
"น้องบีม"กับแม่เลี้ยงใจร้าย3ขวบแห่ง...ทุกข์ทรมาน
ดวงวิญญาณที่ถูกพรากและชะตากรรมที่ถูกกำหนดโดยน้ำมือ "คนนอก" ของ "น้องบีม" กฤตวี แสงสว่าง วัย 3 ขวบ สร้างความสะเทือนใจแก่คนในสังคมไม่น้อย เมื่อความจริงที่แสนโหดร้ายปรากฏออกมาว่า เขาถูกทำร้ายจากแผลน้ำร้อนลวกจนสิ้นใจ ?!!
ไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเมื่อพ่อแม่น้องบีมจากโลกนี้ไปแล้ว เหตุใดน้องบีมถึงตกมาอยู่ในความดูแลของ "จุฑารัตน์ ทุมสุวรรณ" อายุ 31 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นเพียงแค่แม่เลี้ยงคนหนึ่งเท่านั้น ?!!
เมื่อ 3 ปีก่อน แม่น้องบีมเสียชีวิตลงก่อน ตามด้วยพ่อที่เสียชีวิตจากวัณโรคปอด ทิ้งให้น้องบีมเผชิญชะตากรรมอยู่บนโลกใบนี้อย่างเดียวดายกับจุฑารัตน์แม่เลี้ยงและโชเฟอร์แท็กซี่แฟนหนุ่มคนใหม่ที่บ้านเลขที่ 49/13 หมู่บ้านร่มไทร ซอยคลองลำเจียก 10 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ปรากฏชัดว่า เหตุใดจุฑารัตน์ถึงเลือกที่จะรับน้องบีม ซึ่งไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขไว้ในความดูแล จะเป็นเพราะความรักความสงสารก็ไม่น่าจะนำพามาสู่บทสรุปเช่นนี้ หรือต้องการนำมาใช้งานบ้านช่องห้องหับก็สกปรกรกรุงรังไม่ผิดอะไรกับรังหนู ตัวเธอเองก็ยังให้การภาคเสธแบ่งรับแบ่งสู้ ความจริงข้อนี้จึงยังเต็มไปด้วยปริศนารอไขให้กระจ่าง
ทาวน์เฮ้าส์หลังนี้มีเนื้อที่ไม่กี่ตารางเมตร รั้วโปร่งโล่งมองเห็นกองขี้หมาเปรอะเลอะเทอะอยู่เต็มหน้าบ้านส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ชั้นล่างไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ ยกเว้นความสกปรกที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งประดับเดียวที่พบเห็นได้ทุกที่ ส่วนชั้น 2 มีห้องโถงใหญ่ 1 ห้องใช้สำหรับเลี้ยงปลา 3 ตู้ กับหิ้งบูชาเทพตามลัทธิพราหมณ์อีกจำนวนมาก ส่วนห้องนอนเล็กข้างๆ ที่สามชีวิตใช้หลับนอนแทบไม่ต่างจากส่วนอื่นๆ ของบ้าน
ตลอด 7 เดือนที่น้องบีมอยู่กับจุฑารัตน์และโชเฟอร์แท็กซี่แฟนหนุ่ม มีเพื่อนบ้านอย่างน้อย 3 รายให้ข้อมูลตรงกันว่า พบเห็นจุฑารัตน์ทุบตีน้องบีมหลายครั้งติดต่อกันมาหลายเดือน บางครั้งกลับจากทำงานตี 4 ตี 5 ยังได้ยินเสียงน้องบีมร้องไห้เสียงดังจ้า
พยานคนหนึ่งถึงกับบอกว่าเขาเริ่มจะทนเห็นน้องบีมถูกกระทำไม่ไหว กำลังจะตัดสินใจแจ้งมูลนิธิเกี่ยวกับเด็กให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันการณ์เพียงแค่คิดเท่านั้นน้องบีมก็มาด่วนจากไปอย่างทุกข์ทรมาน ?!!
ภายในห้องนอนที่รกรุงรังไปด้วยเศษขยะและคราบไคลนี่เองที่วาระสุดท้ายของน้องบีมบังเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2553 พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ภูเบศ เส้นขาว รอง ผกก.สส. และพ.ต.ต.จุมพล สินศิริพงษ์ สว.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจสอบก็ต้องพบกับภาพสังเวชใจ
ศพน้องบีมอยู่ในสภาพนอนหงายตาเหลือก ตามร่างกายมีบาดแผลถูกน้ำร้อนลวก หลายคนถึงกับน้ำตาซึม บ้างต้องเบือนหน้าหนีจากภาพที่เห็น ทั้งหน้าและหลังมีรอยดำจากบาดแผลพุพองเริ่มเน่า และร่องรอยตามร่างกายเป็นจุดๆ อีกหลายแห่งที่จุฑารัตน์บอกว่าเกิดจากดินสอข่วน หนังกำพร้าเริ่มหลุดจนเห็นเนื้อใน
"รู้สึกหดหู่มาก" แม้แต่ชุดสืบสวนที่ผ่านคดีฆาตกรรมและศพมาหลากหลายรูปแบบยังอดเปรยออกมาไม่ได้
ร่างอันบอบช้ำและไร้วิญญาณของน้องบีมถูกส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา ทันทีที่ผู้ช่วยแพทย์และแพทย์ผู้ชันสูตรพบเห็นสภาพต่างอุทานขึ้นมาเกือบพร้อมกันว่า "น้องบีมอยู่ต่อไปก็ทรมาน ?!!"
สภาพร่างกายที่เห็นมีบาดแผลถูกน้ำร้อนลวกมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เนื้อตัวค่อนข้างสกปรกเหมือนกับไม่เคยผ่านการอาบน้ำชำระคลาบไคลมานานหลายเดือนติดต่อกัน เล็บมือเล็บเท้าดำปิ๊ดปี๋เหมือนขาดการเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ร่างกายซูบผอมปราศจากไขมันเหมือนตอนยังมีชีวิตอยู่ขาดโภชนาการที่ควรสำหรับเด็กวัยนี้
เมื่อลงมือผ่าชันสูตรศพพบว่ากะโหลกไม่ยุบ เนื้อสมองยังปกติ แต่พบเห็นบาดแผลบนศีรษะกว่า 10 แห่ง มีขนาดเล็กเหมือนถูกของแข็งไม่มีคมทำให้เกิดรอยแตกเล็กๆ มีร่องรอยการแต้มยาเหลืองปรากฏอยู่ตามบาดแผล ซึ่งไม่ใช่การรักษาบาดแผลลักษณะนี้อย่างถูกต้อง ส่วนร่างกายมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ถูกความร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานลวก บาดแผลได้รับการปฐมพยาบาลก็จริง แต่ไม่ถูกต้องและไม่ได้รับการรักษาตามหลักวิชาการแพทย์อย่างทันท่วงที
แพทย์ผู้ชันสูตรลงความเห็นว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากแผลถูกความร้อน ทำให้ร่างกายเสียน้ำและความสมดุลของเกลือแร่ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย !
จุฑารัตน์ อ้างกับตำรวจว่า บาดแผลเหล่านี้เกิดจากน้องบีมเป็นเด็กดื้อชอบเอาหัวโขกกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ ส่วนบาดแผลน้ำร้อนลวกเกิดจากความซุกซนของเด็ก แต่พยานหลักฐานของตำรวจที่มีอยู่บ่งชี้ไปอีกด้าน ดังนั้น พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม จึงแจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยจุฑารัตน์ให้การปฏิเสธ
ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้เถอะน้องบีม !?!



