ข่าว

เสธ.ตี๋-ไก่ให้ข้อมูลบึ้มผบช.น.ไม่หวั่นลูกเสธ.แดงฟ้อง

เสธ.ตี๋-ไก่ให้ข้อมูลบึ้มผบช.น.ไม่หวั่นลูกเสธ.แดงฟ้อง

03 ส.ค. 2553

“ผบช.น.” เผย “เสธตี๋“นายทหารคนสนิท มือขวา “พัลลภ “ - “เสธไก่” ที่ปรึกษาบริษัทลีเกิ้ล บุก บช.น. ให้ข้อมูลคดีระเบิด ยันไม่หวั่น “ลูกเสธ.แดง“ ฟ้องกลับที่ระบุลูกน้องพัวพันวางระเบิด แจงขั้นตอนสางคดียันยังไม่แจ้งข้อหาใคร แค่ขอข้อมูล ยังอุบไต๋ เรียก “คนแก่“

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงการเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดในอดีตและบุคคลที่มีประโยชน์ต่อรูปคดีระเบิดทั้ง 2 แห่งบริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ และหน้าห้างคิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ มาสอบถามข้อมูลทั่วไปว่า การทำงานของตำรวจนั้นประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งการสืบสวนสอบสวนและประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา ประกอบกับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เขาว่ากันว่าประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอย เพราะฉะนั้นเมื่อเราประชุมหารือกันแล้วก็ดูว่า เราควรจะเชิญใครบ้างมาพูด มาคุย มาแล และเกิดประโยชน์ในทางคดี แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในเป้าหมายของตำรวจ เพียงแต่ว่าเป็นการเริ่มต้นเท่านั้นเอง

 ผบช.น. กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้มีผู้มาให้ข้อมูล 2 คน บางคนที่เชิญไปก็พร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการให้พิมพ์ลายนิ้วมือไว้บ้าง บางคนก็ไม่ยินยอมก็ไม่เป็นไร วันนี้ก็เชิญมาอีกมีมาเรื่อยๆ ทั้งหมด 48 คนเป็นหญิง 1 คน เราต้องยอมรับว่าขบวนการในการประกอบวัตถุระเบิดมันยากซ้ำซ้อนกว่าคดีเหตุปล้นทรัพย์ เพราะว่าร่องรอยมันหายาก คนทำก็ทำระเบิดหลุดมือร่องรอยก็หายาก การตามร่องรอยก็ต้องค่อยๆ ตามไป ต้องใช้นิติวิทยาศาสตร์ และจะดูจากวงจรต่างๆ ทั้งนี้สำหรับผู้ที่เชิญมาไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ต้องหาทั้งหมด

 “การเชิญมาพูดคัยดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมคณะทำงานสืบสวนคลี่คลายคดี ซึ่งต้องประกอบด้วยกันหลายส่วน บางคนก็อาจเป็นผู้รู้เรื่องราวดี บางคนก็อยู่ในกลุ่มต้องจับตามอง หรือบางกลุ่มอยู่ในผู้กว้างขวางอย่างที่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ.10 กล่าวไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นการสืบสวนตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติที่แท้จริงไม่ใช่อย่างอื่น เมื่อเจ้าหน้าที่หารือแล้วลงความเห็นว่าจะเชิญใครบ้าง"

 ต่อข้อถามว่า ผู้ที่มาให้สอบปากคำเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.)มีประโยชน์มากหรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า มีประโยชน์อย่างมากในเรื่องที่เกี่ยวกับทางตำรวจดำเนินการ ทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่จะเรียกมาสอบนั้นมี ชาย 47 คน หญิง 1 คน รวม 48 คน ในขณะนี้มาเพียง 2 คน ที่เหลือก็ขอเลื่อนไป แต่วันนี้คาดว่าน่ามาเยอะหน่อย ถามต่อว่ามีคนแก่มาด้วยหรือไม่ตามที่ ผบช.น. เคยกล่าว ผบช.น. กล่าวสั้นๆ ว่าอายุเยอะหรือเปล่าที่มา
 
 ต่อข้อถามว่า หากกลุ่มที่เชิญไปแล้วไม่มาเจ้าหน้าที่จะมีการออกหมายเรียกหรือดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ไม่เป็นไรครับ ทุกคนบอกขอเลื่อนจำเป็น และจะมาในภายหลัง ซึ่งยินดีให้ความร่วมมือ ต่อข้อถามกรณี น.ส.ขัติติยา สวัสดิผล หรือน้องเดียร์ ลูกสาวพล.ต.ขัตติยะ  หรือเสธ.แดง ออกมาบอกว่าจะฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับตรงนี้จะว่าอย่างไร ผบช.น. กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะฟ้องก็แล้วแต่ แต่ที่พูดไม่ได้บอกว่า เสธ.แดงเป็นคนทำ แต่จากการสืบสวนตนบอกแล้วว่ากลุ่มรถตู้ที่เคยวางระเบิด เคยปาระเบิด ที่ผ่านการสอบสวนทั้งหมดเป็นลูกน้องเสธแดงตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนก็เห็นบทบาทของเสธแดงกันทั้งนั้นว่าเป็นอย่างไร และตนก็อยู่ในที่ชุมนุมตนก็รู้ ผมไม่อยากพูดไปมากกว่านี้เพราะท่านตายไปแล้ว

 เมื่อถามต่อ หากทั้ง 48 คน มีการประมวลแล้วมีกลุ่มเชื่อมโยงจำเป็นต้องส่งให้ดีเอสไอสอบหรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ตรงนี้ตนขอพิจารณาหลักฐานก่อน และเมื่อวานนี้ก็ส่งให้ทางดีเอสไอไปแล้ว 1 คน ส่วนการได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติมนั้นตนขออุบไว้ก่อน ในวันนี้เชิญมาประมาณ 10 คน ถามต่อเมื่อเช้าเห็นรองสุเทพออกมาพูดว่าจะไม่ประมาทเกี่ยวกับข่าวคาร์บอมต่างๆ ทางการข่าวตอนนี้เป็นอย่างไร พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า การทำงานของตำรวจและทหารหรือฝ่ายรักษาความปลอดภัยเป็นส่วนๆ ตนคงไม่สามารถก้าวล่วงได้ ตนรับผิดชอบงานของตำรวจ ตนทำงานตามหน้าที่ของตนเท่านั้นดีกว่า

 ต่อข้อถามว่า บริเวณย่านเศรษฐกิจจะมีการเฝ้าระวังหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่มีการเฝ้าดำเนินการอย่างเต็มที่ ผกก.ทุกแห่งต้องตื่นตัวตลอดและต้องดูแลโรงพักตัวเองด้วย เพราะบางทีพวกจิตป่วนบางทีมันก็วางระเบิดแถวโรงพักด้วยระวังให้ดี ถามต่อ คนแก่ที่ ผบช.น.เคยพูดถึง อายุเท่าไร พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวสั้นๆว่า อีกไม่นานเขาก็ปรากฏตัว
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่คณะทำงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิด 2 จุด บช.น. เชิญตัวมาสอบสวนให้ข้อมูลในวันนี้มี 10 คนด้วยกันมีรายสำคัญที่น่าจับตามอง คือ พ.อ.สุรพล สุขประดิษฐ์ นายทหารสังกัด กอ.รมน. พ.อ.มนัส สุขประเสร็ฐ นายทหารสังกัด กอ.รมน. พ.จ.อ.บัญชา ทอแสง โดยทั้งหมดเป็นลูกน้องคนสนิทของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รวมถึง "เสธ.ไก่" นายรังสฤษณ์ ธิยาโน ที่ปรึกษาบริษัท ลีเกิ้ล และผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง โดยทั้งหมดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีใช้เวลาการสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง