ข่าว

กษิตชี้MOU43มีประโยชน์จ่อทวนทะเล

กษิตชี้MOU43มีประโยชน์จ่อทวนทะเล

02 ส.ค. 2553

"กษิต"รมว.ต่างประเทศ ชี้สู้รบแก้ปัญหาไม่ได้แนะเจรจา ยันกรอบเอ็มโอยู 2543 เพื่อเจรจาพิสูจน์หาเส้นเขตแดนที่ถูกต้อง ใช้อนุสัญญากรุงเวียนนาตีความ จนมีข้อสรุปทั้ง 2 ฝ่าย หากเสร็จต้องเข้าสภาฯ คู่ทำประชาพิจารณ์ เตรียมสำรวจหลักแดน ย้ำเป็นเครื่องมือเดียวที่จะแก้ปั

 (2ส.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงที่มาของการจัดทำเอ็มโอยู 2543 ว่า ต้องกลับไปที่ความตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศสเรื่องเขตแดน เป็นยุคของการล่าอาณานิคมเจ้าโลก คือฝรั่งเศส และอังกฤษที่เขาบีบเข้ามาทั้งทางฝั่งตะวันตกและตะวันออก จนเมื่อฝรั่งเศสออกจากกัมพูชาแล้ว กัมพูชาก็ถือแผนที่นี้ต่อมา อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพูดคือหมู่บ้านร่มเกล้า ชายแดน จ.พิษณุโลก ที่จะต้องแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน โดยในปี 2531 เกิดการสู้รบระหว่างไทยกับลาว ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นจึงตระหนักถึงปัญหาเขตแดนอย่างจริงจัง โดยมีนโยบายไม่ให้ปัญหาเขตแดนเป็นปัญหาอุปสรรค และแยกปัญหาออกจากการเมือง แสดงให้เห็นว่าการสู้รบไม่ได้แก้ปัญหา ต้องนำมาสู่การเจรจาบนโต๊ะเท่านั้น

 "เอ็มโอยู 2543 เป็นการกำหนดรายการเอกสารต่างๆที่จะนำมาใช้ประกอบการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ร่วมกัน โดยในการพิจารณาดำเนินการดังกล่าวจะต้องนำหลักการตีความข้อ 31 และ32 ของอนุสัญญากรุงเวียนนา มาใช้จนกว่าจะได้ข้อยุติที่ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ไทยและกัมพูชาตกลงเห็นพ้องต้องกัน คือการจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนว จัดทำแผนที่แสดงผลการสำรวจ และการจัดทำหลักเขตแดนภายใต้เอ็มโอยู ตามที่ระบุไว้ในกรอบอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการเจรจาเขตแดน และความเป็นมาเกี่ยวกับความตกลงระหว่างสยามกับฝรั่งเศส" นายกษิต กล่าว

ชี้เอ็มโอยู43คือหนทางแก้ปัญหา

 นายกษิต กล่าวต่อว่า เอ็มโอยู เป็นการตกลงทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะไม่ดำเนินการใดๆที่เป็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการรุกล้ำดินแดน และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะตามแนวชายแดน ซึ่งไทยได้ประท้วงทุกครั้งที่กัมพูชาละเมิดรุกล้ำดินแดนมาโดยตลอด และถือว่าเป็นการรักษาสิทธิตามอธิปไตยของไทยแล้ว ซึ่งเราทำมาตลอดตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2553

 “ผมขอย้ำว่าเอ็มโอยู 2543 เป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ในขณะนี้ สำหรับการแก้ปัญหาเขตแดนอย่างยั่งยืน คือการเจรจาเป็นตัวตั้ง และเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ได้ตระหนักว่าการเจรจาเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายังไม่แล้วเสร็จ กระทรวงการต่างประเทศจะต้องเอาเรื่องเข้าที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้เราไม่มีการเจรจาทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมาในกรอบของเอ็มโอยู 2543 ประมาณ 7 - 8 ครั้ง มีข้อตกลงถึง 3 ฉบับ แต่เสนอเข้าสภาในสมัยการประชุมครั้งที่แล้วก็ไม่ได้มีการพิจารณา เพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ แล้วส่งต่อไปพิจารณาได้" นายกษิต กล่าว

จ่อทบทวนเอ็มโอยูทางทะเล

 นายกิษิต เทศ กล่าวต่อว่า ส่วนร่างที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่พิพาท 4.6 รอบตัวปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชาต้องการให้เรียกปราสาทพระวิหารคำเดียวคือ"เปรี๊ยะวิเฮียร์" ซึ่งไทยบอกว่าต ามหลักสากลนั้นต้องเรียกคู่กัน หรือไม่ก็ไม่ต้องเรียกทั้ง 2 คำ เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ จึงขอให้กัมพูชาใช้หลักสากลบรรจุคำว่า “ปราสาทพระวิหาร" ควบคู่ไปด้วยและหากกัมพูชาสามารถตอบสนองได้ในเร็ววันนี้ ก็สามารถนำเอกสารนี้เข้าครม.ได้

ส่วนเรื่อง เอ็มโอยู 2544 ทางทะเล มีตัวเนื้อหาที่ไม่เป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องที่เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลกัมพูชาปัจจุบันหรือไม่อย่างไร มันเป็นความตั้งใจของตนแล้ว ที่จะต้องมาทบทวนเรื่องเอ็มโอยูนี้ เพราะมีหลักกฎหมายที่ไม่สามารถไปได้ แตเมื่อเลิกแล้วต้องมีกรอบการเจรจาใหม่ ได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญทางทะเล และว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศไว้ที่ยุโรป

 “ไม่มีอะไรเป็นการส่วนตัวกับรัฐบาลกัมพูชา ไม่มีอะไรที่จะไม่ชอบใครทั้งสิ้นในรัฐบาลกัมพูชา  ขอยืนว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ถูกต้อง และได้มีการเรียนต่อรัฐมนตรีต่างประเทศในอาเซียนว่า รัฐบาลนี้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศเท่านั้น ไม่ใช่หาเรื่องทะเลาะกับเพื่อนบ้าน และไม่ต้องการที่จะเป็นัรฐบาลที่สร้างปัญหาและภาระหน้าที่ให้รัฐบาลอื่นๆต่อ ไป จะแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้น”นายกษิต กล่าว

ปลัดทส.ยันประชุมมรดกโลกไม่มีแนบท้ายแผนที่เขมร

 นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ในการเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการโลกครั้งที่ 34  ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาแผนการจัดการพื้นที่บริเวณรอบปราสาทเขาพระวิหาร หรือ BUFFER ZONE ของประเทศกัมพูชา ที่ประเทศบราซิล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯในฐานะหัวหน้าคณะตัวแทนจากประเทศไทย ไม่มีการลงนามเอกสารเพื่อเป็นการรับรองแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารที่กัมพูชายื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลก

 ทั้งนี้ ผลการประชุมคณะกรรมการฯที่เกี่ยวกับเรื่องปราสาทพระวิหารมีเนื้อหา 3-4 หน้าจะขึ้นเวปไซต์ของคณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.) อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าผลการประชุม หรือมติการประชุมครั้งนี้ไม่มีการแนบท้ายแผนที่ใดๆ ของฝ่ายกัมพูชา

"เหลิม"ลั่นให้ทักษิณแก้ปัญหาเขมรแทน"มาร์ค"
 
 เมื่อเวลา 16.00 น.พรรคเพื่อไทยได้จัดปราศรัยที่เวทีสนามหน้าศาลากลางจ.ศรีสะเกษ โดยมีประชาชนมาร่วมฟังราว 3 พันคนท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆฝนตกอย่างหนัก โดยการปราศรัยวันนี้ นำโดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส.พรรคเพื่อไทย และปราศรัยช่วงหนึ่งปัญหาพิพาทในพื้นที่ทับซ้อน บริเวณประสาทพระวิหารว่า ในสมัยรัฐบาลสมัครที่มีนายนพดล ปัทมะ เป็นรมว.ต่างประเทศ ตนก็อยู่ ในครม. และก็นั่งฟังเรื่องราวก็ไม่เห็นว่าจะมีใครจะไปยกแผ่นดินให้เขมรและเขมรก็จะเอาแผ่นดินไทยไปไม่ได้

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพราะเขมรไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้ และเกลียดนายกษิต ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ไปคุยเรื่องทุกอย่างก็จบไปแล้ว รัฐบาลนี้ฉลาดในเรื่องโง่ จะไปรบหรือไปฆ่ากันทำไม มันกระทบการท่องเที่ยว เราได้ดุลการค้าเขมร 12 เท่า รัฐบาลนี้คิดไม่เป็น