
ปณิธานเผยครม.ถกนานประเด็นไม่ตีตรวนผู้ต้องหา
"ปณิธานเผย ครม. ถกกันนานประเด็น คอป. เสนอไม่ควร ตีตรวนผู้ต้องหา สั่ง จนท. ที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกตไปพิจารณา หากทำได้ควรหาอุปกรณ์ชนิดอื่นมาแทน เผย ครม. เห็นชอบ แต่งตั้งกก.คอป.เพิ่ม ปรามให้ข่าวเท่าที่จำเป็น ต้องไม่กระทบต่อสิทธิ์และกระบว
(3ส.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องการตีตรวนผู้ต้องหาที่ทางคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)เสนอว่า ไม่ควรมีการตีตรวนว่า ครม.ได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้มีการเปรียบเทียบกับนานาชาติหลายประเทศ ก็มีแนวทางดำเนินการที่ใกล้เคียงกันหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ประเทศประชาธิปไตยตะวันตกก็มีการใช้ระบบคล้ายคลึงกัน เพียงแต่มีการเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคบางอย่าง แต่ก็มีการใส่กุญแจมือ มีการใส่โซ่ตรวนในลักษณะพันธนาการอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ก็ใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ครม.ได้รับทราบและให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกตของ คอป.ไปเพื่อปรับปรุงการดำเนินการให้สอดคล้องกับกติกาเพิ่มเติมขึ้น ซึ่งความจริงแล้วในรายงานของคอป.ก็ได้ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำอยู่แล้ว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องของการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาตามกลไกกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมจะต้องคำนึงถึงสิทธิพื้นฐาน
“โดยเฉพาะกรณีการใส่โซ่ตรวน ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยชี้แจงกันในรายละเอียดค่อนข้างมากพอสมควร หน่วยงานที่มาชี้แจงก็ให้ความเห็นว่ากรณีที่มีการใส่โซ่ตรวน ก็เป็นกรณีที่ทำตามกฎหมาย เป็นกรณีที่มีการปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ในแง่ของข้อบังคับในการที่จะต้องตีโซ่ตรวนต่างๆก็จะเป็นไปตามกฎหมายราชทัณฑ์ มาตรฐานสากล ซึ่ง คอป.เองก็ได้สรุปว่าเจ้าหน้าที่ก็เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่ให้คำนึงถึงเพิ่มเติม แต่มีกรณียกเว้น คือ อายุเกิน 60 ปีหรือว่าเจ็บป่วย กรณีที่อาจจะใช้ดุลพินิจเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ เช่น กรณีที่ไปลงสมัครรับเลือกตั้งซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือว่าเป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งก็เป็นกรณีพิเศษยกเว้น จึงไม่ให้มีการตีโซ่ตรวน แต่โดยทั่วไปให้มีการตีโซ่ตรวนเพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหา 2 มาตรฐาน หรือทำผิดกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบ เช่น เกิดกรณีหลบหนีหรือมีการชิงตัวผู้ต้องหา ทั้งนี้ก็มีการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกรณีนักโทษคดีร้ายแรง ซึ่งในกรณีต่างๆที่คอป.ตั้งข้อสังเกตมาก็เป็นกรณีที่เข้าข่าย
เผย“ครม.”เห็นชอบ“แต่งตั้งกก.คอป.เพิ่ม
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ที่ประชุมครม.รับทราบ และมีมติเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งประธานคณะกรรมการคอป.ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติที่ 1/2553 และลงนามคำสั่งเรื่องแต่งตั้งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ลงวันที่ 16 ก.ค.2553 , คอป.ได้มีการเตรียมการล่วงหน้าประชุมหารือ อย่างไม่เป็นทางการระหว่างกรรมการและเครือข่ายหลายครั้ง และประชุมอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง เพื่อที่จะกำหนดแนวทางปรัชญาในการทำงานและวางกรอบในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และเป็นไปตามเจตนารมณ์ และเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจสอบและค้นหาความจริงว่าเพื่อการปรองดองซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบและค้นหาความจริงที่เป็นพื้นฐาน หรือเป็นสาเหตุของความขัดแย้งและเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งให้มีการเยียวยาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงดังกล่าวในอนาคต
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้พิจารณาข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆอาทิ การสร้างความเป็นกลาง และความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม รายละเอียดในเรื่องของการแถลงข่าวของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งก็มีรายงานความคืบหน้า และรับรายงานของคอป.ไปในครม. มีหน่วยงานความมั่นคง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และมีหน่วยงานยุติธรรม เน้นเรื่องการให้ข่าวเท่าที่จำเป็น ไม่กระทบต่อสิทธิ์ต่อกระบวนการยุติธรรม ให้แถลงความก้าวหน้าเป็นระยะโดยต้องระมัดระวังไม่ให้การให้ข่าวหรือแถลงข่าว ที่ไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์ และกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงให้ครม.รับทราบ ส่วนในกรณีอื่นๆก็ต้องแถลงความก้าวหน้าโดยไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิ
นายปณิธาน กล่าวว่า ในเรื่องการเปิดเผยรายละเอียดผู้เสียชีวิต ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีการเสนอให้มีการประมวลความสูญเสียโดยเร็ว คดีเหล่านี้เป็นคดีอาญา และมีจำนวนผู้เสียชีวิตหลายคน มีการเร่งรัดให้ภาพรวมของคดีทั้งหมดเดินหน้าไปด้วยกัน และโดยเฉพาะสถานทูตที่ต้องการเร่งรัดให้บางคดีเดินหน้า เพื่อให้มีข้อสรุปโดยเร็วแต่อาจจะต้องใช้เวลา
“เพราะแต่ละกรณีก็แตกต่างกัน แต่ในแง่ของข้อมูลพื้นฐาน เสียชีวิตอย่างไร บริเวณไหนก็สามารถให้ข้อมูลได้แล้ว แต่ว่าเสียชีวิตโดยใครหรือใครต้องรับผิดชอบ ขณะนี้ก็อยู่ในชั้นการสอบสวนซึ่งจะต้องประมวลทุกกรณีเข้าด้วยกัน เพราะบางกรณีอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ถึง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ห่างจากแยกราชประสงค์ และได้มอบหมายให้สตช.เข้าไปดูแลเรื่องนี้เพื่อชี้แจง ซึ่งทางสตช.ก็ได้ชี้แจงว่ามีข้อมูลกรณีเหล่านี้อยู่ในเครือข่ายข้อมูลโดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่ครม.ก็มีมติให้ ศอฉ.รับไปดำเนินการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นระบบให้แก่ผู้ที่ร้องขอเข้ามาอย่างชัดเจน” นายปณิธาน กล่าว
สั่งยธ.ประสาน"สื่อ”หารือระวังการปฏิบัติต่อผู้ถูกดำเนินคดี
นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า ครม.มีมติเกี่ยวกับสิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมไปจากสิทธิมนุษยชนของบุคคลทั่วไป สิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดี หรืออยู่ระหว่างการดำเนินคดีก็จะมีสิทธิที่แยกออกไปต่างหาก ในกรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีก็ได้ยืนยันว่า ได้ปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกดำเนินคดี ในลักษณะที่เป็นไปตามกฎกติกา เช่น มีการถ่ายภาพบุคคลเหล่านี้ในช่วงที่มีการจองจำ ในลักษณะที่เป็นการประจาน ละเมิดสิทธิ มีการตั้งข้อสังเกตว่าบุคลเหล่านี้สิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดีอาจจะมีการละเมิด โดยมีการนำเสนอของสื่อต่างๆหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้ทางหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของรัฐก็ยืนยันว่าได้ทำตามกฎกติกา
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่การนำเสนอภาพของผู้ที่ถูกดำเนินคดี ในลักษณะของการทำให้เกิดผลกระทบ ต่อบุคคลเหล่านั้น อาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถที่จะควบคุมการนำเสนอในกรณีเหล่านั้นได้ จำเป็นต้องให้ทางกระทรวงยุติธรรม ทำจดหมายเพื่อประสานงานกับสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆให้ระมัดระวังและให้ปฏิบัติต่อ ผู้ถูกดำเนินคดีตามสิทธิ์ของเขา ที่เขาจะได้รับ ตรงนี้เป็นมติที่ทางกระทรวงยุติธรรม จะไปดำเนินการประสานงานกับสื่อต่างๆเพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการดูแลปกป้องสิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดีต่อไป



