ข่าว

ยืดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม7%อีก2ปีห่วงเศรษฐกิจฟื้นเปราะบาง-รัฐรายได้สูงเกินเป้า

ยืดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม7%อีก2ปีห่วงเศรษฐกิจฟื้นเปราะบาง-รัฐรายได้สูงเกินเป้า

03 ส.ค. 2553

ครม.ยืดเวลาใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ต่ออีก 2 ปี ยันไม่มีความจำเป็นต้องปรับ เหตุรัฐเก็บรายได้สูงกว่าเป้าอยู่แล้ว มองเศรษฐกิจฟื้นแต่ยังเปราะบาง หวังหนุนการใช้จ่าย ห่วงเพิ่มภาระให้ประชาชน แบงก์ชาติหนุนช่วงสั้นยังไม่เป็นปัญหา เอกชนเห็นด้วยหวั่นหนุนเงินเฟ้อพุ่ง

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ขยายเวลาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ในอัตรา 7% ต่อไปอีก 2 ปี จากเดิมที่จะหมดเวลาในเดือนกันยายน 2553 ไปสิ้นสุดเดือนกันยายน 2555 เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวทำให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมาย จึงไม่จำเป็นต้องปรับอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด และยังเป็นการเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 “ยืนยันว่าการขยายเวลาออกไปไม่ใช่เป็นการหาเสียง ที่ผ่านมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วรัฐบาลก็ไม่ได้มีรายได้จากภาษีส่วนนี้ ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นได้ ทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ได้มากกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว จึงไม่มีผลต่อฐานะการคลัง” นายกรณ์ กล่าว

 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในภาวะของการฟื้นตัว แต่ยังคงเปราะบาง หากรัฐบาลปรับอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกลับไปอยู่ที่ 10% จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการบริโภคและลดค่าครองชีพของประชาชนในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในระยะฟื้นตัว

 นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติยืดเวลาการคงภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่อัตรา 7% ต่อไปอีก 2 ปี ว่าเมื่อดูจากภาระหนี้ของรัฐบาลในขณะนี้ เชื่อว่ารายได้เทียบกับรายจ่ายของรัฐบาลในระยะสั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่รายได้จากฐานภาษีในปัจจุบัน ถือว่ายังเป็นฐานที่ค่อนข้างเล็ก ดังนั้น ในระยะยาวเรื่องนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องพิจารณาว่าควรทำอย่างไรให้รายรับเพียงพอกับรายจ่าย

 “ภาระหนี้ขณะนี้ ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะหนี้สาธารณะของไทยยังไม่สูงมาก เพียงแต่ระยะยาว ต้องทำให้เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีการลงทุนต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะการลงทุนที่เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นคงต้องไปดูโจทย์ระยะยาวว่า ทำยังไงให้รายรับพอที่จะรองรับรายจ่าย ซึ่งขณะนี้ฐานภาษีก็เล็ก ระยะยาวจึงไม่น่าจะดี ซึ่งตรงนี้ถือเป็นโจทย์ที่ต้องคิดกันในระยะยาว” นางธาริษากล่าว

 ด้านนายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลยืดเวลาการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มออกไป 2 ปี เพราะหากรีบปรับขึ้นจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อให้เร่งตัวสูงขึ้นได้ และเศรษฐกิจก็ยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูงจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งฐานะการคลังก็ไม่ได้มีปัญหา