ข่าว

"โตโยต้า"เพิ่มเป้าขายลุ้น3แสนคันหวังบริษัทแม่ยกไทยฐานผลิตรถเก๋งส่งออกโลก

"โตโยต้า"เพิ่มเป้าขายลุ้น3แสนคันหวังบริษัทแม่ยกไทยฐานผลิตรถเก๋งส่งออกโลก

03 ส.ค. 2553

โตโยต้าไทยรอ 1 ปี ลุ้นแผนลงทุนจากบริษัทแม่ ยกไทยฐานผลิตรถเก๋งส่งออกทั่วโลก มองตลาดรถยนต์ไทยปีนี้ทุบสถิติยอดรวมสูงกว่า 7.5 แสนคัน ปรับเป้าขายโตโยต้าใหม่เป็น 3 แสนคัน เร่งการผลิตต้องทำโอทีเพิ่มวันละ 5 ชั่วโมง

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการตัดสินใจในการวางบทบาทของโตโยต้ามอเตอร์ในไทย โดยการศึกษาล่าสุดมีความต้องการขยายบทบาทให้ไทยเป็นฐานในการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดรถยนต์นั่งที่คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนในตลาดมากขึ้น จากในช่วงที่ผ่านมาโตโยต้าในไทย เป็นผู้รับผิดชอบการผลิตรถปิกอัพ เพื่อส่งออกทั่วโลก และเป็นฐานผลิตรถยนต์นั่งป้อนตลาดอาเซียน รวมถึงเป็นฐานการผลิตรถเทคโนโลยีไฮบริดของอาเซียนด้วย

 "คาดว่าจะมีการตัดสินใจ 12 เดือนข้างหน้า ก็กำลังคิดอยู่ว่าหน้าที่ของเมืองไทยต่อไปจะเป็นอย่างไร มีโอกาสที่จะขยายการผลิตรถเก๋งเพิ่มขึ้นที่โรงงานบ้านโพธิ์ และจะส่งผลให้เมืองไทยต้องขยายการผลิต ปรับปรุงไลน์ผลิต และเพิ่มการลงทุนใหม่ ซึ่งเราก็มีความพร้อมเต็มที่ในด้านพื้นที่สำหรับขยายการผลิต" นายทานาดะกล่าว

 สำหรับสถานการณ์ตลาดรถยนต์รวมในประเทศไทยนั้น นายทานาดะมองว่า หากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตลาดรถยนต์จะทำสถิติการขายใหม่ โดยประเมินว่าในปีนี้ยอดอาจจะสูงถึง 7.5 แสนคัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 37% เนื่องจากยอดขายรถยนต์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สินค้าทางการเกษตรมีราคาดี และราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ ซึ่งขณะนี้กำลังการผลิตรวมของโตโยต้าอยู่ที่ 5.5 แสนคันต่อปี จากปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นเท่ากับว่าขณะนี้การทำงาน ต้องทำโอทีเพิ่มวันละ 5 ชั่วโมง ถือเป็นเหตุผลหนึ่งที่โตโยต้า ต้องศึกษาเรื่องการขยายกำลังการผลิตสำหรับอนาคต

 นายทานาดะกล่าวต่อไปว่า  เพื่อให้สอดกับสถานการณ์ตลาด บริษัทได้ปรับเป้าหมายการขายใหม่ โดยคาดว่าจะทำได้ 3 แสนคัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่เคยกำหนดไว้นับจากปี 2549 ที่เคยทำได้ 2.9แสนคัน และคาดว่า โตโยต้าจะสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้สูงสุดมากกว่า40% เป้าหมายนี้ถือว่าเป็นเป้าสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของบริษัทที่จะทำได้

 สำหรับตลาดส่งออกนั้น ในขณะนี้ตลาดมีความต้องการสูงขึ้นจากการเติบโตของลูกค้าในทวีปหลักๆ ที่มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้บริษัทคาดว่าจะสามารถทำยอดส่งออกในปี 2553 ได้ 3.3 แสนคัน เติบโตเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับระยะเวลาของปีก่อนหน้า และมีมูลค่าการส่งออก 1.95 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้โตโยต้ากลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ

 กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวด้วยว่า จากนี้ไปบริษัทจะให้ความสำคัญทางด้านพลังงานทดแทน โดยเฉพาะซีเอ็นจีและไฮบริด ส่วนรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ หรือรถเล็กประหยัดพลังงานนั้น โตโยต้าคงเป็นบริษัทสุดท้ายที่จะแนะนำรถในโครงการนี้