ข่าว

"กอร์ปศักดิ์-วีระ"

"กอร์ปศักดิ์-วีระ"

02 ส.ค. 2553

การที่ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขึ้นเบิกความต่อศาลเป็นพยานให้ "วีระ มุสิกพงศ์" แกนนำ นปช. จนทำให้ "วีระ" ได้ประกันตัว สร้างความสงสัยให้แก่สังคมบางคนถึงกับส่งข้อความใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อว่า "กอร์ปศักดิ์" จึงตัดสินใจเขียนเบื้องหน้าเบื้องหลัง

 เมื่อคืนวันพุธที่ 28 กรกฎาคม ผมได้รับหมายศาลให้เป็นพยานในการไต่สวนคดีของศาลอาญาเกี่ยวกับกรณีที่คุณวีระได้ขอประกันตัวในระหว่างการสู้คดี โดยศาลมีคำสั่งให้ผมไปที่ศาลอาญาในเวลา 09.00 น.  ของเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม

 ผมไม่สันทัดเรื่องคดีความจึงได้สอบถามเพื่อน ส.ส.ที่เป็นทนายให้ช่วยอธิบายว่าทำไมศาลถึงออกหมายเรียกและผมต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไร

 ได้ความว่าคุณวีระได้ขอประกันตัวไว้ที่ศาลอาญาซึ่งศาลอาญาไม่อนุญาต และต่อมาทนายของคุณวีระได้ขออุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แจ้งศาลอาญาให้มีการไต่สวนเพิ่มเติม ในการไต่สวนนี้ผมได้รับหมายจากศาลให้ไปให้คำให้การ

 เมื่อเป็นหมายศาลผมต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 การให้ปากคำต่อศาลมีเพียงประเด็นสั้นๆ ใช้เวลาไม่เกิน 15-20 นาที

 เริ่มที่การเจรจาระหว่างรัฐบาลและ นปช. ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย ซึ่งผมได้ให้การไปว่าผมมีส่วนในการเจรจาโดยเฉพาะในทางที่ไม่เปิดเผยหลังจากที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ประกาศแผนปรองดอง 5 ข้อเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม และคุณวีระในฐานะประธาน นปช. ได้ประกาศยอมรับแผนปรองดองที่รัฐบาลเสนอในวันรุ่งขึ้น

 ผมให้การต่อด้วยว่าแผนปรองดอง 5 ข้อมีรายละเอียดมาก จึงได้มีการเจรจาในอีกหลายประเด็น  ทุกครั้งที่คุณวีระตกลงในเนื้อหา คุณวีระจะนำกลับไปหารือกับแกนนำคนอื่นๆ และกลับมาเจรจาต่อพร้อมกับการเพิ่มข้อต่อรองเกือบทุกครั้ง

 หลังจากเจรจาผ่านไปสองสามครั้ง ผมได้บอกไปว่าการเจรจาต้องมีวันสิ้นสุด คุณวีระบอกกับผมว่า “ถ้าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับผมในครั้งนี้ ผม (คุณวีระ) คงต้องขอลาออกจากการเป็นประธานของนปช.” ผมให้การต่อด้วยว่าผมไม่ทราบว่าคุณวีระได้ลาออกจากการเป็นประธาน นปช.หรือไม่ในภายหลัง

 ผมให้การต่อว่า ผมได้คุยกับคุณวีระทางโทรศัพท์อีกหลังจากที่การเจรจาล้มเหลวโดยคุณวีระบอกว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมที่เวทีชุมนุมอีกแล้ว

 หลังจากมีการยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม และแกนนำคนอื่นๆ มอบตัว คุณวีระได้โทรหาผมเพื่อขอให้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงว่าพร้อมมอบตัวเพื่อสู้คดี ไม่ได้คิดจะหนีไปไหน

 ผมทราบว่ามีพยานอีกจำนวนหนึ่ง แต่ผมเป็นพยานแรกและได้เดินทางกลับก่อน

 ศาลท่านเป็นผู้วินิจฉัยว่าคุณวีระสมควรได้รับการประกันตัวหรือไม่ อย่างไร ซึ่งมีการอ่านคำวินิจฉัยในวันรุ่งขึ้น

 มีท่านที่ไม่พอใจ ส่งข้อความถึงผม ใช้คำรุนแรงว่าการกระทำของผมช่างบัดซบ บางท่านกล่าวหาว่าผมรับสองทาง หาว่าผมเลวไม่ต่างกับฆาตกร ว่าไปถึงวงศ์ตระกูล ที่หยาบคายจนถึงไม่ควรนำมาเล่าให้ฟังก็มี ส่วนนี้ผมไม่ตอบโต้

 สำหรับบางท่านต่อว่าผมว่าไปศาลทำไม  ผมตอบได้แต่เพียงว่าทุกคนรวมทั้งตัวผม ควรเคารพต่อคำสั่งศาล

 บางท่านกล่าวว่าผมไม่ควรให้การที่เป็นคุณประโยชน์ต่อคุณวีระ  ผมตอบได้ว่าการให้การในศาลต้องพูดแต่ความจริง พูดเท็จใส่ร้ายใครไม่ได้

 ผมเข้าใจที่หลายท่านโกรธและเห็นว่าผมทำไม่ถูก ผมคงไม่สามารถเปลี่ยนใจท่านได้ ผมเองมีความรู้สึกไม่ต่างกับหลายท่านต่อผู้ที่ทำร้ายบ้านเมืองของเรา แต่ผมมีหน้าที่และต้องเคารพกติกาและกระบวนการยุติธรรม  ผมขอให้ท่านได้เข้าใจสักนิดว่าบ้านเมืองของเราจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการยุติธรรมทำงานได้เท่านั้น ใช้ความรู้สึกโกรธ เกลียด ไม่น่าจะแก้ปัญหาได้

 บางท่านเริ่มกังวลว่าแกนนำคนอื่นๆ จะได้รับการประกันตัว ศาลท่านเป็นผู้วินิจฉัยครับว่าใครสมควรหรือไม่สมควรได้รับการประกันอย่างไร ไม่ใช่เลขาฯ นายกฯ หรือรัฐบาล ผมอยากจะขอร้องให้เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเพื่อบ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปได้