ข่าว

ครม.ไฟเขียว
ก.ม.กีฬาอาชีพ

ครม.ไฟเขียว ก.ม.กีฬาอาชีพ

04 ส.ค. 2553

คณะรัฐมนตรีไฟเขียว ร่างพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพ นำเข้าพิจารณาในสภาได้ทันที “บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เชื่อกีฬาอาชีพไทยไปฉลุย โดยเฉพาะศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก โทษล้มบอลจำคุกสูงสุด 10 ปี


 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาล มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพ โดยนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้นำเสนอ พร้อมด้วยนายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าร่วมชี้แจงรายละเอียด เพื่อผลักดันกฎหมายกีฬาอาชีพ หลังจากมีความพยายามต่อเนื่องมาหลายปี
 หลังการประชุม “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.กีฬาอาชีพ โดยขั้นตอนต่อไป จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบร่างพ.ร.บ.ทั้งหมด ก่อนส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำไปสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากกีฬาอาชีพ เป็นนโยบายของรัฐบาล ส่วนการนำมาบังคับใช้จะเร็วหรือช้านั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภา
 ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ จะดูแลและส่งเสริมกีฬาอาชีพโดยตรง จะทำให้วงการกีฬาไทยเดินหน้าอย่างเป็นระบบ โดยมีข้อบังคับกฎหมายครอบคลุมส่วนต่างๆ เช่น การทำสัญญาที่เป็นธรรมสำหรับนักกีฬา ปัญหาเดิมๆ เรื่องของนักกีฬาที่เจอกับสัญญาทาสจะหมดไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสวัสดิการนักกีฬา, ประกันภัยนักกีฬา, อัตราภาษี หรือแม้กระทั่งการใช้สารต้องห้าม ก็จะอยู่ใน พ.ร.บ.กีฬาอาชีพฉบับนี้ด้วย
 ทั้งนี้ การมีกฎหมายกีฬาอาชีพ จะผลักดันให้กีฬาอาชีพเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดย “บิ๊กหนุ่ม” ยกตัวอย่างกรณี พ.ร.บ.กีฬามวยที่บังคับใช้ในปี 2542 ทำให้เรื่องของการล้มมวยลดน้อยลงไปอย่างมาก ปีหนึ่งพบไม่กี่ครั้งเนื่องจากมีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน รุนแรง เช่นเดียวกับกีฬาอาชีพชนิดอื่นๆ อาทิ ฟุตบอล ซึ่งการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกกำลังเติบโตอย่างมาก แต่หากพบการล้มบอล จะมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี เป็นต้น และยังครอบคลุมไปถึงการว่าจ้างด้านอื่นๆ เช่นการว่าจ้างผู้ตัดสิน ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งหมดจะมีกฎหมายลงโทษชัดเจนเช่นกัน