ข่าว

ห่วง28อุทยานเสี่ยงปัญหาพรมแดน

ห่วง28อุทยานเสี่ยงปัญหาพรมแดน

04 ส.ค. 2553

กมธ.สภาฯห่วง28อุทยานเสี่ยงปัญหาพรมแดน นายก"อภิสิทธิ์" ยอมรับที่ปรึกษา“สีหมุนี”ส่งจม.มาจริงแต่ยังไม่ถึงมือ ชี้ถ้าทำได้ตามนั้นก็ดี วอนคนไทยด้วยกันเองไม่ควรทะเลาะกัน ยังกั๊กส่ง "สุเทพ" คุย "ฮุนเซน" ขอดูท่าทีกัมพูชาก่อน

(4ส.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ห้องอิมแพคเมืองทองธานีถึงความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับการดำเนินการกับแผนการบริหารจัดการเขาพระวิหารที่มีเวลาดำเนินการ 1 ปี ว่า ตอนนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งแนวทางรัฐบาลก็ชัดเจนว่าเรื่องสำคัญคือการรักษาอธิปไตย ซึ่งตรงนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงวัฒนธรรม ที่ต้องเข้ามาร่วม

 “ส่วนการจะปูทางไปสู่การแก้ปัญหาอื่นนั้น ผมคิดว่าถ้ากัมพูชายอมรับว่าการผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวได้สร้างความตึงเครียดมากขึ้น และเขาพร้อมที่จะมาพูดคุยในการที่จะทำอะไรร่วมกัน ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะการแก้ปัญหาใดๆ เราต้องคำนึงถึงชีวิคความเป็นอยู่ของคนทั้ง 2 ฝั่งพรมแดนตรงนั้นด้วยในอนาคต แต่ยังไม่มีสัญญาณตรงนั้น ”นายกฯ กล่าว

 ส่วนกรณีที่หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ของกัมพูชารายงานเมื่อวานนี้ว่า เจ้าสีโสวัฒน์ โทมิโก ที่ปรึกษาในสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชาส่งจดหมายถึงนายอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าทั้ง 2 ประเทศจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันจากการยุติความขัดแย้งเรื่องดินแดนพิพาทไว้ชั่วคราวเพื่อให้เกิดบรรยากาศความสมานฉันท์ในภูมิภาคนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่ทราบว่ามีการส่งมาช่วงค่ำเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งยังมาไม่ถึง”

 เมื่อถามว่ามองอย่างไรต่อเนื้อหาในจดหมายดังกล่าวที่ได้เรียกร้องอยากให้มีการใช้กรณีของปราสาทพระวิหารเป็นสัญลักษณ์ของทั้ง 2 ประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าทำได้ก็ดี เพราะที่จริงแล้ว คุณค่าของตัวสถานที่และวัฒนธรรมจะถ่ายทอดมาสู่ประชาชนได้บนบรรยากาศของสันติภาพและความปรองดอง แต่การที่นำเรื่องนี้มาเดินในลักษณะที่จะสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในเรื่องเขตแดนนั้น มันเป็นปัญหาอุปสรรค และไม่มีทางที่ประชาชนของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะยอม เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถยอมรับการจะใช้ตรงนี้ร่วมกันได้ ตนคิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อถามต่อว่าคิดว่ากัมพูชาควรจะเสนอความคิดเห็นแบบนี้ต่อรัฐบาลของเขาด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเขาเสนอหรือไม่ อย่างไร

 เมื่อถามว่าแต่คนไทยด้วยกันเองยังไม่ปรองดอง เพราะมีความเห็นเรื่องบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2543 ไม่ตรงกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของคนไทยด้วยกันเอง ตนได้ย้ำแล้วว่าในเมื่อมีจุดประสงค์ตรงกัน ก็ไม่ควรที่จะแสดงออกว่าทะเลาะกัน และรัฐบาลก็เปิดพื้นที่ให้ โดยในรายการที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(ช่อง 11) เมื่อค่ำวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราตั้งใจมาเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่าย ก็ได้เปิดพื้นที่ให้มีความหลากหลายมากขึ้น และเราก็ทำอย่างนี้มาต่อเนื่อง

 เมื่อถามว่าจะมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ไปพูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะนายสุเทพระบุว่าพร้อมที่จะดำเนินการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องดูจังหวะเวลาและท่าทีของหลายๆฝ่ายก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณจากรัฐบาลกัมพูชาว่าเขาสนใจที่จะคุยในกรอบความร่วมมือแค่ไหน แต่สำหรับรัฐบาลไทยนั้น ความร่วมมือที่ไม่กระทบกับเรื่องเขตแดนเป็นสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ซึ่งถ้าฝ่ายกัมพูชาพร้อม เราก็พร้อมเช่นกัน

อดีตประธานมรดกโลกชี้“สุวิทย์”ไม่ได้ชนะ

 ศ.ดร.อดุล วิเชียรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย และอดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก กล่าวถึงกรณีที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลไทย ระบุว่าประสบความสำเร็จในการเลื่อนพิจารณาแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารออกไปในปี 2554 ว่า ไม่ถือเป็นความสำเร็จของฝ่ายไทย แต่ถือเป็นชัยชนะของกัมพูชาอย่างที่นายสก อาน ออกมาพูด เพราะสิ่งที่นายสุวิทย์ เซ็นรับทราบมติกรณีปราสาทพระวิหารเมื่อ 29 ก.ค.ที่บราซิลโดยเฉพาะข้อ 4 คือการยินดีต่อมาตรการของรัฐภาคี ในการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศ เพื่อการคุ้มครองปราสาทพระวิหารอย่างยั่งยืน (ไอซีซี) เป็นประเด็นที่จะผูกปมให้ไทยเสียเปรียบกัมพูชายิ่งขึ้น

 “2 ปีที่ผ่านมาหลังกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ไทยเคยมีจุดยืนมาตลอดว่าจะไม่เข้าร่วมกรรมการไอซีซี ด้วยสาเหตุที่ว่าไม่เคยมีกลไกแบบนี้ต่อการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ขณะที่กรรมการที่เบื้องต้นอาจจะมี 7 ชาติ ประเมินว่าน่าจะมีชาติที่ยืนข้างกัมพูชาและเข้ามาแทรกแซงเนื่องจากหวังผลประโยชน์ทางทรัพากรในกัมพูชา คือ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้ไทยแพ้เสียงไปโดยปริยาย

 ทั้งนี้ในช่วงประชุมมรดกโลกที่บราซิล นายสุวิทย์ เองก็ยังได้มีหนังสือและพูดคุยทางโทรศัพท์ปรึกษากับผมในเรื่องนี้ และให้คำแนะนำไปว่าไทยต้องประกาศต่อต้านและไม่ยอมไปร่วมอย่างเด็ดขาด และให้ลาออกจากภาคีสมาชิกด้วย แต่พอกลายเป็นว่านายสุวิทย์ กลับรับมติ 5 ข้อและรัฐบาลยังจะประกาศชิงเป็นเจ้าภาพประชุมมรดกโลกในปี 2555 ผมว่ามันบ้ากันไปใหญ่ เรื่องนี้เราต้องตามเกมส์ให้ทัน ” ศ.ดร.อดุล ระบุ

หนุนไทยเร่งจัดการหมู่บ้านเขมรรุกพระวิหาร

 ศ.ดร.อดุล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยัง เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเริ่มออกมาแสดงสิทธิในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.บนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ด้วยการจัดการและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ชาวกัมพูชาเข้ามาตั้งหมู่บ้าน เพราะที่ผ่านมาได้ปล่อยให้มีการเข้ามารุกล้ำครอบครองพื้นที่ในเขตอำนาจอธิปไตยของไทยมาหลายปีแล้ว หากไม่เร่งจัดการจะทำให้กัมพูชายิ่งได้ใจ ทั้งนี้โดยเชิงสิทธิอำนาจอธิปไตย ถือว่าประเทศไทยสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไปละเมิดสิทธิใคร

 เมื่อถามว่าจะยิ่งให้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชามากขึ้นหรือไม่ ศ.ดร.อดุล กล่าวว่า เราจำเป็นต้องแข็งกร้าว เพราะตามคำพิพากษาของศาลโลก เฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้นที่เป็นของกัมพูชา แต่ดินแดนทางด้านทิศตะวันตกกับทิศเหนือเป็นของไทย และเป็นราชอาณาจักรไทย มีสิทธิอำนาจอธิปไตย การที่ปล่อยปัญหาทิ้งไว้นานจนมีการขยายหมู่บ้านในเขตแดนของไทย ก็ต้องผลักดันออกไป

 ด้านนายสุวิทย์ รัตนมณี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่พระวิหารอยู่ในความดูแลของฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่พิพาทได้ รวมทั้งไม่มีข้อมูลรายละเอียดว่ามีการขยายตัวของหมู่บ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน

กอ.รมน.ประชุมรับมือม็อบเขาพระวิหาร7ส.ค.

 วันที่ 4 สค.2553  ที่  ห้องประชุมปกครองจังหวัด  ศาลากลางกลางจังหวัดศรีสะเกษ  พ.อ.กิตตินิพัทธิ์ เสือวรโชติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานงานมวลชนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน  ( กอ.รมน. ) จ.ศรีสะเกษ ได้เชิญคณะทำงาน คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องมวลชน เข้าประชุมหารือในเตรียมการรักษมือการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้น ในวันที่ 7  ส.ค. นี้    หลังมีความเคลื่อนไหวว่า
ในวันดังกล่าว จะมีกลุ่มมวลชนจากต่างถิ่น เดินทางมาร่วมการชุมนุมเพื่อเรียกร้อยทวงคืนเขาพระวิหาร ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน โดยเฉพาะหมู่บ้านภูมิชรอล  ต.เสาธงชัย  อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ  และอาจจะเกิดเหตุรุนแรง การปะทะกันระหว่างคนไทยด้วยกันเช่นที่ผ่านๆ มา เพื่อความประมาทจึงได้เรียกประชุมวางแผนเบื้องต้นต่อการรับมือ

 ทั้งนี้จากการหาข่าวประเมินได้ในสองความเคลื่อนไหวคือ   จะมีกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ จากทั่วประเทศเดินทางมาชุมนุมที่ด่านอุทยานแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องทวงคือนเขาพระวิหารจากประเทศกัมพูชา  แต่อีกแนวทางหนึ่งก็คือมีการชุมนุมกันที่กรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียว

คปศ.นำทัพปชช.ศรีสะเกษจี้“มาร์ค”ถอนเอ็มโอยู43

 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ส.ค. 53 ที่บริเวณหน้าห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  กลุ่มคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ( คปศ.)  ชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ  เครือข่ายประชาชนชาวศรีสะเกษปกป้องแผ่นดินไทยเป็นต้น    เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ผ่านนายกองเอกวิลาส รุจิวัฒนพงษ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เพื่อเสนอแนวทางเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทย กับ กัมพูชา บนพื้นที่เขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร  แต่เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษติดราชการที่ต่างจังหวัดจึงมอบหมายให้ นายประวัติ  รัฐิรมย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  รับมอบแทน

กมธ.ห่วง28อุทยานเสี่ยงปัญหาพรมแดน

 นายนริศ ขำนุรักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เผยผลการประชุมพิจารณาเรื่องปัญหาแนวเขตของอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า จะทำหนังสือถึงนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)ให้ตรวจสอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่อยู่บริเวณชายแดนทั้งหมด ว่า มีแนวเขตทับกับแนวสันปันน้ำ ซึ่งเป็นแนวเขตที่ใช้แบ่งพรมแดนระหว่างประเทศ เพราะหากอุทยานแห่งชาติใช้แนวเขตอุทยานฯกับแนวเขตสันปันน้ำเป็นแนวเขตเดียวกัน ในอนาคตก็จะมีปัญหาเหมือนที่เกิดขึ้นกับอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้

 นายนริศ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการฯ พบว่า ขณะนี้มีอุทยานแห่งชาติถึง 28 แห่ง ที่มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย พรมแดนไทย - มาเลเซีย มีอุทยานแห่งชาติบางลาง จ.ยะลา อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง จ.สงขลา อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล พรมแดน ไทย - พม่า มี อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี จ.ระนอง อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยค อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติแม่เมย จ.ตาก อุทยานแห่งชาติสาละวิน อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา จ.สาละวิน อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติผาแดง อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่

 ส่วนพรมแดนไทย - ลาว อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย จ.เลย อุทยานแห่งชาติภูซาง จ.พะเยา อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จ.อุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติขุนน่าน อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติแม่จรินทร์ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.พิษณุโลก พรมแดนไทย - กัมพูชา อุทยานแห่งชาติภูจอง - นา ยอย จ.อุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว และอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จ.ตราด

 “ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯเคยเสนอให้กรมอุทยานฯตรวจสอบเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนก.ค.แล้ว แต่ทางกรมอุทยานฯก็ยังไม่ได้รับไปดำเนินการ หากไม่มีการตรวจสอบ และแก้ไขให้เหมาะสมเกรงว่าในอนาคตจะมีปปัญหาได้ ทั้งนี้ทางกรรมาธิการฯเห็นว่าเขตอุทยานที่มีพื้นที่ติดกับพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านนั้น ไม่ควรใช้เส้นเขตสันปันน้ำ กับเส้นเขตอุทยานแห่งชาติเป็นเส้นเดียวกัน ” นายนริศ ระบุ

  นายประวัติ  กล่าวว่า  ทางจังหวัดได้เห็นความสำคัญมาโดยตลอดถึงเรื่องการขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา  และการขัดแย้งพื้นที่เขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร  โดยพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่ คุยกันมาตลอดว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นอธิปไตยของไทยอยู่  ทางจังหวัดจะหาแนวทางการประชาสัมพันธ์ถึงเรื่องขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา  และการขัดแย้งพื้นที่เขาพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตร  ให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษรู้และเข้าใจต่อไป