ข่าว

สุวัจน์คาดต้นปีหน้าเลือกตั้งรับภท.ออกตัวแรงดูดปกติ

สุวัจน์คาดต้นปีหน้าเลือกตั้งรับภท.ออกตัวแรงดูดปกติ

04 ส.ค. 2553

“สุวัจน์”คาด ต้นปีหน้า “ลต.” รับ “ภท.” ออกตัวแรง ดูด ส.ส.เรื่องปกติ ทุกพรรคซุ่มนับถอยหลังสู่โหมดเลือกตั้งแต่อาจไม่เปิดเผย โวพรรคเปิดตัวทีหลังอาจดังกว่า เปรียบ ลต. เหมือน กีฬา ต้องตัดสินกันยกสุดท้าย ชี้ “พรรคเล็ก” ยังเป็นตัวแปรสำคัญชี้ชะตาสองขั้วใหญ่ชิงตั้

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 4 ส.ค.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ในฐานะแกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเคลื่อนไหวดูดส.ส.พรรคการเมืองอื่น มาร่วมสังกัดพรรคภูมใจไทยว่า ขณะนี้การทำงานของรัฐบาลก็ล่วงเลยมาครึ่งเทอมแล้ว ก็เลยมีการพูดถึงการเลือกตั้งกันมาก เหมือนกับว่าเป็นการอุ่นเครื่องสู่สนามเลือกตั้ง และทุกคนคงจะคาดการณ์ว่าต้นปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการขยับขยายพื้นที่เตรียมการทั่วไป ถือว่าเป็นบรรยากาศปกติของการเมือง

 แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีพูดอยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็คงจะมีการเลือกตั้งไม่ได้มีความประสงค์ว่าต้องอยู่ครบเทอม แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมือง ทุกคนคาดการณ์กันอยู่แล้วว่าปีหน้าคงมีการเลือกตั้ง ถ้าจากนี้ไปรัฐบาลไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร และมีเสียงปริ่มน้ำอยู่ขนาดนี้ แสดงว่ารัฐบาลตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเลือกตั้งในระยะเวลาใด แต่เวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ โดยจะคำนึงถึงบรรยากาศความเรียบร้อยปลอดภัยของบรรยากาศของการเลือกตั้ง คือ เลือกตั้งเมื่อไหร่แล้วดีกับประเทศ กับภาวะเศรษฐกิจ บ้านเมืองเรียบร้อย ทุกฝ่ายยอมรับ

 นายสุวัจน์ กล่าวว่า คิดว่าปีหน้าคงจะมีการเลือกตั้ง แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ ความจริงแล้ว 2-3 เดือนหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เหตการณ์ก็เป็นไปด้วยดี มีเพียงช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในสถานที่ต่างๆ ทำให้มีตัวแปรขึ้นมาอีกหน่อยและคงต้องดูไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่าที่สุดแล้วทุกฝ่ายจะไปจบที่การเลือกตั้ง ดังนั้นในช่วงนี้ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมของแต่ละพรรค เพียงแต่บางพรรคเตรียมตัวไว้แล้ว แต่ไม่ได้พูด บางพรรคเตรียมตัวไว้แล้วอาจจะเปิดเผย แต่ตนเชื่อว่าทุกพรรคคงจะมีการเตรียมตัวไว้แล้ว
 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยที่มีการเตรียมการอย่างเปิดเผย ถือเป็นนัยยะทางการเมืองหรือไม่ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวว่า ถือว่าเป็นแผนงานของแต่ละพรรค พรรคไหนมีความเคลื่อนไหวมาก สร้างความเชื่อถือได้มากก็อาจจะเป็นแม่เหล็กทางการเมืองได้มากขึ้น เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะวางยุทธศาสตร์อย่างไร เป็นเรื่องปกติที่จะเข้าสู่บรรยากาศของสนามเลือกตั้งในต้นปีหน้า

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรครวมชาติพัฒนามีการดึงส.ส.เข้ามาบ้างหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า “ทุกพรรคคงมีการเคลื่อนไหว ขึ้นอยู่กับว่าจะบอกหรือไม่บอก บางคนเปิดทีหลังอาจจะดังกว่าก็ได้ เหมือนกีฬาต้องตัดสินกันยกสุดท้าย อย่างเทนนิสนำอยู่ 2 เซตยังแพ้มีเยอะแยะไป เชื่อว่าทุกพรรคคงเตรียมตัวไว้แล้ว แต่ถ้าจะเป็นการใช้เงินซื้อตัวที่หนักกว่าเดิมมันคงเป็นเรื่องไม่ดี” แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าว

 นายสุวัจน์ กล่าวว่า สำหรับตนเป็นคนที่ขณะนี้ไม่มีพรรค แต่ตนมองว่าการเมืองพรรคเล็กยังคงมีความหมายสำหรับการเมืองในปีหน้า ยังเป็นปัจจัยสำคัญเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล ตราบใดที่บรรยากาศการเมืองเป็นสองขั้วใหญ่ๆ พรรคเล็กก็ยังเป็นตัวแปรที่ยังมีนัยยะการเมือง เพราะมันไม่มีตัวแปรใหม่ ตราบใดที่ผู้เล่นทางการเมืองยังอยู่ในบ้านเลขที่ 111 หรือ 109 โครงสร้างทางการเมืองคงไม่ต่างจากอดีตมากนัก ตัวเลือกจะเหมือนเดิม ดังนั้นหลังการเลือกตั้งจะไม่แตกต่างจากบรรยากาศทางการเมืองที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นพรรคเล็กยังคงเป็นตัวแปรที่สำคัญ ใครที่ทำพรรคการเมืองเล็กๆ ยังคงมีกำลังใจที่จะอยู่ได้ แต่คงต้องไปเน้นลักษณะท้องถิ่นนิยม เพราะคงสู้กระแสพรรคใหญ่ได้ยาก ส่วนพรรคไหนมีฐานการเมืองที่จังหวัดใหญ่ๆ ก็พยายามรักษาฐานตัวเองให้ดีที่สุด ก็จะสามารถอยู่รอดในบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้ได้ เพราะกระแสการเมืองในขณะนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสองพรรคสองขั้ว พรรคเล็กจะอยู่ได้ต้องยึดโยงพื้นที่

 แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวว่า คิดว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วบรรยากาศความขัดแย้งต่างๆ จะย้ายไปอยู่ที่สภาฯและจะช่วยให้ลดความขัดแย้งลงได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ดีทั้งหมด แต่น้ำเดือดก็คงจะกลายเป็นน้ำอุ่น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าจะช่วยทำให้บรรยากาศเอื้อต่อการเลือกตั้ง รัฐบาลควรจะยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก่อนหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลก็ทยอยยกเลิกอยู่แล้ว แต่คงต้องดูว่าเลิกแล้วทำอย่างไรให้จบ เพราะทุกฝ่ายก็บอกว่าเลิกพ.ร.ก.แล้วจะดี แต่เราต้องไปพิจารณามุมด้านความั่นคงด้วย จึงทำให้รัฐบาลค่อย ๆ ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯตามความเหมาะสมของระยะเวลา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ควรจะยกเลิกพ.ร.ก.ก่อน ไม่ดึงยาวไปถึงสิ้นปี แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวว่า ถ้ามองในเรื่องเศรษฐกิจการท่องเที่ยวถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่มันมีเรื่องของความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องคงต้องหาความพอดีที่มาพบกันครึ่งทางเพื่อให้วินวินด้วยกันทุกฝ่าย