
ธรรมาภิบาลบกพร่อง ?นักการเมือง+ผู้นำตำรวจ
ข่าวจากสื่อมวลชนกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.รับแนวคิดของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ประธานปฏิรูปตำรวจ ให้การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งขอ
สำหรับผู้ที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบในปีแรกให้แสดงหลักฐานความดีความชอบให้ปรากฏแก่สังคมตำรวจเป็นที่เปิดเผย และให้มีการคัดค้านได้หากผู้บังคับบัญชาไร้คุณธรรมนำหลักอุปถัมภ์อันเลวทรามมาใช้
ความจริงการกำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.ให้แต่งตั้งผู้อาวุโส 25 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีคุณสมบัติครบได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นการจำกัดพฤติกรรมชั่วร้ายของผู้บังคับบัญชาและนักการเมืองที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
หากยึดถือหลักธรรมาภิบาล โดยแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งเฉพาะพวกกู ผู้ประมูลตำแหน่งได้จากการเสนอตัวเลขตามที่กำหนดเอาไว้ หรือจากผู้ที่ขอมาและไม่อาจปฏิเสธได้ แม้จะฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ที่กฎ ก.ตร.กำหนด
ข้าราชการตำรวจที่รับราชการไต่เต้าเติบโตมาอย่างมานะ อุตสาหะ ทุ่มเทให้แก่งานในหน้าที่ราชการตำรวจหลายสิบปี ย่อมมีความรู้ความสามารถมากกว่าผู้ที่อาวุโสการทำงานน้อยกว่า เพราะการปฏิบัติงานในหน้าที่ตำรวจ ความรู้และประสบการณ์ในงานตำรวจเกิดจากการสะสม มิใช่เกิดจากอ่านตำราเพียงอย่างเดียว
เรื่องนี้ผู้นำองค์กรตำรวจทุกระดับรู้ดี !
แต่แกล้งตีหน้าเซ่อเมื่อมีการประชุมแต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนตำแหน่ง
เพราะระบบอุปถัมภ์และม่านสีเทาหนาๆ เป็นปึกๆ มันบังตา ทับสมองนักการเมืองที่มีอิทธิพลแก่ผู้นำตำรวจทุกครั้ง ผลการแต่งตั้งจึงได้ผู้นำหน่วยงานตำรวจระดับล่างๆ ที่ไร้ฝีมือ ขาดความรู้ ขาดประสบการณ์
ประชาชนประสบภัยทั้งจากโจรผู้ร้ายและจากตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่หิวโซ รีดไถทุกเรื่อง ทุกเวลา ที่มีโอกาส
เรื่องเช่นนี้ไม่ต้องไปถามหรืออาศัยมันสมองของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร หรอก ถามตัวท่านเองเถอะ นักการเมืองและผู้นำตำรวจ
ว่าท่านนั้นธรรมาภิบาลบกพร่องหรือไม่ ?



