ข่าว

ทุนจีนเดินหน้าพัฒนาเขตศก.สร้างสนามกอลฟ์18หลุม

ทุนจีนเดินหน้าพัฒนาเขตศก.สร้างสนามกอลฟ์18หลุม

02 ส.ค. 2553

กลุ่มทุนจีน เร่งมือพัฒนาโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อาเซียน ในสปป.ลาว หลังเปิดตัวคาสิโน-โรงแรมไปเกือบ 1 ปี เดินหน้าสร้างสนามกอล์ฟ 18 หลุม ผุดอาคารพาณิชย์-ล็อกขายสินค้า แต่นักลงทุนไทยยังเมินปักธงเหตุค่าเช่าแพง ส่วนการลงทุนในอ.เชียงแส

 (2ส.ค.) นายประสาธน์ กิตินา  ที่ปรึกษาชมรมพ่อค้าอ.เชียงแสน  จ.เชียงราย  เปิดเผยว่า หลังกลุ่มทุนจีนในนาม บริษัท ดอกงิ้วคำ กรุ๊ป จำกัด  ได้รับสัมปทานการเช่าที่ดินจำนวน 5,000 ไร่ จากรัฐบาล สปป.ลาว ที่บ้านต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามอ.เชียงแสน  สร้างโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อาเซียน (Kings Romans of Laos ASEAN economic & tourism development zone)  และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2552 ที่ผ่านมา  ความคืบหน้าล่าสุด สร้างคาสิโนเสร็จ 1 แห่ง และโรงแรมเสร็จ 1 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารพาณิชย์และล๊อกเช่าสำหรับขายสินค้า ก่อสร้างสนามกอล์ฟ 36 หลุม โดยเริ่มเฟสแรก 18 หลุมก่อน

 นอกจากนี้เริ่มมีการปรับพื้นที่ ปลูกต้นไม้ ตกแต่งสถานที่  สร้างถนนลาดยางภายในโครงการและเชื่อมโยงไปยังถนนสายหลักเข้าโครงการ คาดว่าภาพรวมโครงการจะใช้เวลาก่อสร้างอีก 2 ปีและเสร็จสมบูรณ์เต็มรูปแบบภายในปี 2555 สำหรับกลุ่มที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่ยังเป็นชาวจีน รองลงมาคือชาวไทย แต่ยังมีสัดส่วนไม่มากนัก เพราะถูกแชร์ส่วนแบ่งไปจากบ่อนคาสิโนบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ในฝั่งพม่า โดยชาวจีนที่เข้ามาใช้บริการ เดินทางมาทั้งจากสิบสองปันนาผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอ และขึ้นเครื่องมาจากฮ่องกงมายังประเทศไทย และเดินทางมายังอ.เชียงแสน เพื่อข้ามฝั่งไป

 ส่วนนักธุรกิจที่เข้าไปเช่าอาคารพาณิชย์ หรือพื้นที่ขายสินค้าในโครงการ ส่วนใหญ่ยังเป็นชาวจีนส่วนคนไทยยังไม่ให้ความสนใจเพราะค่าเช่าค่อนข้างสูง ล๊อกขายสินค้าขนาด 3 คูณ 6 เมตร สูงกว่าเดือนละ 5 - 6 พันบาท ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ไม่มากนัก

 นายประสาธน์ กล่าวอีกว่า  สำหรับการลงทุนในฝั่งอ.เชียงแสนหลังกลุ่มทุนจีนเข้ามาลงทุนในฝั่ง สปป.ลาว จนถึงเวลานี้แม้มีนักลงทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรไว้หลายแปลงแล้ว แต่ยังไม่มีการขยับขยายหรือวางแผนลงทุน คาดว่าอาจรอให้การก่อสร้างท่าเรือแห่งที่สองที่อ.เชียงแสนแล้วเสร็จนักลงทุนจึงคิดวางแผน  นอกจากนี้การกว้านซื้อที่ดินริมแม่น้ำโขงยังติดขัดปัญหาเพราะส่วนใหญ่เป็นที่ดิน สปก.

 เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มหันไปขนส่งสินค้าทางบกโดยใช้เส้นทางอาร์ 3 เอ เชื่อมไทย - ลาว - จีน ผ่านเชียวของ -ห้วยทราย -หลางน้ำทา - บ่อเต็น - บ่อหาน -สิบสองปันนา - คุนหมิง โดยเฉพาะสินค้าประเภทผัก - ผลไม้ หรือสินค้าที่เสียหายง่าย แต่ทั้งนี้การขนส่งสินค้าทางเรือยังไม่ซบเซาลงเสียทีเดียว เพราะค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับทางบกแล้วถูกกว่าหลายเท่าตัว การขนส่งทางบกผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอ เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนหลายต่อทั้งค่าเหยียบแผ่นดินในแต่ละเมืองของ สปป.ลาว รวมทั้งค่านำรถบรรทุกขึ้นเรือแพขนานยนต์เนื่องจากยังไม่มีสะพานข้าม