ข่าว

เปิดหนังสือที่ปรึกษากม.ปธ.วุฒิชี้จารุวรรณนั่งผู้ว่าสตง.ต่อได้

เปิดหนังสือที่ปรึกษากม.ปธ.วุฒิชี้จารุวรรณนั่งผู้ว่าสตง.ต่อได้

03 ส.ค. 2553

"เปิดหนังสือ“ปธ.ที่ปรึกษากม.ปธ.วุฒิส่งความเห็น ถึง ” จารุวรรณ “ อยู่ต่อได้ ส.ว.วิจารณ์แซด อาจขัดรธน.มาตรา 266“ด้าน”ไพบูลย์”อ้างความเห็นกก.ไม่ผูกพัน อยู่ที่ผู้ใช้จะนำไปอ้าง ตะแบง “ จารุวรรณ “ ใช้อำนาจประธานคต.วินิจฉัยสถานะผู้ว่าฯสตง. ระบุ ใครสงสัยให้ไปฟ้อง

 (3ส.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ได้ทำหนังสือเวียนถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมว่า จะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการสตง.โดยอ้างความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาว่า สามารถดำรงตำแหน่งนี้ต่อไปได้ทั้งที่คุณหญิงจารุวรรณ อายุครบ 65 ปี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินพ.ศ. 2542 ทำให้การประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ส.ว.หลายคนได้สอบถามนายประสพสุข บุญเดช  ประธานวุฒิสภา เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าวว่า สามารถส่งเรื่องให้คำปรึกษาไปได้หรือไม่ และอาจขัดรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 266 ว่าด้วยการห้ามส.ส.ส.ว.ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของราชการ ทำให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมการฯ ยืนยันในที่ประชุมว่า คุณหญิงจารุวรรณ ทำหนังสือมายังคณะกรรมการฯ ในช่วงที่ประธานวุฒิสภาไปราชการในต่างประเทศ จึงพิจารณาแล้วเห็นว่าบันทึกดังกล่าวไม่ได้เป็นความลับ จึงส่งไปตามระบบสารบรรณ

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า จากการตรวจสอบหนังสือดังกล่าว พบว่าเป็นหนังสือของวุฒิสภาเลขที่ ส.ว.(คกม.) 0012 12/204 เรื่อง บันทึกของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาส่งถึงผู้ว่าการสตง.ซึ่งอ้างถึงหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ตผ. 0002/2983 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2553 โดยแนบบันทึกความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ประธานวุฒิสภา จำนวน 1 ฉบับไปด้วย ลงนามโดยนายไพบูลย์ โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่หนังสือที่อ้างถึงสตง.มีความประสงค์ขอทราบความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาเกี่ยวกับเรื่อง การปฎิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการสตง.

 ทั้งนี้เพื่อประกอบการปฎิบัติราชการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินความละเอียดแจ้งแล้วนั้น ในการนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาพิจารณาแล้ว ใคร่ขอส่งบันทึกความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา เรื่องการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการสตง.(คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ) มายังสตง.ดังมีรายละเอียดตามแนบ

 รายงานข่าวจากวุฒิสภาแจ้งว่า หนังสือดังกล่าว ทำให้ส.ว.วิพากษ์วิจารณ์เป็นอันมากถึงความสุ่มเสี่ยงการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 ว่าด้วยการห้ามไม่ให้ ส.ส.และส.ว.ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นส.ส.และส.ว.เข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เนื่องจากนายประสพสุข ยืนยันในที่ประชุมวุฒิสภาว่า เมื่อสตง.ส่งหนังสือมา ก็ให้คณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯพิจารณา เมื่อส่งผลมาให้ตนรับทราบ ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อเพราะความเห็นของคณะกรรมการฯ เป็นเพียงความเห็น ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หมายความว่า นายประสพสุข ทราบว่า ฝ่ายวุฒิสภาไม่สามารถส่งความเห็นแนะนำไปยังสตง.ได้

 "นอกจากนี้ เมื่อนายประสพสุข เดินทางไปต่างประเทศ มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นผู้รักษาการแทน ก็ไม่มีการส่งหนังสือผ่านมายังประธานวุฒิสภา แต่เป็นการส่งตรงไปยังผู้ว่าการสตง. ซึ่งเมื่อพิจารณาหนังสือดังกล่าว มีจุดสุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะจุดที่ระบุว่า สตง.ขอความเห็นมาเพื่อประกอบการปฏิบัติราชการของสตง. หมายความว่า ความเห็นนี้จะนำไปประกอบการตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าการสตง.จุดนี้จึงอาจเข้าข่ายการแทรกแซงฝ่ายราชการ เพราะต่อมาคุณหญิงจารุวรรณ ได้ยกความเห็นนี้มาอ้าง และเกิดปัญหาในสตง." แหล่งข่าว ระบุ

 นายไพบูลย์ ชี้แจงว่า เมื่อคุณหญิงจารุวรรณ สอบถามความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ กรรมการก็ส่งไปให้ แต่ความเห็นไม่มีผลผูกพันก็เหมือนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการชุดนี้ก็เหมือนว่า มาศึกษาข้อกฎหมายเฉย ๆ จึงอยู่ที่ผู้ที่จะนำความเห็นไปใช้ ถ้าเห็นว่า คณะกรรมการฯมีเหตุผลดี ก็เอาไปใช้อ้างอิงได้ แต่ก็ไม่มีผลผูกพันเหมือนคำวินิจฉัยของศาล จึงไม่รู้ว่า เป็นการแทรกแซงราชการอย่างไร

 " นอกจากนี้กรณีคุณหญิงจารุวรรณ ผู้มีอำนาจวินิจฉัยมี 2 ส่วนคือ ประธานคตง.ในฐานะรักษาการตามพ.ร.บ.ประกอบฯว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และศาล ซึ่ง คุณหญิงจารวุรรณ มีสถานะรักษาการประธานคตง.อยู่ เมื่อดูบันทึกความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา และความเห็นของนักกฎหมายอื่นๆ ก็วินิจฉัยว่า ให้ผู้ว่าการสตง.ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางตามประกาศคปค.ฉบับ 29" นายไพบูลย์ กล่าว

 เมื่อถามว่า คุณหญิงสวมหมวกสองใบมาวินิจฉัยตำแหน่งตัวเองได้หรือ นายไพบูลย์ กล่าวว่า คุณหญิงจารุรรณ สงสัยเรื่องผู้ว่าการสตง.ขึ้นมาเอง จึงไปหาข้อมูลและตอนนี้ก็เข้าใจแล้ว หากยังมีใครติดใจ ก็สามารถไปร้องศาลให้วินิจฉัยได้