ข่าว

รัฐแก้หนี้ขยายวงบัตรเครดิต-เกษตรกร-ครู16ส.ค.รู้

รัฐแก้หนี้ขยายวงบัตรเครดิต-เกษตรกร-ครู16ส.ค.รู้

03 ส.ค. 2553

"กรณ์" เผยรัฐเตรียมประกาศแผนแก้หนี้ประชาชน 16 ส.ค. ชูเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องขับเคลื่อน ยันไม่ใช้เงินภาษีมายกหนี้ให้ พึ่งกลไกแบงก์รัฐเป็นหลัก พร้อมหารือ 14 กลุ่มอาชีพดึงเข้าสู่ระบบประกันสังคม เพิ่มสวัสดิการรองรับ

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเกษตรกร และหนี้ครู เพื่อเป็นยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายของรัฐบาลในวาระต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปกลางเดือนสิงหาคมนี้ และเตรียมนัดหมายให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงประเด็นดังกล่าวในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ โดยเรื่องหนี้สินมีหลายประเด็นที่ต้องขับเคลื่อน ที่ผ่านมามีการผลักดันการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบไปแล้ว

 นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาหนี้สินของครูได้ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการดูแล เพราะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา โดยสถาบันการเงินของรัฐจะเป็นหนึ่งในกลไกที่จะเข้ามาช่วยเหลือประเด็นดังกล่าว ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้กลไกนี้ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการยกหนี้ หรือใช้เงินภาษีของประชาชนเข้ามาแก้ไข

 “เราสามารถประยุกต์แนวทางการแก้ไข โดยไม่อาศัยการยกหนี้ หรือใช้เงินภาษีประชาชน แต่จะใช้กลไกธนาคารรัฐ และใช้เกณฑ์การรักษาวินัย ก็อยากพูดว่า สำหรับประชาชนที่มิวินัยที่จะเข้าสู่ระบบ เราพร้อมที่จะหาแนววิธีดูแล ส่วนประชาชนที่ยังไม่พร้อมก็คงเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะช่วย” นายกรณ์กล่าว

 นายกรณ์กล่าวต่อว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ควรเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนมากขึ้น ผ่านการจัดตั้งบริษัทลูกในองค์กร เพื่อทำหน้าที่ให้สินเชื่อแก่ประชาชนระดับรากหญ้าที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างแท้จริง ซึ่งแนวทางปฏิบัติที่จะประสบความสำเร็จได้คือ จะต้องให้บริการที่มีความแตกต่างจากการให้บริการปกติของสถาบันการเงิน โดยการปรับทัศนคติของการให้บริการ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับการขับเคลื่อน ฉะนั้นการเริ่มสร้างทัศนคติในเรื่องดังกล่าวในองค์กรขนาดเล็กก็น่าจะช่วยได้

 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะทยอยเปิดเวทีรับฟังปัญหาจากกลุ่มอาชีพต่างๆ 14 กลุ่มอาชีพ เช่น ศิลปิน คนทำงานกลางคืน แท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง หาบเร่แผงลอย เป็นต้น เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ มาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศเป็นแผนปรองดองแห่งชาติ เป็นของขวัญปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2554

 ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจะเริ่มในวันที่ 5 สิงหาคม ประเดิมด้วยกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเชิญสหภาพแรงงานทั่วประเทศกว่า 200 คน มาร่วมระดมความเห็นข้อเสนอแนะ สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหา หลังจากนั้นรัฐบาลจะทยอยรับฟังความเห็นกลุ่มอาชีพอื่นๆ แต่ในส่วนของรถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นกลุ่มอาชีพใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์รับจ้างใน กทม.จำนวน 1.8 แสนคน และในต่างจังหวัดอีกหลายแสนคน รวมทั่วประเทศจะมีคนประกอบอาชีพขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างประมาณ 6-7 แสนคน จึงจะมีการจัดการรับฟังความเห็นที่ใหญ่กว่ากลุ่มอื่น

 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า เบื้องต้นรัฐบาลได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่ม 14 อาชีพ ซึ่งเป็นกลุ่มคนระดับล่างและส่วนใหญ่อยู่นอกระบบประกันสังคมมีจำนวนรวมหลายล้านคน รัฐบาลจึงมีแนวทางที่จะดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาสู่ระบบประกันสังคม พร้อมทั้งจัดระบบสวัสดิการบางด้านเข้าไปรองรับ เช่น กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างอาจจะมีโครงการจัดทำประกันอุบัติเหตุราคาถูก รวมทั้งแนวทางแก้ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบควบคู่ไป

 นายสุธรรม นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า สถานการณ์การว่างงานในเดือนกรกฎาคม 2553 กรมการจัดหางานได้วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเชิงสถิติ คาดว่าจะมีผู้ว่างงานประมาณ 3.5 แสนคน หรือคิดเป็น 1.0% ของกำลังแรงงาน รวมถึงมีผู้ประกันตนมาขอขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงานในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา จำนวน 51,135 คน สามารถบรรจุงานได้ 32,021 คน

 "สาเหตุที่อัตราการว่างงานพุ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ แต่เพราะนักศึกษาจบใหม่ยังไม่มีตำแหน่งงาน ทำให้ตัวเลขว่างงานในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น ส่วนความต้องการแรงงานปัจจุบัน นายจ้างมีความต้องการแรงงานจำนวน 143,872 อัตรา เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 28,172 อัตรา" นายสุธรรม กล่าว

 จากข้อมูลกรมการจัดหางาน ระบุความต้องการแรงงานผ่านบริการจัดหางานเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา จำแนกตามวุฒิการศึกษา นายจ้างมีความต้องการแรงงานระดับมัธยมศึกษา รองลงมาเป็นระดับ ปวส.และระดับประถม และจำแนกตามประเภทอาชีพ อาชีพงานพื้นฐาน (แรงงานด้านประกอบ แรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์) มีความต้องการมากที่สุด รองลงมาคือ เสมียน เจ้าหน้าที่ พนักงานขายในร้านค้าและตลาด