ข่าว

มือฆ่าปาดคอสาวคาราโอเกะสารภาพหึงเป็นกิ๊กเก่า

มือฆ่าปาดคอสาวคาราโอเกะสารภาพหึงเป็นกิ๊กเก่า

03 ส.ค. 2553

มือฆ่าปาดคอสาวคาราโอเกะรับสารภาพแล้ว ปมหึงหวงเพราะผู้ตายเป็นแฟนเก่า หลังจากแม่เข้าเยี่ยมตำรวจให้ช่วยเจรจาหากสารภาพก่อนจะได้ลดโทษ หม่ายสาวถูกฆ่าโหดคาบ้านพัก ตำรวจสงสัยหนุ่มใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดหึงโหดก่อนลงมือฆ่า

 วันที่ 3 สิงหาคม 53 ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอ น.ส.วาสนา บุญสมบัติ อายุ 24 ปี อาชีพสาวคาราโอเกะ เสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนในสภาพเปลือยกายในห้อง B 7 ไม่มีชื่อ ด้านหลังตลาดสดบางใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา และต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่สามารถติดตัวผู้ต้องสงสัยได้หนึ่งคน คือนายไชยรัตน์ เพ็งบุญสิน หรือ บี อายุ 26 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องตรงข้ามกับผู้ตาย โดยนายไชยรัตน์ได้ที่พักอาศัยอยู่กับกับน.ส.ยุพา จวงจันทร์ แฟนสาวก่อจะหายตัวไปหลังเกิดเหตุ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวัดโพธิ์แก้ว เขตบางขุนเทียน กทม. จึงควบคุมตัวนำมาสอบสวนที่ สภ.บางใหญ่ เมื่อวานนี้แต่ผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ

 จนกระทั่งต่อมาเมื่อช่วงเช้านางปราณี เพ็งบุญสิน มารดาของนายไชยรัตน์ได้เดินทางมาเยี่ยมนายไชยรัตน์ที่โรงพัก ทาง พ.ต.ท.ธีรวัจน์ ทองรอด รอง ผกก.ปป.สภ.บางใหญ่ จึงได้พูดคุยกับนางปราณีว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานสำคัญที่ยืนยันได้ว่า นายไชยรัตน์เป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ แม้ว่านายไชยรัตน์จะให้การปฏิเสธก็ตาม ซึ่งหากผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธก็ต้องไปสู้คดีในชั้นศาลและไม่ได้รับการลดโทษ

 หลังจากพบหน้านางปราณีและพูดคุยกันไม่นาน นายไชยรัตน์ก็ยอมรับผิดต่อหน้านางปราณีผู้เป็นมารดา พ.ต.อ.ธานี เกษจุโลม ผกก.สภ.บางใหญ่และพ.ต.ท.ธีรวัจน์ ทองรอด รอง ผกก.ปป. ว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าปาดคอเปลือยกาย น.ส.วาสนาจริง โดยมีสาเหตุมาจากการหึงหวงเพราะผู้ตายเคยเป็นแฟนเก่า

 นายไชยรัตน์ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองกับ น.ส.วานาผู้ตายเคยเป็นแฟนกันมาก่อนและเลิกรากันไปได้ไม่นาน จากนั้นตนเองก็ได้มาคบหากับ น.ส.ยุพา แฟนใหม่คนปัจจุบัน ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ห้อง B 8 ซึ่งเป็นห้องตรงข้ามกับ น.ส.วาสนา แต่ปรากฏว่าหลังจากเลิกรากันไม่นาน น.ส.วาสนาก็หันไปคบหากับนายสามิตแฟนหนุ่มคนใหม่ ซึ่งไปมาหาสู่ น.ส.วาสนาที่ห้องเป็นประจำ จึงทำให้เกิดความหึงหวง เพราะแม้ว่าถึงจะเลิกกับ น.ส.วาสนาไปแล้ว แต่อาศัยห้องพักอยู่ตรงข้ามกัน ตนเองกับ น.ส.วาสนาจึงเกิดมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันอีก โดยที่ น.ส.ยุพา แฟนสาวเจ้าของห้องคนปัจจุบันไม่รู้เรื่อง

 จนกระทั่งวันที่เกิดเหตุหลังจากที่นายสามิตแฟนหนุ่มของ น.ส.วาสนากลับออกจากห้องไปแล้ว และ น.ส.ยุพา แฟนสาวตนเองออกไปธุระข้างนอก ตนเองจึงฉวยโอกาสเข้าไปหา น.ส.วาสนาที่ห้อง และกำลังจะมีอะไรกัน ปรากฏว่าเกิดเถียงกันเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างมีแฟนใหม่กันแล้ว และ น.ส.วาสนาบอกให้ตนเองไปเลิกกับแฟนใหม่ก่อน ค่อยกลับมาคบกัน ทำให้ตนเองโมโหและเดินไปหยิบมีดที่ห้องพักกลับมาขู่ น.ส.วาสนา แต่ น.ส.วาสนา พยายามต่อสู้และแย่งมีด ทำให้มีดไปถูกคอ น.ส.วาสนา จนเลือดไหลนองออกมา ด้วยความตกใจจึงจับ น.ส.วาสนานอนบนเตียงนอนและเชือดคอซ้ำจนกระทั่ง น.ส.วาสนาแน่นิ่งไป จากนั้นตนจึงนำสายรัดพลาสติกที่พกติดมาด้วย มัดมือทั้งสองข้างของ น.ส.วาสนาและผูกกับหัวเตียงไว้เพื่ออำพรางคดี ก่อนที่จะล็อกกลอนประตูจากด้านในและปีนออกทางระเบียงข้างห้องหลบหนีออกมาและหลบหนีไอยู่บ้านพี่ชายที่บางขุนเทียน

 ภายหลังจากรับสารภาพแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนำนายไชยรัตน์เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องพักผู้ตาย โดยได้นายไชยรัตน์ผู้ต้องหาได้จุดธุปขอขมากับรูป น.ส.วาสนาผู้ตายด้วย ทางกล่างชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณตลาดสด มามุ่งดูการทำแผนเป็นจำนวนมากและตะโกนสาบแช่งผู้ตายที่มีพฤติกรรมเหี้ยมโหด ก่อนจะพาผู้ต้องหาไปงมหาเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดที่ใช้ก่อเหตุภายในคลองบางไทร เขตอำเภอบางกรวย ที่ผู้ต้องหานำไปเปลี่ยนโยนทิ้งไว้มาเป็นหลักฐาน

 พ.ต.ท.อภิวัจน์ รอง ผกก.ป. กล่าวว่า แม้ในวันแรกที่ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้มาได้แล้วผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธก็ตาม แต่จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมของผู้ต้องหา ทำให้มั่นใจว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้ไม่ผิดตัว ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาได้พบมารดาแล้วก็เกิดเปลี่ยนใจให้การยอมรับสารภาพต่อหน้ามารดาด้วยตนเองแล้วโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกวีดีโอไว้เป็นหลักฐานในการรับผิด จึงได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาโดยไม่ต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐานจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

หนุ่มใหญ่หึงโหดฆ่าสาวหม้ายเมืองปทุมธานี

 อีกรายเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 ส.ค.  พ.ต.ท.บุญเรื่อง พันธนู สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนฆ่ากันตาย บริเวณชุมชนเคหะคลองหก บ้านเลขที่ 159/6 ซ.42 ม.2 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งรีบรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ ผกก.สภ.ธัญบุรี แพทย์จาก รพ.ธัญบุรี เจ้าหน้าพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

 ในที่เกิดเหตุบริเวณบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นไม้ไม้ชั้นเดียว บริเวณห้องด้านหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนางพัชราภรณ์ จิวัฒนไชยมณี อายุ 52 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างที่นอน สภาพศพสวมเสื้อเชิดสีขาว นุ่งผ้าถุงลายดอกไม้สีแดง จากการตรวจสอบสภาพศพในเบื้องต้นพบว่าที่ลำคอมีรอยเขียวช้ำ ตามลำตัวไม่พบบาดแผล ห่างไปบริเวณหลังห้องครัว เจ้าหน้าที่พบศพนายธานี คำมณี อายุ 58 ปี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สภาพศพใช้สายไฟผูกกับคานบ้านภายในห้องครัว สวมเสื้อเชิดลายสก็อตสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีน ทั้งคู่เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชม.

 สอบสวนนายปริญญา ประดิษฐ์ อายุ 41 ปี ให้การว่า ตนออกงานมาในช่วงเช้า แล้วไม่เห็นนางพัชราภา ออกไปขายของจึงได้มาเรียกพร้อมกับเคาะประตูบ้านแต่ก็ไม่มีใครเปิด หลังจากนั้นในช่วงบ่าย ตนก็ได้แวะมาหาอีกทีแล้วลองเรียกดูก็ไม่มีใครตอบ แต่ตนสังเกตเห็นว่าประตูบ้านล็อกจากด้านใน จึงได้บอกเพื่อนบ้านแถวนั้นว่าจะงัดเข้าไป จากนั้นจึงได้งัดเข้าไปทางช่องระบายลมหน้าบ้าน แล้วปีนเข้าไปเมื่อเปิดประตูก็พบนางพัชราภรณ์ นอนอยู่จึงได้เข้าไปเรียกก็ไม่ยอมตอบ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ก็พบว่านางพัชราภรณ์ ได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

 ด้าน พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวเปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานแวดล้อม ในเบื้องต้นพบว่า ผู้ตายที่เป็นหญิงมีชายหนุ่มมาติดพันหลายคน ในจำนวนนี้มีนายธานีที่มาติดพันด้วยเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ คาดว่านายธานีอาจจะรู้ว่าผู้ตายมีคนอื่นมาติดพันอย่างลึกซึ้งอีกหลายคน จนทำให้เกิดอาการหึงหวง และอาจมีปากเสียงกันจนทำให้นายธานีใช้สายไฟฆ่านางพัชราภรณ์ แล้วกลัวความผิดจึงได้ใช้สายไปเส้นเดียวกันผูกคอตัวเองหนีความผิดดังกล่าว

 หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้มอบศพผู้เสียชีวิตทั้งสองราย นำส่งชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ก่อนะจะมอบให้ญาติๆรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป