ข่าว

พาณิชย์ยันเงินเฟ้อตามเป้าส่อเลิกตรึงราคา

พาณิชย์ยันเงินเฟ้อตามเป้าส่อเลิกตรึงราคา

02 ส.ค. 2553

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 3.4% คาดครึ่งปีหลังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มลดลง อาจไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายตรึงราคาอีก ยันเป้าหมายทั้งปีที่ 3-3.5% "ยรรยง" แย้มชง กขช.ทำข้าวเหนียวบรรจุถุงจำหน่าย

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีเงินราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อ ประจำเดือนกรกฎาคม 2553 ปรับตัวสูงขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 6.9% โดยเฉพาะในกลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้งดัชนีเพิ่มขึ้น 10.9% เนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 3.1% ส่วนอัตราเงินเฟ้อ 7 เดือนแรกของปี 2553 เพิ่มสูงขึ้น 3.5% เป็นผลมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 23.3% ค่าน้ำประปาเพิ่มขึ้น 46.5% และค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.8%

 "กระทรวงพาณิชย์ยังคงอัตราเงินเฟ้อปี 2553 ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ระหว่าง 3-3.5% ซึ่งสอดคล้องกับช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้คาดว่าภาพรวมราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคจะไม่ปรับราคาขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงที่ขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการตรึงราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ประกอบกับในช่วงสิ้นปีผู้ผลิตสินค้าจะแข่งขันทางด้านราคา จึงทำให้สินค้าโดยรวมไม่ปรับเพิ่มขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าออกไปอีก แต่ก็จะติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยไตรมาส 3 และ 4 คาดว่าเงินเฟ้อจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3.4%"นายยรรยงกล่าว

 ทั้งนี้ แม้ราคาสินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่กลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ข้าว โดยเฉพาะข้าวเหนียวมีความต้องการในตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ราคาข้าวเหนียวโดยเฉลี่ยมีราคาใกล้เคียงกับราคาข้าวหอมมะลิ อยู่ที่ประมาณ 13,000-13,800 บาทต่อตัน และกระทรวงพาณิชย์กำลังศึกษารูปแบบการจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงเพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยปริมาณการบริโภคข้าวเหนียวในประเทศและส่งออกของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านตัน ซึ่งแนวทางการจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงจำหน่ายนั้น จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เร็วๆ นี้ หากได้รับการอนุมัติจะดำเนินการจัดทำต่อไป