ข่าว

ถึงเวลาคิดถึงเพื่อน

ถึงเวลาคิดถึงเพื่อน

03 ส.ค. 2553

การสัมมนาค่ายสะตอช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ภูเก็ตเหมือนเป็นการค้นหาวิญญาณ ตัวตนแท้จริง พร้อมกับหวนระลึกว่าที่ผ่านมาพฤติกรรมในช่วงเป็นฝ่ายค้านและปัจจุบันได้กุมอำนาจรัฐบาลนั้น มีความแตกต่างกันหรือไม่

 เป็นมหกรรมย้อนดูตัวเอง พร้อมกับแสดงออกถึงการสำนึกผิดหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องที่ประชาชน คนเฝ้าดูพฤติกรรมของค่ายสะตอว่าเป็นมาอย่างไร

 ยุทธศาสตร์ “สร้างศัตรู ทำลายมิตร” หรือ “ได้ดีแล้วลืมเพื่อน” นั้น มีความเป็นจริงหรือไม่ หลังจากประเด็นนี้ได้รับการกล่าวขานมาโดยตลอด ในทุกกลุ่ม ทั้งภาคเอกชน คนทั่วไป และข้าราชการ จะเว้นก็คือนายทุนระดับใหญ่

 ในยุคของการโยกย้ายข้าราชการที่ผ่านมา คนเคยช่วยเหลือค่ายสะตอในช่วงเป็นฝ่ายค้าน ต้องดิ้นรนให้อยู่รอด อดอยากปากแห้งยาวนานเกือบ 8 ปี ถือเป็นช่วงตกต่ำที่สุด เพราะ “ทักษิณ” เรืองอำนาจ ค่ายสะตอหมดหนทาง

 ถ้าไม่ได้พันธมิตรออกมาร่วมกันขับไล่ทักษิณ เปิดโปงพฤติกรรมชั่วร้าย สาวไส้พฤติกรรม "โกงทั้งโคตร” ต่อเนื่อง เปิดช่องให้ทหารเอารถถังออกมาเด้งทักษิณตกเก้าอี้ ค่ายสะตอคงยังกัดก้อนเกลือกินแกล้มสะตออยู่ละมั้ง

 ได้ดีเป็นใหญ่ ได้มิตรใหม่ ก็โยนคดีร้ายแรงให้ผู้มีพระคุณกันถ้วนหน้า ข้าราชการซึ่งเคยช่วยเหลือ กลืนเลือดปนน้ำตา หวังก้าวหน้าในตำแหน่ง ถ้าไม่มีเงินซื้อ ต้องไปยืนต่อหางแถว เพราะความรู้ เส้นสายไม่เกี่ยว เงินอย่างเดียว

 นี่เป็นวัฒนธรรมของค่าย เพราะคนในพรรคเดียวกันยังแบ่งอย่างน้อยเป็น 4 ก๊วน คนรุ่นใหม่ได้อำนาจ มองไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ กลายเป็นเหมือนหัวหลักหัวตอ หัวโบราณ มีหน้าที่ไปออกหน้าปกป้องพรรคเมื่อโดนข้อกล่าวหา

 ดังนั้น ค่ายสะตอยังมีเลือด ยางต่างสี ต่างใจ เหมารวมว่าเป็นเหมือนกันหมดไม่ได้ เพราะมีคนต่างรุ่น หลายความคิด ระดับความอหังการในอำนาจ

 ช่วงการสัมมนา “เสี่ยเทพเทือก” ขาใหญ่ที่สุดในค่าย พูดทำนองเปิดใจ ออกแนวสารภาพบาปว่า “ค่ายสะตอ” ชำนาญอยู่เรื่อง “คือหาเรื่องนินทาคนอื่น นั่งตรงไหนด่าคนอื่นนั่งได้เป็นวัน ตั้งแต่ร้านน้ำชา เพราะเป็นฝ่ายค้านส่วนใหญ่จึงชำนาญเรื่องนี้”

 "เราจึงมีคนอย่างนายเทพไท เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาได้เพราะสมาชิกพรรคและประชาชน พวกเลขาธิการพรรค หัวหน้าพรรค ก็อย่าไว้ใจมาก บางคนเห็นช่องทางที่ดีก็ออกไป เราต้องระวัง อย่าอวดดี ต้องนอบน้อมถ่อมตนเข้าไปหาประชาชน ต้องไม่แยกตัวเองออกจากประชาชน อย่าไปฝากความหวังให้ ส.ส.สองสามคนในจังหวัด เพราะไม่มีทางทำได้สำเร็จ”

 ร่ายยาวแล้ว “เสี่ยเทพเทือก” ยังกำชับว่า ค่ายสะตอต้องยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งลำขาของตัวเอง ถ้าต้องไปขอคนนั้นคนนี้เราก็ทำงานได้ไม่ดี สถานการณ์ขณะนี้น่าหนักใจมาก เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขารู้ว่าเราเข้มแข็งอย่างไร”

 นี่เป็นการสำนึกว่า ถึงเวลาต้องอ้อนหาพวกอีกแล้วมั้งนิ! อิอิอิ!!!