
2 ด:ดีหรือดังในโลกของตำรวจ
ทำดีเราทำเป็น ทำให้ดัง ทำไม่เป็น อาจารย์นักวิชาการที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงของการวิจัยกล่าวถึงวิธีการทำงานในเวทีการวิพากษ์วิจารณ์งานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันและลดอาชญากรรมโดยมีตำรวจเป็นผู้สนับสนุนให้ชาวบ้านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญ
การทำงานให้ดีเป็นเป้าหมายพื้นฐานหลักสำคัญที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พึงตระหนักและให้ความสำคัญ คำถามที่มักถกเถียงกันคือ อย่างไรจึงจะเรียกว่า “ทำงานดี”? โลกของตำรวจเต็มไปด้วยความซับซ้อน หากคนนอกที่ไม่เข้าใจโลกของตำรวจ จะวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือประเมินผลปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตำรวจในลักษณะที่มองปรากฏการณ์อย่างผิวเผินนั้นจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเข้าใจผิด ประเมินผิดพลาดสูงมาก “อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น” อย่าด่วนสรุปหากมิได้พิจารณาใคร่ครวญอย่างถ่องแท้
“ตัวเลขสถิติคดีของแต่ละโรงพักน่าจะไม่ใช่ฐานข้อมูลประการเดียวที่จะบอกว่าอาชญากรรมในพื้นที่ลดหรือเพิ่ม” นายตำรวจใหญ่บอกเล่าแก่ที่ประชุม ดิฉันนึกนิยมชมชอบกับภาวะเปิดใจเพื่อแก้ไขปัญหา คำอธิบายถึงที่มาของตัวเลขทางสถิติที่จะทำให้ผู้ที่ไม่เข้าใจและใช้ตัวเลขอาจจะหลงทางและนำข้อมูลไปใช้ผิดทางได้ อาทิ การไม่รับคดี การเลือกที่จะนำเสนอคดีต่อผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏการณ์ดังยกตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นที่รู้กันในโลกของตำรวจด้วยการใช้คำเรียกว่า “การดำคดี” ซึ่งมีความหมายว่า การทำให้คดีไม่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของบุคคลทั่วไป ถึงแม้ว่าจะมีคดีเกิดขึ้นก็ตาม สำหรับนักวิจัยอย่างดิฉันมิได้สนใจเรื่องจำนวนตัวเลขคดี แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมตำรวจจึงต้องดำคดี?
“โรงพักนี้มีผลงานดีเยี่ยม สถิติการเกิดอาชญากรรมต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด” คำกล่าวชมเชยจากผู้บังคับบัญชา การประโคมข่าวของสื่อมวลชนและคำชมเชยของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (หรือทำเสมือนว่าไม่รู้ทั้งๆ ที่รู้) ล้วนแล้วแต่เป็นระบบที่เอื้อต่อการส่งผลต่อปรากฏการณ์การดำคดีซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการหมกปัญหาซุกไว้ใต้พรมโดยไม่ได้แก้ไขปรับปรุง การทำให้โรงพักที่ตั้งใจทำงานและไม่ได้ใช้เทคนิคการดำคดีกลับกลายเป็นผู้ที่ต้องปรับปรุงพัฒนางาน โดนตำหนิ ขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน เรียกได้ว่า คนที่ทำไม่ดีกลับดัง แต่คนทำดีกลับไม่ดัง
“คนที่ดังแต่ไม่ได้ทำดี” เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งในโลกของตำรวจที่เกิดขึ้นในยุคเทคโนโลยีข่าวสาร การใช้พื้นที่ข่าวในสื่อมวลชนประเภทต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสร้างความดังเพื่อให้ชื่อติดกระแสให้ดูเสมือนว่ามีผลการปฏิบัติงานดี
หากห้วงเวลาใดที่สังคมเกิดคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่ประชาชนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ปฏิบัติงานสายอาชญากรรมที่ทำงานอย่างมุ่งมั่นในการติดตามคนร้ายก็จะมีพื้นที่ในการ "โชว์” การทำงานในพื้นที่ข่าวสร้างความดังให้เกิดขึ้นได้ซึ่งเป็น ”การเกิด” ที่น่าภาคภูมิใจ ในส่วนของตำรวจที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะโชว์ฝีมือในเรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมก็พยายามที่จะแสวงหาความดังด้วยแนวทางต่างๆ ที่ตนเองถนัด อาทิ งานมวลชนสัมพันธ์ในรูปแบบการนำเสนอโครงการต่างๆ ที่มีชื่อโครงการดูแปลก แหวกแนวเพื่อกระตุ้นความสนใจและสร้างความฮือฮาจากสังคม
อย่างไรก็ตามต่อให้ทำงานให้ดีหรือดังแค่ไหนเพียงใดก็ตาม ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการทำงาน สังเกตได้จากผู้นำตำรวจส่วนใหญ่ล้วนมาจากสายที่สำคัญ 2 สาย ซึ่งมิใช่สายอาชญากรรม สายสืบ สายปราบปราบ หากแต่เป็นสายนาย (ใกล้ชิดและดูแลนาย) และสายนักการเมือง (ใกล้ชิดและดูแลนักการเมือง) นี่คือสัจธรรมในโลกของตำรวจ
ปนัดดา ชำนาญสุข



