
โครงสร้างตร.กับผบ.ตร.ใหม่
ถ้าว่ากันตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาวุโสอันดับ 1 จะได้ขึ้นนั่งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนต่อไป
อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้จะมีการคัดเลือกผบ.ตร.คนใหม่แทนพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ที่นั่งรักษาการมา 1 ปีเต็ม
โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอชื่อต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)
ส่วนนายกฯ จะเลือกใครนั้นขณะนี้ยังไม่มีชื่อปรากฏออกมาชัดเจน มีเพียงการคาดเดากันว่านายอภิสิทธิ์จะผลักดันพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร.ที่ลุ้นอาวุโสอันดับ 1 อยู่กับพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. โดยที่อนุ ก.ตร.ยังไม่ยอมฟันธงว่าใครคือ รองเบอร์ 1
ดูจากทิศทางลมการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ที่มีพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน ที่สรุปรายงานเสนอต่อนายกฯ 3 แนวทางคือ 1.ขอให้เพิ่มสัดส่วนผู้อาวุโส จากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 33 2. ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในปีแรกให้ทำประวัติผลงานประกาศให้ตำรวจในสังกัดทราบ และ 3.การแต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้งต้องนำรายชื่อมาติดประกาศให้ตำรวจทราบเผื่อมีการทักท้วงและขอแก้ไข
แนวทางหลักๆ ทั้งสามส่วนนี้ดูจะสวยงามโดยเฉพาะการเน้นเรื่องอาวุโส
แต่ในทางปฏิบัติจริงบัญชีโยกย้ายตำรวจ อาวุโสถูกมองข้ามโดยการขอยกเว้นหลักเกณฑ์จากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกือบทุกครั้ง
ส่วนข้อที่ 2 แทบไม่ต้องทำเพราะในแต่ละกองบัญชาการ ตำรวจภายในจะรู้กันเองว่าใครมีผลงานหรือใครมีคุณสมบัติอย่างไร ส่วนนี้แทบไม่มีความหมาย ผลงานไม่จำเป็น แค่พอมีอ้างบ้างก็เพียงพอ
ข้อที่ 3 ปฏิบัติยากที่สุดเพราะเมื่อรายชื่อปรากฏออกมาแล้วการจะไปสับเปลี่ยนเป็นเรื่องยาก ตรงกันข้ามประเด็นนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อนักวิ่งมากกว่า
หากดูจากโครงสร้างที่นำเสนอ กลุ่มผู้อาวุโสก็ไม่ต้องวิ่งชนิดเจียนจะขาดใจ แค่ประคองโผอย่าให้เหี่ยวเฉาเท่านั้น
แต่ทั้งหมดนี้คงไม่นับรวมถึงตำแหน่งผบ.ตร.เพราะหากเป็นไปตามข้อสรุป พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก็มีลุ้น ยกเว้นแต่อนุ ก.ตร.จะตีความอาวุโสออกมาก่อนว่า พล.ต.อ.วิเชียร อยู่อันดับแรก
อย่าลืมว่าช่วงที่ผ่านมารัฐบาลนายกฯ มาร์คได้สร้างประวัติศาสตร์ สตช.ใหม่ ชนิดที่นักบันทึกเขียนกันไม่ทัน
ถ้าว่ากันตามแนวทางปฏิรูป ชื่อที่จะนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. คงมีลุ้นกันสองคนนี้เท่านั้น ยกเว้นท่านนายกฯ จะชอบเขียนประวัติศาสตร์ใหม่อยู่เรื่อย !!



