
ดีเอสไอบุกช่วยสาวลาวถูกลวงค้ากาม
เจ้าหน้าดีเอสไอ-ตำรวจภูธร-เจ้าหน้าที่พม. สนธิกำลังบุกเข้าช่วยสาวชาวลาวที่ถูกล่อลวงมาค้ากามที่ลพบุรี
เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 3 ส.ค. เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สนธิกำลังกับตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แบ่งกำลังเป็น 2 สาย โดยสายแรกเข้าตรวจค้นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจ สังกัดกองสืบสวนสอบสวนจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายวิโรจน์ สุขพิทักษ์ อายุ 46 ปี อยู่ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่ถูกสาวชาวลาว 2 คนที่หลบหนีไปได้ก่อนหน้านี้ว่าหลอกลวงมาขายบริการ และยังมีการกักขังเพื่อนๆชาวลาวอีกจำนวนหลายคน เพื่อบังคับให้ขายบริการ
จากการเข้าตรวจพบว่านายวิโรจน์ ได้หลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิดพร้อมทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้านดาบตำรวจดังกล่าว โดยเบอร์สุดท้ายที่พบมีการโทรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งยศพันตำรวจโทสังกัดจังหวัดหนองคาย และในบ้านพักของดาบตำรวจนายนี้ยังพบถุงยางจำนวนมากจึงควบคุมตัวดาบตำรวจนายนี้มาสอบสวนพร้อมเก็บสิ่งของต่างๆมาตรวจสอบและเป็นหลักฐาน
ส่วนกำลังอีกชุดเข้าตรวจค้นอาคารพาณิช 3 ชั้น 3 คูหาติดกันบริเวณด้านหลังสถานีขนสงสระแก้ว ซึ่งนายวิโรจน์เป็นร้านคาราโอเกะ ส่วนชั้นบนมีการเปิดเป็นสถานที่ขายบริการ แต่จากการเข้าตรวจค้นภายในร้าน ไม่พบตัวนายวิโรจน์ซึ่งหลบหนีออกไปได้อย่างหวุดหวัดเช่นเคย โดยยังเปิดพัดลมและวางใบเสร็จเก็บเงินลูกค้าวางอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามกดดันและสอบสวนตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมได้ทราบว่าได้มีการขนย้ายสาวชาวลาวไปซ้อนตัวอยู่ที่โรงแรม 33 ในตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี ชุดเข้าจับกุมจึงติดตามไปที่โรงแรมดังกล่าวจนสามารถช่วยเหลือหญิงสาวชาวลาวได้ได้ทั้งสิ้น 10 คน พร้อมมีการกดดันให้นายวิโรจน์เข้ามอบตัว
สำหรับการบุกเข้าช่วยเหลือหญิงสาวชาวลาวในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับการร้องเรียนจากสาวชาวลาวจำนวน 2 คนที่หลบหนีไปได้จากที่นี้ว่ามีเพื่อนถูกทรมานและบังคับให้ขายบริการอยู่ที่ลพบุรี จึงได้มีการวางแผนเพื่อเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้และสามารถช่วยเหลือได้แล้ว 10 ราย
จากการสอบสวนทราบว่านายวิโรจน์ได้ทำธุรกิจด้านร้านอาหารและ ผับ บาร์ มาโดยตลอดกว่า 10 ปีโดนเจ้าหน้าที่ปิดร้านมาแล้วนับไม่ถ้วน มีเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือจนสามารถเปิดร้านได้ตลอดจนเป็นที่รู้กันดีของชาวบ้านในระแวกดังกล่าว
แหล่งข่าวที่เป็นเพื่อนบ้านพบว่า หญิงสาวชาวลาวมักจะปีนลงมาจากอาคารพาณิชหนีมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งชาวบ้านเห็นก็จะช่วยพาหนีไปส่งขึ้นรถกลับบ้าน ไปแล้วกว่า 10 ราย แต่ไม่มีใครกล้าบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือมีการร้องเรียนเพราะกลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมในครั้งนี้ถือว่าดีแล้วเพราะร้านดังกล่าวนอกจากจะส่งเสียงดังแล้วยังมีการทรมานสาวลาวและบังคับให้ขายตัวด้วย
โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ dsi และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมยังกระจายอยู่ในพื้นที่ลพบุรีเพื่อติดตามตัวนายวิโรจน์ และให้การช่วยเหลือสาวลาวเพราะจากรายงานทราบว่ายังมีสาวลาวถูกกักขังอยู่ในหลายจุด



