
ปชช.แห่รับ'สุวิทย์'ให้กำลังใจทวงพระวิหาร
ประชาชนแห่ไปต้อนรับ"สุวิทย์ คุณกิตติ" เพื่อให้กำลังใจทวงคืนเขาพระวิหาร
(2ส.ค.) เช้ามืดวันนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะได้เดินทางโดยเที่ยวบินทีจี 931 จากประเทศคิวบา มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นการเดินทางไปเจรจากรณีพิพาทมรดกโลกปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีประชาชนและข้าราชการหลายจังหวัดเดินทางมาให้การต้อนรับ พร้อมกับมีแผ่นป้ายเขียนข้อความให้กำลังใจและขอบคุณ โดยนายสุวิทย์ได้เข้าไปทักทายประชาชนพร้อมกับมีการมอบช่อดอกไม้
จากนั้นนายสุวิทย์ได้แถลงข่าวกับทางสื่อมวลชนว่า ในการเจรจาข้อพิพาทมรดกโลกครั้งนี้ ตนเองขอขอบคุณประชาชนที่กรุณามาให้กำลังใจรวมทั้งนักวิชาการหลายคนไม่ว่าจะเป็นคนหลากสี หรือนายวีระ สมความคิด ได้เดินทางไปให้กำลังใจที่นั้น ถึงแม้จะไม่รู้ถนนหนทางยังอุตส่าห์ยังเดินทางมาให้กำลังใจรวมถึงทุกๆคน ตนมีความภาคภูมิใจที่ทุกคนแสดงออกด้วยการเรียกร้องทั้งในเมืองไทยและคนไทยที่อยู่ที่ต่างประเทศ ช่วยกันเรียกร้องคัดค้าน ช่วยกันตัดสินใจในการตัดค้านครั้งนี้ ตนเองก็ยอมรับว่าไปครั้งนี้รู้สึกหนักใจ
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ปีที่แล้วที่มีการประชุมที่แคนาคาในการที่จะขึ้นทะเบียนก็ไม่ได้สมบูรณ์ ซึ่งเขมรยื่นเพียงฝ่ายเดียว ทางเราจึงไม่รู้ว่าเอกสารว่ามีอะไรบ้าง เพราะไม่เคยรับรู้ว่ามีการเสนอข้อมูลอะไรบ้าง แต่เท่าที่ตนดูแล้วน่าเป็นการขึ้นทะเบียนเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้แผนที่ก็ไม่ชัดเจน ส่วนการไปครั้งที่แล้วกับครั้งนี้ ตนไปแก้ปัญหาเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย ทำทุกวิถีทางให้มีการเลื่อนอภิปราย ปีที่แล้วเหมือนการเตะฟุตบอล ถ่วงเวลา พยายามที่จะทำสันติกลับมาสู่ผืนแผ่นดินไทย โดยตนกับคณะจะเดินทางเข้าพบองค์การยูเนสโก โดยอนุสัญญามรดกโลก
"ทุกๆคนช่วยกันดูแลหลายๆฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกระทรวงต่างประเทศ ทหาร กระทรวงศึกษาธิการ ใครมีข้อมูลจะต้องมาช่วยกัน มีการประชุมทุกวัน ตามหลักแล้วยูเนสโก น่าจะมีการรับฟังทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะรับฟังแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะข้อพิพาทระหว่างไทยกับเขมร ซึ่งมรดกโลกชิ้นนี้ อยู่ชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ ที่ผ่านมา ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก่อนหน้านี้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง คนไทย เขมร ก็จะขึ้นไปชื่นชม แต่หลังจากที่จดทะเบียนมรดกโลก ไม่มีใครสามารถขึ้นไปได้ ทำให้เกิดปัญหา มีการสู้รบ มีคนเสียชีวิต ในครั้งนี้ผมพยายามประท้วง โดยเขียนจดหมายขึ้นเอง จัดการทำอนุสัญญามรดกโลกให้กับยูเนสโก ยื่นขอเอกสารหลักฐานต่าง ๆจากกรรมการมรดกโลก ขอสำเนาพื้นที่กันชน ได้ติดตามเรื่องนี้มาเป็นสิบครั้ง เท่าที่จำได้ทำหนังสือไปแล้ว 10 ครั้ง ซึ่งขบวนการดังกล่าวน่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการมรดกโลก เป็นกรรมการกลาง ไม่ใช่ว่าเป็นการประชุมแล้วแต่งตั้งกันเอง ผมได้พยายามที่จะให้คนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นกรรมการ "นายสุวิทย์กล่าว
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้เป็นผลสำเร็จ ได้เป็นตัวแทน ส่วนการประชุมนั้นบรรยากาศเป็นไปด้วยความเครียด ระหว่างที่เข้าประชุม ฝ่ายคนไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากร กระทรวงศึกษา กระทรวงต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมกันทุกวันเพื่อหารือ หาแนวทางว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง เท่าที่รู้มานั้นทางประเทศไทยนั้นเสียเปรียบ ในเรื่องแนวกันชนที่เขมรรุกล้ำเข้ามาในไทย 1.8 กิโลเมตร ได้พูดคุยกันตลอด ขบวนการเขตแดนตรงนี้ไม่ชัดเจน เขมรรุกล้ำเข้ามาทางมรดกโลกก็ไม่ได้ให้ความสนในที่ไทยจะร้องขอในเรื่องนี้ ไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ระหว่างที่เดินทางไปครั้งนี้ ตนได้โทรศัพท์กลับมาพูดคุยกับทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีทุกวัน ขอบคุณประชาชน นายกรัฐมนตรีให้กำลังใจที่ตนไปในครั้งนี้ เวลาเข้าที่ประชุมถกเถียงกัน ตนเองก็พยายามที่จะดำเนินการทุกวิถีทาง ได้มีการเสนอยูเนสโก ให้มีกรรมการรับฟังข้อมูลจากไทยบ้าง สังคมเราถ้าไม่เคารพกติกา สังคมนั้นก็จะอยู่ไม่ได้ ทางมรดกโลกให้ไทยกับเขมรพูดคุยกัน ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ต่างฝ่ายต่างก็ยึดมั่นในข้อมูลของตนเอง ก็ไม่มีการเจรจาหาข้อยุติไม่ได้ ส่วนทางเราก็คัดค้านรับไม่ได้ที่มันมีผลกระทบต่อเรื่องดินแดน ซึ่งเราก็ต้องการกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ
นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ข้อพิพาทดังกล่าวมันเกิดขึ้นมาจากการที่ยกเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว ตามหลักความเป็นจริงจะต้องร่วมกัน ไทยไม่เห็นด้วยมาตลอด มีการประชุมกันตลอด หารือกันแต่ไม่ลงตัว จนที่ประชุมมีมติเลื่อนพิจารณาไปประชุมกันโอกาสหน้า ส่วนที่เราไม่เคยได้รับรู้เลยก็คือเรื่องเอกสารที่ทางเขมรยื่นไป ทางเราได้ขอไปที่มรดกโลก แต่ไม่ได้การตอบรับ ล่าสุดได้มีการรับปากว่าจะให้ เราต้องกลับมาเพื่อที่จะทำทุกอย่าง เบื้องต้นเราต้องรู้รักสามัคคี จะทำให้เราแก้ปัญหาได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้กระบวนการจะเป็นอย่างไร นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือเรื่องเอกสาร ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำ 1.ต้องเร่งขอเอกสารจากคณะกรรมการมรดกโลก 2. การนำเอกสารต้องรีบนำเอกสารมาพิจารณาข้อถูกต้องหรือเงื่อนไขของกฎหมาย 3.เราต้องทำความเข้าใจกับองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆจะเป็นกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงศึกษา 4.เปิดการเจรจาพูดคุยกับทางกัมพูชา หาข้อยุติเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าหากยังหาข้อยุติไม่ได้ ปีหน้าจะทำอย่างไร จะทำให้เสียเปรียบหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ปีหน้าก็จะต้องว่ากัน อาจจะมีการเลื่อนอีกก็ได้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้กำลังใจและสื่อมวลชนทุกแขนงที่ติดตามพร้อมกับยืนยันว่าตนเองและคณะจะปกป้องอธิปไตยผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ทุก ๆคน จนถึงลูกถึงหลาน



