ข่าว

พฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม 2553

พฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม 2553

05 ส.ค. 2553

 00ได้อ่านกระทู้ที่นายกนครสงขลา "พีระ ตันติเศรณี" เขียนในเว็บไซต์แล้วน่าสนใจ ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์ในการพัฒนาเมืองสงขลา จึงขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อก็แล้วกัน โดยนายกพีระ ระบุว่า แนวทางของผมเป็นอย่างนี้ครับ 1) การพัฒนาเมือง นายกและเทศบาลต้องเปิดกว้างให้มีพลเมืองและภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมกัน ในนโยบายมีทั้งเรื่องเวทีนโยบายสาธารณะ และสภาประชาชน 2) ช่องทางและวิธีการมีหลายอย่าง ปัจจุบัน โซเชียล เน็ตเวิร์ก ทางอินเทอร์เน็ตยังมีการใช้น้อยอยู่ แต่จะเป็นช่องทางสำคัญในอนาคต ตอนนี้ผมคงต้องเข้าเว็บเป็นประจำด้วยตัวเอง นอกเหนือจากการพบปะพูดคุย ตั้งใจจะใช้เฟซบุ๊ก & ทวิตเตอร์ ขอเวลาฝึกใช้สักเดือน 3) ด้วยต้องการกระตุ้นให้มี Songkhla City i-community หรือ Songkhla City social network เลยให้เทศบาลใช้ชื่อ Songkhlacity.go.th  <http://songkhlacity.go.th/>แทน Songkhlamun แล้วปรับปรุงหน้าเว็บให้น่าสนใจมากขึ้น แต่ต้องบอกว่า ผมยังไม่ค่อยพอใจ คงให้ปรับปรุงต่อไป 4) เรื่องเมืองเป็นเรื่องของการขับเคลื่อนในเนื้อหาสาระจริง ไม่ควรคิดแต่เรื่องประชาสัมพันธ์หรือโปรโมทนายก ผมเห็นมาเยอะแล้ว เนื้องานไม่มีอะไร แต่หาเรื่องโปรโมทนายก ซึ่งใช้งบประมาณเยอะ และทำให้สังคมหลงทิศทาง น่าเสียดายที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่รู้ทัน

 00รามเนตร ใจกว้าง นายกเมืองสมุย เอาจริงเอาจังกับการต่อต้านการขุดเจาะหาแหล่งน้ำมันของบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล เพราะกลัวว่า ถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมา และเกิดปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว จะกระทบต่อเมืองท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า วันก่อนจึงได้เห็นภาพความสามัคคีของชาวเกาะสมุยกว่า 3 หมื่นคน จับมือกันรอบเกาะ 52 กิโลเมตร เพื่อปกป้องแหล่งท่องเที่ยวเอาไว้

 00ไม่ใช่แค่นำมวลชนคนเกาะสมุยจับมือกันล้อมเกาะไว้เท่านั้น รามเนตร ยังนำคณะผู้เกี่ยวข้องตระเวนเดินสายชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงกรุงเทพฯ วันก่อนเห็นไปออกทีวีช่องเนชั่น แชนแนล ในรายการคมชัดลึก และตามมาด้วยการไปออกรายการที่เอเอสทีวีอีกด้วย ถึงแม้ยากที่รัฐบาลจะสั่งยกเลิกสัมปทาน เพราะบางบริษัทสำรวจ และขุดเจาะไปแล้ว แต่อย่างน้อยให้เกิดแรงขับเคลื่อนให้มีการ "ป้องกัน" ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก

 00เคยมีบทเรียนมาแล้วที่ จ.สงขลา เมื่อมีคราบน้ำมันจากไหนไม่รู้ ถูกคลื่นซัดขึ้นมาชายหาด ตั้งแต่ อ.สิงหนคร สทิงพระ ระโนด จนหาดทรายที่เคยขาวสะอาด กลับดำมืดไปด้วยคราบน้ำมัน ที่ทุกวันนี้ยังหาแหล่งที่มาไม่เจอว่า มาจากไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เดือดร้อนถึงประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในย่านนั้น ต้องมาช่วยกันเก็บกวาดคราบน้ำมันออกไป

"นายหัวไทร"