ข่าว

ปณิธานเผยครม.ถกนานประเด็นไม่ตีตรวนผู้ต้องหา

ปณิธานเผยครม.ถกนานประเด็นไม่ตีตรวนผู้ต้องหา

03 ส.ค. 2553

"ปณิธาน”เผย “ครม.” ถกกันนานประเด็น “คอป.” เสนอไม่ควร “ตีตรวนผู้ต้องหา” สั่ง “จนท.” ที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกตไปพิจารณา หากทำได้ควรหาอุปกรณ์ชนิดอื่นมาแทน เผย “ครม.” เห็นชอบ “แต่งตั้งกก.คอป.”เพิ่ม ปรามให้ข่าวเท่าที่จำเป็น ต้องไม่กระทบต่อสิทธิ์และกระบว

(3ส.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร  รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงเรื่องการตีตรวนผู้ต้องหาที่ทางคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)เสนอว่า ไม่ควรมีการตีตรวนว่า  ครม.ได้รับทราบข้อเท็จจริงและได้มีการเปรียบเทียบกับนานาชาติหลายประเทศ ก็มีแนวทางดำเนินการที่ใกล้เคียงกันหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ประเทศประชาธิปไตยตะวันตกก็มีการใช้ระบบคล้ายคลึงกัน เพียงแต่มีการเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคบางอย่าง แต่ก็มีการใส่กุญแจมือ มีการใส่โซ่ตรวนในลักษณะพันธนาการอีกรูปแบบหนึ่ง  แต่ก็ใกล้เคียงกัน 

  อย่างไรก็ตาม ครม.ได้รับทราบและให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกตของ คอป.ไปเพื่อปรับปรุงการดำเนินการให้สอดคล้องกับกติกาเพิ่มเติมขึ้น ซึ่งความจริงแล้วในรายงานของคอป.ก็ได้ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำอยู่แล้ว 
    
      โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องของการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาตามกลไกกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมจะต้องคำนึงถึงสิทธิพื้นฐาน 

 “โดยเฉพาะกรณีการใส่โซ่ตรวน ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยชี้แจงกันในรายละเอียดค่อนข้างมากพอสมควร หน่วยงานที่มาชี้แจงก็ให้ความเห็นว่ากรณีที่มีการใส่โซ่ตรวน ก็เป็นกรณีที่ทำตามกฎหมาย เป็นกรณีที่มีการปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ในแง่ของข้อบังคับในการที่จะต้องตีโซ่ตรวนต่างๆก็จะเป็นไปตามกฎหมายราชทัณฑ์  มาตรฐานสากล ซึ่ง คอป.เองก็ได้สรุปว่าเจ้าหน้าที่ก็เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่ให้คำนึงถึงเพิ่มเติม แต่มีกรณียกเว้น คือ อายุเกิน 60 ปีหรือว่าเจ็บป่วย กรณีที่อาจจะใช้ดุลพินิจเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ  เช่น กรณีที่ไปลงสมัครรับเลือกตั้งซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  ถือว่าเป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งก็เป็นกรณีพิเศษยกเว้น  จึงไม่ให้มีการตีโซ่ตรวน แต่โดยทั่วไปให้มีการตีโซ่ตรวนเพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหา 2 มาตรฐาน หรือทำผิดกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบ เช่น เกิดกรณีหลบหนีหรือมีการชิงตัวผู้ต้องหา ทั้งนี้ก็มีการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกรณีนักโทษคดีร้ายแรง  ซึ่งในกรณีต่างๆที่คอป.ตั้งข้อสังเกตมาก็เป็นกรณีที่เข้าข่าย

เผย“ครม.”เห็นชอบ“แต่งตั้งกก.คอป.เพิ่ม

 นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ที่ประชุมครม.รับทราบ และมีมติเกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งประธานคณะกรรมการคอป.ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติที่ 1/2553  และลงนามคำสั่งเรื่องแต่งตั้งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ลงวันที่ 16 ก.ค.2553 , คอป.ได้มีการเตรียมการล่วงหน้าประชุมหารือ อย่างไม่เป็นทางการระหว่างกรรมการและเครือข่ายหลายครั้ง  และประชุมอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง  เพื่อที่จะกำหนดแนวทางปรัชญาในการทำงานและวางกรอบในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และเป็นไปตามเจตนารมณ์ และเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจสอบและค้นหาความจริงว่าเพื่อการปรองดองซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบและค้นหาความจริงที่เป็นพื้นฐาน หรือเป็นสาเหตุของความขัดแย้งและเหตุการณ์ความรุนแรง รวมทั้งให้มีการเยียวยาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงดังกล่าวในอนาคต
 
           โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ครม.ได้พิจารณาข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆอาทิ  การสร้างความเป็นกลาง และความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม  รายละเอียดในเรื่องของการแถลงข่าวของหน่วยงานต่างๆ  ซึ่งก็มีรายงานความคืบหน้า และรับรายงานของคอป.ไปในครม.  มีหน่วยงานความมั่นคง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  และมีหน่วยงานยุติธรรม เน้นเรื่องการให้ข่าวเท่าที่จำเป็น ไม่กระทบต่อสิทธิ์ต่อกระบวนการยุติธรรม  ให้แถลงความก้าวหน้าเป็นระยะโดยต้องระมัดระวังไม่ให้การให้ข่าวหรือแถลงข่าว ที่ไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์   และกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงให้ครม.รับทราบ ส่วนในกรณีอื่นๆก็ต้องแถลงความก้าวหน้าโดยไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิ

 นายปณิธาน   กล่าวว่า  ในเรื่องการเปิดเผยรายละเอียดผู้เสียชีวิต ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีการเสนอให้มีการประมวลความสูญเสียโดยเร็ว คดีเหล่านี้เป็นคดีอาญา และมีจำนวนผู้เสียชีวิตหลายคน มีการเร่งรัดให้ภาพรวมของคดีทั้งหมดเดินหน้าไปด้วยกัน และโดยเฉพาะสถานทูตที่ต้องการเร่งรัดให้บางคดีเดินหน้า เพื่อให้มีข้อสรุปโดยเร็วแต่อาจจะต้องใช้เวลา
 
 “เพราะแต่ละกรณีก็แตกต่างกัน แต่ในแง่ของข้อมูลพื้นฐาน เสียชีวิตอย่างไร บริเวณไหนก็สามารถให้ข้อมูลได้แล้ว แต่ว่าเสียชีวิตโดยใครหรือใครต้องรับผิดชอบ ขณะนี้ก็อยู่ในชั้นการสอบสวนซึ่งจะต้องประมวลทุกกรณีเข้าด้วยกัน เพราะบางกรณีอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ถึง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ห่างจากแยกราชประสงค์  และได้มอบหมายให้สตช.เข้าไปดูแลเรื่องนี้เพื่อชี้แจง  ซึ่งทางสตช.ก็ได้ชี้แจงว่ามีข้อมูลกรณีเหล่านี้อยู่ในเครือข่ายข้อมูลโดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว  แต่ครม.ก็มีมติให้ ศอฉ.รับไปดำเนินการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นระบบให้แก่ผู้ที่ร้องขอเข้ามาอย่างชัดเจน” นายปณิธาน กล่าว

สั่งยธ.ประสาน"สื่อ”หารือระวังการปฏิบัติต่อผู้ถูกดำเนินคดี

 นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า ครม.มีมติเกี่ยวกับสิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมไปจากสิทธิมนุษยชนของบุคคลทั่วไป สิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดี หรืออยู่ระหว่างการดำเนินคดีก็จะมีสิทธิที่แยกออกไปต่างหาก ในกรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีก็ได้ยืนยันว่า ได้ปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกดำเนินคดี ในลักษณะที่เป็นไปตามกฎกติกา  เช่น มีการถ่ายภาพบุคคลเหล่านี้ในช่วงที่มีการจองจำ  ในลักษณะที่เป็นการประจาน ละเมิดสิทธิ  มีการตั้งข้อสังเกตว่าบุคลเหล่านี้สิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดีอาจจะมีการละเมิด  โดยมีการนำเสนอของสื่อต่างๆหรือไม่อย่างไร  เรื่องนี้ทางหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของรัฐก็ยืนยันว่าได้ทำตามกฎกติกา 

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่การนำเสนอภาพของผู้ที่ถูกดำเนินคดี ในลักษณะของการทำให้เกิดผลกระทบ ต่อบุคคลเหล่านั้น อาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์  ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถที่จะควบคุมการนำเสนอในกรณีเหล่านั้นได้   จำเป็นต้องให้ทางกระทรวงยุติธรรม ทำจดหมายเพื่อประสานงานกับสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆให้ระมัดระวังและให้ปฏิบัติต่อ ผู้ถูกดำเนินคดีตามสิทธิ์ของเขา ที่เขาจะได้รับ  ตรงนี้เป็นมติที่ทางกระทรวงยุติธรรม จะไปดำเนินการประสานงานกับสื่อต่างๆเพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการดูแลปกป้องสิทธิของผู้ที่ถูกดำเนินคดีต่อไป