
พท.ปิดประกาศหน้าพรรคประจาน4ส.ส.พร้อมขับ
เพื่อไทยปิดประกาศหน้าพรรคประจาน 4 ส.ส.ห้ามทำกิจกรรมในนามพรรค "ศักดา เผย มติพรรคลงชื่อ 3 ใน 5 ขับ "ปรพล-จุมพฏ" พ้นพรรคสัปดาห์หน้า ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ก่อแก้ว อีก หลังทนายหอบเงินสด 2 ล้านบาท อ้างมีที่อยู่แน่นอน ไม่หลบหนี สถานการณ์ประเทศปกติแล้ว ศาลชี้ไ
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 ส.ค.เจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทยนำแผ่นติดประกาศมาติดที่ประตูทางเข้าพรรค โดยเนื้อหาระบุว่า "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่มีรายนามต่อไปนี้ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน เป็นบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามมติ และแนวทางการดำเนินของพรรค โดยกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ และฝ่าฝืนแนวนโยบาย ของพรรคอย่างชัดแจ้ง ซึ่งทางพรรคกำลังดำเนินการ เพื่อให้พ้นจากสมาชิกภาพของพรรคตามขั้นตอนต่อไป และไม่ให้ทำกิจกรรมในนามพรรคอีก จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อพรรคเพื่อไทย
"ศักดา"เผยมติพรรคลงชื่อขับ"ปรพล-จุมพฏ"สัปดาห์หน้า
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมพรรคมีมติเรียกประชุมส.ส.พรรคทั้งหมด ในวันที่ 10 ส.ค. เพื่อลงมติ 3 ใน 5 ตามระเบียบพรรค เพื่อขับร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี และนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ส่วนนายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน และนายสิทธิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีพฤติกรรมไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองอื่น คณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณพรรค จะดำเนินการขับออกจากเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง
"ก่อแก้ว"วืดศาลไม่ให้ประกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังที่ นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ทนายความ รับมอบหมายแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. หนึ่งในผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายแล้ว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 2 ล้านบาท
โดยระบุเหตุขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการสอบสวน เสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับผู้ต้องหามีที่อยู่แน่นอน ไม่คิดหลบหนี อีกทั้งขณะนี้ สถานการณ์ภายในประเทศเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ผู้ต้องหาจึงขอใช้สิทธิ์ในการยื่นขอประกันตัวต่อศาล ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การยื่นประกันตัวตามกฎหมาย
ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์ คำร้องผู้ต้องหาแล้ว เห็นว่า ศาลอาญา และ ศาลอุทธรณ์ เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุไว้ชัดเจนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ปล่อยตัวชั่วคราว



