ข่าว

เล่าสู่กันฟัง-เมื่อการสื่อสารยุคใหม่ กำลังไล่ล่าคุณ?

เล่าสู่กันฟัง-เมื่อการสื่อสารยุคใหม่ กำลังไล่ล่าคุณ?

04 ส.ค. 2553

จนถึงวันนี้เชื่อว่าคงจะมีคนไทยไม่มากนักที่รู้หรือจำได้ว่าวันที่ 4 สิงหาคม ของทุกปี คือวันการสื่อสารแห่งชาติ ทั้งๆ ที่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2526

 การที่เลือกเอาวันที่ 4  สิงหาคม ก็เพราะว่าเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา "กรมไปรษณีย์” และ "กรมโทรเลข” ขึ้นในวันเดียวกันเมื่อปี 2426 ต่อมาภายหลังได้รวมสองกรมเข้าเป็นหนึ่งเดียวว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลข”

 ในสมัยก่อนถือได้ว่ากรมนี้มีบทบาทต่อความเป็นอยู่ของผู้คนสูงมาก ไม่ลำพังภารกิจด้านการรับ-ส่งจดหมาย และการส่งข่าวด่วน ข้อมูลด่วนด้วยระบบโทรเลขแล้ว จำได้ว่าพัสดุภัณฑ์ ที่ส่งถึงกันก็ผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก โดยเฉพาะเด็กบ้านนอกอย่างผม ก็จำเป็นต้องไปพึ่งบริการของกรมนี้ในรูปของธนาณัติ หรือระบบส่งเงินทางไปรษณีย์ที่ทางบ้านส่งมาให้ใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน

 แต่เรื่องราวเหตุการณ์เหล่านั้นหลายๆ เรื่องแทบจะไม่มีอีกแล้วในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ไม่ได้เขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวบนกระดาษที่เรียกว่าจดหมาย แต่เขียนผ่านคอมพิวเตอร์และส่งไปทางเน็ต หรือพิมพ์เอสเอ็มเอส เอ็มเอ็มเอส ส่งผ่านไปทางโทรศัพท์มือถือ หรือพูดคุยกันที่เรียกเป็นภาษาวัยรุ่นว่า ”แชท” ผ่านบีบี  หรือเข้าไปในโซเชียลเน็ตเวิร์ก

 ที่น่าเป็นห่วงคือ การที่ลักษณะของเครื่องมือสื่อสาร วิธีการ เนื้อหา และรูปแบบของการสื่อสารสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และรวดเร็ว จนผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็น "ผู้ไม่มี” ไม่สามารถวิ่งตามทันได้ ทำให้เกิดช่องว่างใหม่ทางการสื่อสาร ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลให้มีปัญหาตามมาอีกมากมาย เช่น เมื่อไม่มีเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ การได้รับรู้ข่าวสารก็ลำบากและช้ากว่า "ผู้มี” เมื่อไม่รับรู้หรือรู้ช้าก็อาจส่งผลให้เสียโอกาส เสียเปรียบ หรือแม้แต่เสียรู้ และยิ่งเป็นการถ่างให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจทิ้งห่างจากกันออกไปมากขึ้น

  ทางด้านพฤติกรรมของผู้คนก็จะเปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ ด้าน เช่น เด็กๆ คงจะเขียนข้อความยาวๆ ไม่ค่อยถนัดนัก ไม่ต้องการการบรรยายที่มีอรรถรสทางภาษา เมื่อประพฤตินานๆ เข้าจนเป็นนิสัย เวลาที่ต้องเสนอโครงการสำคัญๆ ในชีวิตทำงานก็จะทำได้ไม่สมบูรณ์ เว้นเสียแต่ว่าเมื่อล่วงเลยไประยะหนึ่ง ถึงเวลาที่เยาวชนยุคใหม่ได้ขึ้นไปบริหารองค์การ บริหารประเทศ ก็คงจะยอมรับได้ เพราะเกิดและโตมาในยุคเดียวกัน เมื่อนั้นตัวสะกดต่างๆ ของภาษาไทยเราคงเปลี่ยนไปมาก การพูดคุยระหว่างคนในครอบครัวแบบชนิดเห็นหน้าค่าตากันจะลดน้อยลงเรื่อยๆ เพราะจะหันไปคุยกับเครื่องคอมพิวเตอร์แทน

 ยังมีประเด็นอีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงต้องฝากไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือนักวิชาการในแวดวงการสื่อสารกับสังคมให้เขาไปว่ากันต่อ แต่ที่แวบเข้ามาในสมองตอนนี้คือคำพูดของปรมาจารย์ทางการสื่อสารสองท่าน ท่านหนึ่งเป็นอดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ รศ.บุญเลิศ ศุภดิลก เคยบรรยายให้ผมฟังตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วว่า "...การสื่อสารจะเข้ามามีบทบาทสูงยิ่ง อีกไม่นานใครที่คุมเครื่องมือการสื่อสาร และใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้เป็น คนนั้นกุมอำนาจ...” ตอนนั้นผมฟังแล้วก็นึกเถียงอาจารย์อยู่ในใจด้วยความที่เบาปัญญา มองว่าเป็นไปได้ไง เวลานี้จึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นบัวใต้น้ำ

 อีกท่านหนึ่งคือ คุณสุทธิชัย หยุ่น เมื่อคราวที่ผมเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับสูง รุ่น 1 มีโอกาสเยี่ยมชมกิจการเครือเนชั่นหลายปีก่อน วันนั้นพี่หยุ่นบรรยายว่า “...ต่อไปคนจะอ่านหนังสือพิมพ์ที่เป็นกระดาษน้อยลงเรื่อยๆ ทางเนชั่นจึงขยายกิจการด้านมัลติมีเดีย และนิวมีเดียมากขึ้น...” พวกเราต่างมองว่าพี่เขามีสายตายาวไกล และทันสมัยมากๆ แต่อดมีคำถามด้วยความไม่แน่ใจว่า มันจะมาเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ แต่ครั้นไม่กี่ปีผ่านไปก็มาถึงบางอ้อ จึงถึงเวลาที่ภาครัฐจะต้องหันมาเร่งพัฒนาระบบการสื่อสารของประเทศให้ก้าวล้ำทั้งเชิงลึกเพื่อความเจริญของประเทศ และเชิงกว้างเพื่อความเท่าเทียมกันของผู้คนในแผ่นดิน

บัญญัติ คำนูณวัฒน์