
อานันท์เดินหน้า5มิติปฏิรูปแบบทำไปเรื่อยๆไม่มีจบ
"อานันท์"เดินหน้า 5 มิติปฏิรูป บอกไม่อยากใช้คำว่า "ปฏิรูปประเทศ" เหมือนทะเยอทะยานเพราะต้องใช้เวลาถึง 300 ปีแต่ปฏิรูปทำไปเรื่อย ๆ ไม่มีจบ
(3ส.ค.) ที่รร.เชอราตัน แกรนด์สุขุมวิท ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนได้จัดงานเนื่องในโอกาศครบรอบ 36 ปีได้เชิญนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปมาปาถกฐาพิเศษในหัวข้อการปฏิรูปประเทศ โดยก่อนที่จะขึ้นเวทีนายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมได้กล่าวว่า อยากเสนอกับนายอานันท์ว่าประเทศเราประชาชนเหมือนเจ้าของบ้าน รัฐบาลเหมือนผู้เช่า ดังนั้นการปฏิรูปจะให้ผู้เช่าทำเท่านั้นหรือ หรือจะให้เจ้าของบ้านร่วมทำด้วย
พร้อมกันนี้อยากเรียกร้องให้ผลักดันการหักลดหย่อนภาษีให้มากกว่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตามการเข้าไปหาชาวบ้านอยากให้เข้าไปสัมผัสด้วยจิตใจ อย่าสัมผัสด้วยเงินเพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการโยนเนื้อให้สัตว์ประหลาด ให้เอาใจเข้าไป และอยากให้เข้าไปจัดโครงการผู้ใหญ่บ้านกิตติมศักดิ์ 70,000 หมู่บ้านเพื่อเป็นตัวแทนชุมชน และเสนอให้มีการจัดตั้งกิจกรรมของกระทรงการคลังที่จะสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมซึ่งในต่างประเทศก็มีกรณีเช่นนี้
ด้านนายอานันท์ กล่าวว่า ข้อเสนอของนายมีชัยก็ขอส่งผ่านไปยังนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.กระทรวงการคลังที่อยู่ภายในงานวันนี้ด้วย ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวสามารถทำได้ ไม่เกินวิสัยหากรัฐบาลฉลาดพอแต่ข้อก็เป็นที่สงสัยกันอยู่ ความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ชัดที่สุดก็คือ ความเหลื่อมล้ำระหว่างกทม.กับเมืองต่างๆ หากไม่มีการคุมกำเนิดกทม.เรื่องการเจริญเติบโตและการแย่งทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นถนน สะพาน ครู หมอ ก็จะเข้ามากระจุกตัวในกทม. เรื่องนี้ต้องคิด เพราะหากปล่อยไปก็จะไปไม่รอดตนไม่อยากพูดถึงขนาดที่หยุดสร้างถนน ทุกอย่างและกจะาจายทุกอย่างออกไปจากกทม.
วันนี้ตนยังไม่อยากใช้คำว่าปฏิรูปประเทศเพราะคำนี้เหมือนเป็นการทะเยอทะยานหากเป็นการปฏิรูปประเทศจริงอาจใช้เวลา 300 ปี อยากใช้แค่ว่าปฏิรูปเพราะกระบวนการปฏิรูปทำไปเรื่อย ๆ ไม่มีจบ ปัญหาในวันนี้ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนหรือไม่ จะปฏิรูปหรือไม่ แต่อยู่ที่จะบริหารการปฏิรูปอย่างไร และอย่าทำเพราะกลัว แต่ต้องทำเพราะความจำเป็น โดยการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปจะยึดยุทธศาตร์เชิงรุก คิดนอกกรอบ เมื่อทำเสร็จแล้วก็จะเสนอต่อประชาชน และสังคม หากสังคมไม่สนใจว่าเป็นเรื่องของตนและไม่ทำอะไร โอกาสอันดีงามแบบนี้ก็จะไม่มีมาอีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาสังคมไทยเพิกเฉยต่อปัญหาของประเทศมานาน
ทุกวันนี้สังคมไทยยังคุยกันไม่พอมีแต่การด่ากัน แเหน็บแนบกัน เราต้องเปลี่ยนความคิด สิ่งที่จะช่วยประเทศได้คือการหันหน้าคุยกัน เพราะเราไม่ควรมีแต่คำว่าศรัตรูเท่านั้นแต่เราสามารถเป็นคนที่เห็นไม่ตรงกันแต่ก็ไม่เป็นศัตรูกัน
นายอานันท์กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยุติธรรมในสังคมคงไม่สามารถทำให้สมบูรณ์แบบได้เพราะไม่มีที่ใดในโลกเป็นเช่นนั้นเราไม่ สามารถปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางธรรมชาติ แต่เราสามารถแก้ไขความเหลื่อมล้ำที่ไม่ใช่ธรรมชาติ อาทิ เรื่องเกิดจากโครงสร้าง ระบบ นโยบายหรือกฏหมาย เพราะคนที่ได้รับความเหลื่อมล้ำจากเรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นคนหมดอำนาจทางการเมือง หมดพื้นที่ต่อรองคนจะรู้สึกเรื่องนี้ มากกว่าเรื่องความยากจน เพราะเขาต้องการพื้นที่การเมือง การแสดงความเห็นไม่ว่าจะถูกหรือผิด ระบอบปชต.ในไทยและการเลือกตั้งเมื่อไหร่จึงจะเกิดการเคารพสิทธิของกันและกัน เราต้องทำใจว่า เราต้องเคารพสิทธิคนในทางที่ผิดได้หรือการเลือกตั้งจะให้เลือกคนดีคนเก่ง เราไม่ได้เลือกสังฆราช แต่สิทธิขั้นพื้นฐานประชาชนคือสิทธิในการออกความคิดเห็นเรามีสิทธิอะไรไปควบคุมการออกความคิดเห็นของเขา
นายอานันท์กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามการปฏิรูปของกรรมการปฏิรูปจะเน้น 5 มิติความเป็นธรรมคือ1.มิติเศรษฐกิจ 2.ที่ดินทรัพยากร 3. มิติทางด้านโอกาส 4.มิติทางด้านสิทธิ 5.มิติการต่อสู้



