
วิธีร่วมสนุกกับการเลือกตั้งส.ก.50เขต และส.ข.36เขต
29 สิงหาคม ศกนี้จะเป็นวันน่าเบื่อวันหนึ่งเหมือนกับทุกสี่ปีที่ผ่านมา ที่คนกรุงเทพฯ จำนวนมากมักจะไม่สนใจเรื่องราวการเลือกสภาท้องถิ่นของตัวเองมากนัก
ผมเองเห็นว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนกรุงเทพฯ นั้นสนใจเลือกสภาท้องถิ่น โดยการรณรงค์แบบที่เป็นการรณรงค์การเลือกตั้งอย่างปรกติ ประเภทเลือกตัวแทนมาพัฒนาท้องถิ่น คนกรุงเทพฯ ควรจะสนใจท้องถิ่นตัวเอง
คงมีหลายคำอธิบายในการที่จะบอกว่าทำไมคนกรุงเทพฯ ไม่สนใจเลือกตั้งผู้แทนในระดับท้องถิ่นของตัวเอง ทั้งที่กรุงเทพมหานครนั้นเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่หลายๆ คนก็สนใจอยากจะให้เป็นบ้าง
อย่างน้อยก็คือ กรุงเทพมหานครนั้นเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นเต็มพื้นที่ และปราศจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในความหมายของตัวแทน/ข้าราชการประจำที่ถูกส่งมาจากส่วนกลาง (กระทรวงมหาดไทย)
แต่มีผู้ว่าราชการจังหวัดในความหมายของหัวหน้าฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสถานะของผู้ว่าฯ กทม.นั้นจึงสำคัญมาก
แล้วทีนี้จะอธิบายได้อย่างไรว่า ในเมื่อสถานะของผู้ว่าก็สำคัญ ทำไมคนจึงไม่สนใจเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข. มากเท่าที่ต่างจังหวัดเลือกตั้ง ส.จ. ส.ท. และ ส.อบต.? ทั้งที่งบประมาณของ กทม.นั้นก็มากมายมหาศาล
คำตอบที่แปลกประหลาดอาจจะมีได้สองทาง หนึ่งก็คือ เพราะว่าคน กทม.รวยเกินไป และสองเพราะโครงสร้างการบริหารงานในระดับเขตนั้นไม่สอดคล้องกับลักษณะชุมชนเมืองจริงๆ ของ กทม.
ในกรณีแรก คน กทม.ไม่สนใจเลือก ส.ก. และ ส.ข. ก็อาจเป็นเพราะพวกเขารวยเกินไป เนื่องจากคนใน กทม.นั้นสามารถที่จะซื้อบริการต่างๆ ของเขาได้ด้วยตัวของเขาเอง เขาแทบจะไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าเรื่องของการเก็บขยะจาก กทม. เพราะอย่างเรื่องน้ำท่วม ถึงเวลาเขาก็ได้แต่บ่นด่า ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น เขาก็อาจจะซื้อในตลาดได้ อาทิ
เขาไม่ต้องพาลูกไปศูนย์เยาวชนที่จัดสร้างโดยรัฐบาลท้องถิ่น แต่เขาพาลูกไปเรียนพิเศษตามโรงเรียนที่เขาจ่ายเงินแพงๆ ได้ (บางทีเขาอาจจะไม่อยากให้ลูกไปสุงสิงกับลูกคนอื่นก็ได้)
นอกจากนี้ อาจมีโครงการของกระทรวงอื่นๆ ลงมาในพื้นที่ของ กทม.อีกจนทำให้เรามองไม่เห็นว่า กทม.นั้นทำอะไรให้เราบ้าง เพราะโดยภาพรวมนั้นรัฐบาลกลางก็เอาอกเอาใจ กทม.เป็นพิเศษอยู่แล้ว
ในกรณีที่สอง โครงสร้างการบริหารงานในระดับเขตนั้นไม่เอื้อกับลักษณะชุมชนเมืองจริงๆ ของ กทม. เพราะสภาเขตนั้นไม่มีลักษณะของการเป็นตัวแทนของคนในเขตมากนัก เนื่องจากตัวผู้อำนวยการเขตนั้นไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และการแบ่งเขตนั้นจะกระจายออกไปตามจำนวนประชากร
ประเด็นเรื่องความซับซ้อนของการกำหนดและบริหารเขตนั้น ต่อไปควรจะต้องพิจารณากันให้มาก นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์กับภาพรวมของ กทม. ก็ยังจะต้องมีเรื่องมากกว่าแค่การแบ่ง กทม.เป็นเขตที่มีผู้อำนวยการมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะต้องคิดเรื่องว่าลักษณะของแต่ละเขตนั้นแตกต่างกันอย่างไร อาทิ ดูความเชื่อมโยงของเขตกับลักษณะของการใช้ที่ดิน
ดังนั้นเขตที่มีลักษณะแตกต่างกันอาจจะต้องการโครงสร้างการออกแบบการบริหารจัดการที่ต่างกัน เช่น เขตการค้า และเขตที่พักอาศัย
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าหากจะส่งเสริมการเลือกตั้ง ส.ก และ ส.ข.ในคราวนี้ เราไม่ควรจะเน้นการส่งเสริมการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยเห็นแก่ตัว คือแบบเลือกผู้แทนของเราไปเป็นปากเสียงของเรา เพราะคน กทม.จำนวนมากมีปัญญาได้บริการสาธารณะจากหลายที่อยู่แล้ว แถมว่าในความเป็นจริง
คนที่มาเลือกตั้งและเป็นฐานคะแนนเสียงให้ ส.ก และ ส.ข นั้น ก็เป็นชุมชนที่ค่อนข้างมีฐานะเศรษฐกิจที่น้อยกว่าคนกลุ่มหนึ่งของ กทม.
ดังนั้นอาจจะลองคิดว่า เราควรไปเลือกตั้ง ส.ก. และ ส.ข. แม้ว่าเราไม่ได้ไปเลือกเพื่อตัวเรา เพราะเราสามารถได้ประโยชน์จากระบบที่เป็นอยู่แล้ว แต่เราควรไปเลือกคนที่เขามีนโยบายช่วยเหลือคนที่แย่กว่าเราในพื้นที่ของเราก็ได้ครับ ถือว่าช่วยๆ กันก็แล้วกันครับผม



