
แนะผู้ประกันตนใช้สิทธิคลอดบุตร-เงินสงเคราะห์บุตรด้วย
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แนะผู้ประกันตนยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรแล้ว อย่าลืมยื่นรับสิทธิสงเคราะห์บุตรด้วย พร้อมแนะวิธีปฏิบัติและรับประโยชน์ทดแทนได้สะดวก ถูกต้อง รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำนักงานประกันสังคม แนะผู้ประกันตนสามารถขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรผู้มีสิทธิจะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันคลอด ซึ่งสำนักงานประกันสังคม ได้เหมาจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 1.2 หมื่นบาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง โดยอัตราดังกล่าวครอบคลุมถึงค่าตรวจและค่ารับฝากครรภ์ ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์ ค่าทำคลอด ค่ากินอยู่ และค่ารักษาพยาบาล ในสถานพยาบาล ค่าบริบาล และรักษาพยาบาลทารกแรกเกิด ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วยและค่าบริการอื่นๆ
กรณีสามีและภรรยา เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ให้ใช้สิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยผู้ประกันตนจะสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้คนละ 2 ครั้ง รวมกันแล้วไม่เกิน 4 ครั้ง
แนะนำว่า ให้ใช้สิทธิของฝ่ายหญิงก่อน เพราะนอกจากจะได้รับเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 1.2 หมื่นบาท แล้วยังได้รับเงินสงเคราะห์ การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรอีก 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน แต่ถ้าเป็นผู้ประกันตนชายเป็นผู้ใช้สิทธิจะได้รับเฉพาะเงินค่าคลอดบุตร 1.2 หมื่นบาทเท่านั้น จึงควรใช้สิทธิของฝ่ายหญิงให้ครบ 2 ครั้งไปก่อน แล้วค่อยใช้ของฝ่ายชาย
ผู้ประกันตนที่สามารถขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร และรับเงินสงเคราะห์บุตรรายเดือนได้ ต้องเป็นส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน และหากใช้สิทธิของผู้ประกันตนหญิงจะต้องยื่นแบบ สปส.2-01 พร้อมแนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาสูติบัตรของบุตร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรประกันสังคม และสำเนาสมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ประกันตน
หากใช้สิทธิผู้ประกันตนชาย จะต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยจะต้องแนบหลักฐานข้างต้นเหมือนกับการใช้สิทธิของผู้ประกันตนหญิง และต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมคือ สำเนาทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรองบุตร (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส) โดยยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีดังกล่าวได้ คราวละไม่เกิน 2 คน



