
บุกเดี่ยวกวาดทอง100บาทห้างบิ๊กซีปทุมธานี
โจรบุกเดี่ยวกวาดทอง น้ำหนัก 100 บาทในห้างบิ๊กซีปทุมธานี ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปในห้างโลตัสสาขานวนคร ตำรวจปิดล้อมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ สุดท้ายวืด ขณะที่กองปราบฯจับสาวทำทีเป็นท้องเข้าไปขโมยทอง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มีนาคม 2552 ร.ต.ท.ไชยฤทธิ์ จุริตทะโย ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืน บุกเดี่ยวเข้าปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขา นวนคร ภายในร้านทอง กิมโต๊ะกัง ชั้น 2 เลขล๊อคที่ 2cr209/1 หมู่ 13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยคนร้ายกวาดทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณไปจำนวน 100 บาท และวิ่งหลบหนีออกจากร้าน เข้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันห่างประมาณ 300 เมตร โดยใช้เวลาในการลงมือเพียง 15-20 วินาที คือเวลา 10.25.20 นาที ออกจากร้านเวลา 10.25.35 นาที
จากการสอบสวน นางจิราพร พวกดี อายุ 30 ปี นางพรรณทิพย์ สมภาร อายุ 22 ปี น.ส.ธัญชนก สมภู่ อายุ 24 ปี พนักงานขายในร้านจำนวน 3 คน ให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุสวมกางเกงยีนต์สีดำ เสื้อสีดำ หมวกแก๊ปสีดำ สวมแว่นตาดำ และสะพายกระเป๋าเป้สีดำ เข้ามาในร้านและตะโกนว่าให้อยู่เฉยๆ จากนั้นจึงชัดอาวุธปืนไม่ทราบขนาดมาข่มขู่ และจับตู้ทองด้านริมฝั่งกำแพงกระจกล้มคว่ำ จนกระจกแตกกระจาย
จากนั้นคนร้ายได้กระโดดข้ามตู้ และหยิบทองรูปพรรณที่แขวนอยู่ที่ผนังด้านหลังใส่กระเป๋า แล้ววิ่งหลบหนีออกไปจากร้าน แล้ววิ่งหนีลงบันไดเลื่อนขาขึ้น จากนั้นได้วิ่งออกไปจากห้างบิ๊กซี โดยมีนายเอกภพ บัวเลิศ ผู้จัดการทั่วไปของห้าง บิ๊กซี ที่ยืนปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของห้าง ได้ยินเสียงดังผิดปกติของตู้ทอง ที่ถูกคนร้ายผลักล้ม พร้อมด้วยพนักงาน รปภ. จำนวน 3 นาย ได้วิ่งไล่ติดตามคนร้ายไประยะห่าง ๆ เนื่องจากเกรงคนร้ายมีอาวุธปืน โดยเห็นคนร้ายวิ่งหลบหนีเข้าไปในห้างโลตัส สาขานวนคร ที่มีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกันแฝงตัวหลบหนีไปได้
ต่อมา นายไพฑูรย์ ชาวไทย อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/88 หมู่ที่ 8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง เจ้าของงห้างทอง ได้เดินทางมาสำรวจความเสียหาย พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจำนวนหนึ่ง พบว่า ตู้กระจกที่ถูกคนร้ายผลักล้มกระจกแตกกระจายเกลื่อน โดยนายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า ตนทำธุรกิจค้าทองรูปพรรณ 6 สาขา ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆในเขต จ.ปทุมธานี และที่ตลาดบางขันธ์ เบื้องต้นพบว่า ทองรูปพรรณเป็นสร้อยคอขนาดน้ำหนัก 5 บาทได้ถูกคนร้ายฉกไปน้ำหนักรวม 100 บาท คิดเป็นมูลค่า 2,000,000 บาท
ทางด้าน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กระจายกำลังตรวจสอบรอบพื้นที่เกิดเหตุ และภายในห้างฯโลตัส ที่คนร้ายได้วิ่งหลบหนีเข้าไป โดยวางกำลังปิดล้อมตามล่าตัวคนร้ายที่หลบเข้าไปห้างสรรพสินต้าโลตัส สาขานวนคร และวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้น หาตัวคนร้ายภายในห้างดังกล่าว แต่ก็ยังไม่พบตัว
เบื้องต้นได้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้างฯ รอบๆที่เกิดเหตุ เพื่อสเกตซ์ภาพหน้าตาของคนร้ายที่ชัดเจน พร้อมทั้งนำรูปคนร้ายไปเทียบตามประวัติอาชญากร และตรวจสอบภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ว่ามีบุคคลแปลกหน้า หรือบุคลิกคล้ายคนร้าย มาพักอาศัยที่ใดบ้างหรือไม่
ทั้งนี้ คาดว่าคนร้ายน่าจะเดินทางมาดูลาดเลาก่อน แล้วจึงลงมือก่อเหตุ และหากคนร้ายยังแฝงตัวอยู่ภายในห้างฯดังกล่าว เกรงว่าคนร้ายอาจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม จะได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป โดยจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆของห้าง
จับสาวทำทีเป็นท้องเข้าไปขโมยทอง
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ บก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.ปกรณ์ ราชคาม สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังจับกุม น.ส.สุพรรณี อุประเสน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 563/1 หมู่ 9 ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ตามหมายจับของศาล จ.เชียงใหม่ ที่ 184/2549 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่ร้าน “หญิงหญิง” นวดแผนโบราณและคาราโอเกะ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก น.ส.สุพรรณี เคยก่อเหตุทำทีเป็นสาวท้องแก่เข้าไปติดต่อขอซื้อวัสดุก่อสร้างจากร้านของ น.ส.นัคมน ขจรขันเพชร ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แล้วฉวยโอกาศที่ผู้เสียหายเผลอขึ้นไปขโมยทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 20 บาท พร้อมเงินสด 50,000 บาท ไป หลังก่อเหตุผู้ต้องหาถูกตำรวจของ สภ.ช้างเผือกจับกุมตัวได้ รับสารภาพว่าต้องหาเงินไปประกันตัวสามีที่ถูกจับกุมคดีลักทรัพย์ ต่อมาน.ส.สุพรรณี ผู้ต้องหายรายนี้ได้รับประกันตัวจึงหลบหนีคดี กระทั่งถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีต่อไป



