ข่าว

มาร์คแนะคนเห็นต่างพระวิหารมาคุยกัน

มาร์คแนะคนเห็นต่างพระวิหารมาคุยกัน

02 ส.ค. 2553

"นายกฯ"วอนคนเห็นต่างปัญหาปราสาทพระวิหารให้มาพูดคุยกัน เตือนอย่าก่อม็อบจะทำให้ชาติดูแตกแยก “วีระ” นำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ จี้แจงคำพูด “ซก อาน” ระบุ "สุวิทย์" เซ็นรับเขมรบริหารพระวิหาร ทำไทยพ่ายแพ้ กร้าวต้องเปิดเผยความจริงให้ “คนไทย” ได้รับรู้ทั้

(2ส.ค.) เมื่อเวลา 13.20 น. ที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 5 ถนนพหลโยธิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน ในฐานะประธานภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร เตรียมเคลื่อนไหวและกดดันกรณีปราสาทพระวิหาร โดยจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ว่า พยายามชี้แจงข้อเท็จจริงกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่าถ้ามีความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็มาพูดคุยกันได้ แต่อย่าไปทำให้เกิดลักษณะที่เหมือนกับว่าในบ้านเมืองของเรามีความขัดแย้งกันเองในเรื่องนี้

 เมื่อถามว่าคิดว่าระยะเวลา 1 ปีก่อนที่จะมีการนำกรณีของปราสาทพระวิหารเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกนั้น จะมีทางที่จะทำให้ประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะทำในหลายๆด้าน โยในช่วงปีนี้ คงต้องทำงานกันหนัก ทั้งในส่วนของการเตรียมการในตัวของคณะกรรมการฯเอง และในส่วนของพื้นที่

“วีระ"บุกทำเนียบฯจี้"นายกฯ"แจงคำพูด“ซก อาน”

  ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนสมาชิกเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ประมาณ 30 คน นำโดยนายวีระได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานมวลชน ทำเนียบรัฐบาลเป็นผู้รับเรื่องแทนรับเรื่องดังกล่าว พร้อมแนบเอกสารที่ระบุว่าขอให้รัฐบาลเปิดเผยความจริง ตามที่ปรากฏข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่นำคณะไปร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ให้สัมภาษณ์ผ่านดาวเทียมระบุว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เซ็นรับรองร่างเอกสารที่จัดทำโดยคณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 30 ก.ค. 2553 ที่ผ่านมา ทำให้นายซกอาน ออกมาประกาศว่า “ เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของกัมพูชา และเป็นการพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของประเทศไทย” ทางเครือข่ายฯ จึงอยากจะขอให้นายกรัฐมนตรี ตอบกับประชาชนคนไทย โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆออกมายืนยันประกอบด้วย

 นายวีระ กล่าวต่อว่า หากคำประกาศของนายซก อาน ที่ระบุว่า "นี่เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของกัมพูชา และเป็นการพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของไทย” เป็นการบิดเบือนความจริง ก็ถือเป็นการย่ำยีเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของไทยอย่างร้ายแรง ดังนั้นไทยต้องเปิดเผยความจริงให้กับประชาชนชาวไทยได้รับทราบทั้งหมด และต้องทำการประท้วงกัมพูชาที่บังอาจกระทำย่ำยีเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีประเทศไทย

กก.สิทธิฯหนุนรัฐตั้ง กรรมการอิสระเตรียมสู้กรณีเขาพระวิหาร

 คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านเศรษฐกิจ สังคมและ วัฒนธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษวยชนแห่งชาติ โดยมี นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิฯ เป็นประธานในการประชุม ได้หารือเกี่ยวกับกรณีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อรับรองแผนการบริหารจัดการ พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้มีการเลื่อนออกไปพิจารณาในปีถัดไป โดยนายปริญญาระบุว่าการเลื่อนพิจารณาครั้วงนี้ถือเป็นการดีที่เราให้เราได้มีลมหายใจ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถบอกได้ว่การเลื่อนครั้งนี้มีประเด็นลึกๆอย่างไรหรือไม่ เพราะนายซก อาน รองนายกฯ ของกัมพูชา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้รับชัยชนะ ซึ่งเราไม่ทราบว่าเป็นการพูดเพราะมีข้อมูลอะไรหรือเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ นอกจากนี้การเลือนพิจารณาก็เป็นเพราะปัญหาเรื่องเทคนิคไม่ได้มาจากข้อมูลที่นำไปสู้

 ขณะที่ นายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม รองประธานอนุกรรมการเปิดเผยว่า การเลื่อนประชุมครั้งนี้เกิดจากความไม่พร้อมของทางฝ่ายกัมพูชาเอง เนื่องจากทางกัมพูชาได้ส่งแผนบริหารจัดการไปยังคณะกรรมการมรดกโลกเมื่อก่อนการประชุมเพียง 6 สัปดาห์ทั้งที่ต้องส่งตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ผู้แทนทางทหารก็ได้นำเอกสารที่ประกอบด้วยแผนที่จากรมแผนที่ทหาร และรูปภาพการจัดกำลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากมีการอนุมัติก็จะทำให้มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งในอนาคต รวมไปทั้ง รัฐบาลก็มีจุดยืนที่แข็งขันจากกรณีการมีมติครม. ว่าหากมีการรับแผนบริหารจัดการประเทศไทยก็จะเดินออกจากที่ประชุม และเตรียมถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกและองค์กรยูเนสโก รวมทั้งส่วนสำคัญคือภาคประชาชนได้แสดงจุดยืนโดยการออกมาประท้วงยูเนสโกถึงที่ประชุม
 
 นายสุวันชัยกล่าวต่อว่า ภายหลังจากนี้อีกหนึ่งปีที่เรามีเวลา ต้องมีการตั้งกรรมการอิสระที่ประกอบด้วยภาครัฐประชาชน นักวิชาการ และนักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการ นำแผนบริหารจัดการมาพิจารณาว่ามีผลกระทบอะไรและจะโต้แย้งในประเด็นใด นอกจากนี้ก็ควรศึกษาเพื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกโลกซึ่งที่ผ่านมาทำผิดขั้นตอน แต่คณะกรรมการมรดกโลกก็ยังอนุมัติ นอกจากนี้ยังควรนำข้อมูลจากนักวิชาการที่มีความเห็นแตกต่างเพื่อนำมาแสดงและให้เกิดการยอมรับ และให้รัฐบาลทำความเข้าใจกับสังคมโลกเพราะที่ผ่านมากัมพูชาได้ให้ข้อมูลอีกด้านมาโดยตลอด

 ขณะที่นายปริญญากล่าวอีกว่า รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาทำงานเพราะ หากในอนคาคตรัฐบาลอยู่ไม่ได้ก็จะมีผู้ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาทางฝ่ายกัมพูชามีคนที่ต่อสวู้เรื่องนี้อยู่ต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น หรือ นายฮอร์ นัม ฮง รมว. ต่างประเทศ ดังนั้นเราจึงต้องการทีมงานเฉพาะกิจที่มีความมั่นคง