกิจ และทำให้เศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเป็นไปได้ด้วยดี

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ในส่วนที่ 2 จดหมายนั้นได้มีข้อความที่แสดงความเป็นกังวลในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับผลกระทบที่มาจากการปักปันเขตแดนที่ไม่ชัดเจน  ตั้งแต่ในอดีตแสดงถึงความเป็นกังวลและผลกระทบของกัมพูชา ที่ถูกปกครองโดยรัฐอาณานิคม และมีกรณี 2-3 กรณีเฉพาะ ที่ในจดหมายฉบับดังกล่าว  ได้สะท้อนความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจในยุคที่มีการปกครองโดยรัฐอาณานิคม ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา  ทั้งนี้ จดหมายไม่ได้มีเนื้อความอะไรที่ขัดแย้งกัน เพียงแต่ว่าเป็นกังวลและเห็นถึงประโยชน์ในการที่จะร่วมมือกันระหว่าง ไทย-กัมพูชา  และมองเห็นถึงปัญหาที่มีตั้งแต่รัฐอาณานิคม และกระตุ้นให้มีการร่วมมือกันในการแก้ปัญหา  ซึ่งมีข้อสังเกตเกี่ยวกับสนธิสัญญากับข้อตกลงบางอย่าง

 นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการการปักปันเขตแดน  พิจารณาพูดคุยกันโดยรวมเป็นจดหมายที่สะท้อนความเป็นกังวลและเราก็รับทราบ โดยมีจุดยืนร่วมกันในการแก้ไขปัญหา  ท้ายนี้ตนเข้าใจว่าความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไทยกับคนกัมพูชา  ที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจะพาเราผ่านวิกฤตตรงนี้ไปได้ โดยอีกวันถึงสองวันกระทรวงการต่างประเทศน่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของจดหมายได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  กังวลหรือไม่ว่าจดหมายฉบับดังกล่าวจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  คงไม่ เพราะว่าดูจากเนื้อความของจดหมายได้สะท้อนออกมาว่าปรารถนาดี  ซึ่งจริงๆแล้วความปรารถนาดี ระหว่างคนไทยกับ กัมพูชามีอยู่เยอะในช่วงนี้และคิดว่า ได้สะท้อนออกมาหลายรูปแบบ

       ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเปิดเวทีให้กับองค์กรต่างๆเข้ามาหารือ  ในเรื่องของกัมพูชาและเห็นว่ามีความกังวลในเรื่องของความเคลื่อนไหว  นายปณิธาน  กล่าวว่า ตอนนี้ได้มอบให้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้เดินหน้าในเรื่องของกรรมการต่างๆ

       ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นของสังคมโดยรอบที่มีการเคลื่อนไหว นายกฯจะเปิดโอกาสให้กลุ่มต่างๆ ร่วมแสดงความเห็นหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่านนายกฯได้ทำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ได้มีการเข้าพบของกลุ่มหลายกลุ่มในเรื่องนี้  เมื่อคณะรัฐมนตรีมีอนุมัติตั้งคณะกรรมการ ก็จะเป็นโควต้าที่ชัดเจนขึ้น ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้บอกว่าท่านสุวิทย์ต้องไปคุยกับกระทรวงทบวงกรมต่างๆ  รวมถึงภาคประชาสังคมและผู้เชี่ยวชาญในการที่จะเข้ามาร่วมกัน  ซึ่งน่าจะมีโครงสร้างที่ชัดเจนและเปิดโอกาส ทั้งนี้ นายกฯคงมีโอกาสที่จะประสานและเชื่อมโยง กับคณะกรรมการด้วย

กมม.ถกผ่าทางตันเขาพระวิหารจี้เลิกMOU43ใช้ทหารผลักดัน

 เมื่อเวลา 13.00 น.พรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ได้จัดการสัมมนาเวทีประชาชนเรื่อง “ ผ่าทางตันข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร...ทำไมต้องยกเลิก MOU 2543” มีศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สังคมไทย ดร. เทพมนตรี ลิมปะพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ นาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 ศ.ดร. สมปอง สุจริตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตทนายความคดีปราสาทเขาพระวิหาร กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยเกิดจากรัฐบาลไม่กล้าพูดให้ชัดเจนว่า การยึดแผนที่มาตรา 1 ต่อ 200000 นั้นผิด เพราะมีการลากเส้นเข้ามายังพื้นที่ของไทย การปักหลัก 73 หลักในอดีตเป็นหลักไม้ ปัจจุบันเป็นหลักปูนเป็นการแสดงให้เห็นว่า พื้นที่เขตแดนเป็นของใคร ขณะเดียวกันแผนที่ที่ฝรั่งเศสจัดทำเพียงฝ่ายก็เป็นหลัง ค.ศ.1904 โดยอาศัยสันปันน้ำเป็นหลัก

 “ผมขอเรียนย้ำวิธียกเลิกเอ็มโอยู 2543 การยกเลิกฝ่ายเดียวสามารถทำได้ ไม่มีปัญหาอะไร โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา เนื่องจากสัญญาทุกสัญญาก็มีการยกเลิกมาแล้ว โดยเฉพาะสัญญาที่เป็นมาแบบโบราณมากๆ แต่แตกต่างจากการทำสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาก่อน การยึดเอ็มโอยูคงไม่มีใครให้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพกับเราจึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ”
 ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้หยิบยกแผนที่ดาวเทียมปี 2548 เปรียบเทียบแผนที่กับปี 2551 ระบุว่า กัมพูชาได้มีการรุกล้ำพื้นที่ประเทศไทยในส่วนที่เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏว่า รอบปราสาทเขาพระวิหารกัมพูชาได้สร้างสิ่งปลูกสร้างเช่น ถนน วัด ชุมชน และตลาด ส่งผลให้เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือประชาชนที่มีสัญชาติไทยไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ ยกเว้นตัวของปราสาทพระวิหาร

 “ กัมพูชายึดครองปกครองพื้นที่คนไทยเข้าไปไม่ได้เพียงชนชาติเดียว คนชาติอื่นทั่วโลกสามารถใช้ขึ้นสู่ประสาทพระวิหารได้ เพราะมีถนนที่สามารถขึ้นสู่เขาพระวิหารได้เลย โดยไม่ต้องขึ้นด้านประเทศไทย เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ถามว่า เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถนนที่เคยแค่ตัดถางไม้ กลายเป็นถนนคอนกรีตขึ้นมาได้อย่างไร เหตุใดคนไทยทหารไทยหรือรัฐบาลไทยปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผ่านมา 2 ปีกว่า จากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อ 30 ม.ค. 53 รัฐบาลชุดปัจจุบันทำให้เราได้ถนนมาอีกหนึ่งเส้น ตามขอบสันปันน้ำถึงตัวปราสาท กัมพูชามีความตั้งใจใช้ถนนคอนกรีตแสดงให้เห็นว่า มีเค้ายึดหลักสันปันน้ำ มีการบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทแล้วยึดครองทั้งหมดเป็นมรดกโลกได้ ” นายปานเทพกล่าว

 นายปานเทพกล่าวต่อว่า การตัดถนนผ่าน ไม่รุกล้ำอธิปไตยของไทยตั้งอยู่ขอบสันปันน้ำที่เป็นพื้นที่ของประเทศไทย รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์บริหารประเทศ 2 ปี กัมพูชา ได้ถนนคอนกรีตมา 2 เส้น ทางประเทศไทยเองก็ใช้วิธีการประท้วงแบบสันติวิธีมาตลอด ย่อมแสดงให้เห็นว่า ถ้าเอ็มโอยู 43 ดีจริง เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร รัฐบาลดีใจที่มีเอ็มโอยูที่สามารถนำไปประท้วงได้ ขณะเดียวกันมีเอ็มโอยูเป็นการมัดไม่ให้ทหารทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ให้ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามา เราทำได้เพียงประท้วงด้วยเอกสาร สันติวิธี ส่วนชุมชนชาวกัมพูชามีการขยายตัวขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปี หากทิ้งไว้เช่นนี้มีการปักปันแม่น้ำเสร็จ อาจจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า ถ้าเป็นเช่นนี้จะไม่เกิดสงครามได้อย่างไร การขจัดปัญหาการรุกล้ำอธิปไตยต้องทำตั้งแต่วันนี้ เท่ากับเป็นการหยุดยั้งสงครามที่ใหญ่ในอนาคต

 “ผมขอเสนอการแก้ปัญหาให้ยกเลิกเอ็มโอยูปี 2543 ทันที พร้อมกับให้ทหารผลักดันชุมชนชาวกัมพูชาออกจากพื้น เพราะเชื่อว่า เรามีแสนยานุภาพที่เหนือกว่าแล้วเราใช้อำนาจมาต่อรองบนโต๊ะเจรจา แต่ต้องฉีกเอ็มโอยู 2543 แล้วเริ่มนำเอ็มโอยูปี 2554 มาใช้แทน โดยอิงเอาแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความละเอียดทันสมัยมาประกอบการเจรจาตามข้อเท็จจริงที่ควรจะต้องเป็น ” นายปานเทพกล่าวและทิ้งท้ายว่า หากไม่ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 ที่ทุกวันนี้คนไทยเข้าพื้นที่ไม่ได้ มัวแต่บอกว่า สันติวิธี ทำให้เราต้องเสียดินแดน ปราสาทในหลายพื้นที่อาทิ ปราสาทตาเหมือนธม ปราสาทตาควาย ประเทศไทยจะต้องเสียพื้นที่ไปอีกมหาศาล

 ด้าน ดร.เทพมนตรี กล่าวว่าคราวนี้ถึงเวลาที่จะท้วงคืนปราสาทพระวิหารกลับคืนสู่แผ่นดินแม่ ในอดีตความล้มเหลวของสมเด็จสีหนุ 2505 ในการยอมรับคำตัดสินของศาลโลกที่สมเด็จสีหนุยอมรับอธิปไตยเหนือตัวปราสาทเขาพระวิหารเท่านั้น สมเด็จสีหนุ ต้องปืนบันไดหักมาทางด้านหลังมาดูปราสาทพระวิหาร เขายอมรับแค่นั้นเอง ขณะนี้สมเด็จฮุนเซน กับบริวาร จึงสนองนโยบายสีหนุตอนนี้เขยิบขึ้นมาจะได้ดินแดนทั้งหมดเขาพระวิหาร บังเอิญไปประจวบเหมาะตกลงผลประโยชน์กับฝ่ายรัฐบาลไทยในตอนนั้นทำให้กัมพูชาได้สมประสงค์ทั้งหมด ตอนนี้เรามีหลักฐานใหม่การขอคืนตัวปราสาทมาเป็นของไทยตามอนุสัญญา 1904 และสนธิสัญญา 1907 ที่ยึดสันปันน้ำ หากไม่ล้มเลิกเอ็มโอยู 43 เท่ากับเรายอมรับแผนที่ 1 ต่อ 200,000

 ดร.เทพพนมกล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์บอกว่าต้องปักปันเขตแดนให้เสร็จสิ้นถึงจะไปขึ้นทะเบียนร่วมกันกับกัมพูชา ถามว่าจะไปปักปันที่ไหนเพราะมีแผนที่เดิมอยู่แล้วนายกฯไม่ชำนาญเรื่องประวัติศาสตร์เรื่องแผนที่ เรื่องมรดกโลก ก็ไม่รู้จึงตั้งแต่นายสุวิทย์ ที่ไม่รู้เรื่องมรดกโลกไปเจรจากับยูเนสโก นายกฯบอกว่าจะไปปักปันเท่ากับปักปันบนแผนที่ปลอม ซึ่งยกพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรให้กัมพูชา แล้วนายกฯบอกว่าจะไปขึ้นร่วมกับกัมพูชา ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะกัมพูชาได้ ใบรับรองจากคณะกรรมการมรดกโลกยืนยันว่ากัมพูชาเป็นเจ้าของเพียงประเทศเดียว ถ้าไทยจะไปขอขึ้นร่วมหมายความว่าไทยเป็นลูกไล่ นายสุวิทย์ บอกว่าจะเอาอุทยานแห่งชาติ 7 แห่งไปบริหารจัดการร่วมเท่ากับไปยกให้กับกัมพูชาอีก

 “ผมคิดว่าถึงเวลาทวงสิทธิคืนปราสาทพระวิหารมา เป็นการแก้เกมที่นายสุวิทย์ ไปทำผิดพลาดมา เราต้องกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนว่าเราจะทวงคืนอย่างไร ผมขอฉีกแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ต่อหน้าทุกคนเพราะมันเป็นแผนที่ปลอม การไปของนายสุวิทย์ ไร้สาระควรเอาเงิน 10 ล้านที่ครม.อนุมัติให้มาคืน ก่อนประชุมไปปารีสทำทีไปมีภาพออกไปพูดคนนี้คนนั้น จริงๆไปปิดประตูคุยกัน แล้วเอกสารออกมา 5 ข้อ จริงๆไม่ได้สนใจใยดีอะไร ไม่มีการพิจาณาเอกสารก่อน ต้องการให้เลื่อนไปอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งแผนบริหารจัดการร่วมได้มีแผนผังทิศเหนือและทิศตะวันตกของตัวปราสาทกัมพูชาเอาไปบริหารร่วมด้วย คุณสุวิทย์ กำลังทำผิดพลาดก็ต้องรับความผิดพลาดไปด้วยเพราะไปในฐานะคณะรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสุวิทย์ ทำหน้าที่แทน ขณะนี้กำลังดูว่าการที่นายสุวิทย์ ไปลงนามรับเอกสาร ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่เข้าข่ายทำให้ไทยเสียดินแดน ก็จะดำเนินการฟ้องศาลรัฐธรรมนูญทันที ” นายเทพมนตรี กล่าวและว่าตนไม่ยอมรับคณะกรรมการที่มีนายสุวิทย์ เป็นประธาน ให้นายกฯไปเปลี่ยนตัวประธานใหม่ เพราะนายสุวิทย์ ไม่มีความรู้จึงเสียเปรียบมาตลอด หากนายกฯยังดื้อยึดศักดิ์ศรีไทยเสียดินแดนแน่เอ็มโอยู 43 เป็นผลงานอัปยศของพรรคประชาธิปัตย์

 ม.ล.วัลวิภา กล่าวว่า เราต้องยกระดับการต่อสู้ในการทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร ขั้นต้นต้องยกเลิกเอ็มโอยู 43 ทันที สิ่งที่เราควรทำทุกคนต้องจับตาดูให้ดี กระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัยพยากร ฯ ไม่ใช่ตอนนี้อยู่ๆเราได้รับเอกสารลับ 5 ข้อ ทั้งที่เอกสารที่มีปัญหาแจกวันที่ 28 ก.ค.มีข้อสรุปทั้งหมด 7 ข้อ แจกวันที่ 29 ก.ค. มีข้อสรุป 5 ข้อ ซึ่งจะต้องแจกมีการแปลให้แพร่หลาย เราสงสัยว่านาย สุวิทย์ ไปทำอะไร มีมติอะไรไหม มีแผนบริหารจัดการแล้วไช่ไหม แล้วรัฐบาลไทย รัฐบาลกัมพูชา ยูเนสโก พูดอะไรตรงกันไหม ความจริงกัมพูชาสามารถส่งแผนบริหารจัดการให้ศูนย์มรดกโลกตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 53 สิ่งที่ต้องดูต่อไปเราต้องไปหาแผนของกัมพูชามาดู

 "ขอให้นายสุวิทย์ ออกมาให้ข้อมูลประชาชนอย่างครบถ้วน ในหนึ่งปีเราต้องพยายามทำความเข้าใจคู่กรณีของเราคือใคร เราต้องการแก้ปัญหาคือปัญหาการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เราต้องถามมติในเรื่องการขึ้นทะเบียนไม่ใช่เรื่องวัฒนธรรมเท่านั้นเป็นเรื่องเขตแดน ซึ่งเอ็มโอยู 43 ห้ามเอาเข้าสภาเด็ดขาดใช้รัฐสภาฟอกยอมหรือไม่ และช่วยกันหยุดคณะกรรมการปักปันเขตแดนให้ได้ ต้องการผลักดันสิทธิที่ประเทศไทยมีเรียกร้องเอาแม่ทัพที่เคยทำงานดูแลพื้นที่ตรงนั้นคืนมาปัจจุบันเป็นรองแม่ทัพภาคสองคืนมา เอาทหารที่รักชาติแผ่นดินมาปกป้องอธิปไตยไทย" ม.ล.วัลวิภากล่าว