
เชิญ"อภิสิทธิ์" ถกจัดบอลโลก ส.ว.รับเพ้อฝัน แต่เพื่ออนาคต
ส.ว.กีฬา เชิญนายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" และรมว.คลัง "กรณ์ จาติกวณิช" ร่วมสัมมนา "ประเทศไทยกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก : ต้องเตรียมอะไร และอย่างไร" วันที่ 6 ก.ย.นี้ บิ๊กวอ วรวุฒิ โรจนพานิช รับตอนนี้เป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน แต่ต้องฝันอย่างจริงจัง และหา
“บิ๊กวอ” นายวรวุฒิ โรจนพานิช ประธานกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา เป็นประธานประชุมคณะกรรมาธิการ ที่ห้องประชุม 309 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม โดยมีการหารือ การเตรียมการจัดการประชุมสัมมนา เรื่อง "ประเทศไทยกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก : ต้องเตรียมอะไร และอย่างไร" ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 กันยายนนี้ ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 เวลา 08.00-16.30 น.
การสัมมนาดังกล่าว คณะ “ส.ว.กีฬา” ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงความคิดเห็น พร้อมกันนั้นยังมีบุคคลในวงการกีฬา อาทิ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ในฐานะผู้ตัวแทนการเตรียมนักกีฬา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ร่วมแสดงความคิดเห็นด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ โดยมีนายเศรษฐา ศิระฉายา พิธีกรชื่อดังเป็นผู้ดำเนินการสัมมนา คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมสัมมนาราว 250 คน
ประธาน ส.ว.กีฬา กล่าวถึงการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของไทยว่า พูดตรงๆ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่หากคิดที่เพ้อฝัน ก็ควรอยู่ในพื้นฐานของความจริงจัง ไม่ใช่แค่โหมกระแสให้เกิดขึ้นเท่านั้น แม้ว่าความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกจะมีน้อย แต่การจัดงานเช่นนี้ นับว่าเป็นมรดกตกทอดให้คนกีฬารุ่นหลังได้นำข้อมูลที่มีไปศึกษา เพื่อโอกาสต่อไปในอนาคต
“การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของไทย เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นอุปสรรค ทั้งเรื่องอากาศเพราะฟุตบอลโลกต้องเตะในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อนและกำลังเข้าฤดูฝน ช่วงเวลาการแข่งขันก็ต้องคำนึง ซึ่งในทวีปเอเชียไม่อำนวยกับประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่โดยเฉพาะในยุโรป เป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) พิจารณาเป็นสำคัญ เนื่องจากรายได้ที่จะได้มาจำนวนกว่า 2 แสนล้านบาท ในการขายลิขสิทธิ์และผู้สนับสนุนถือว่ามหาศาลมาก" นายวรวุฒิ กล่าว



