ข่าว

 อภิสิทธิ์ต้องพูดให้ชัด “ประชาชนมีส่วน”...แค่ไหน อย่างไร ?

อภิสิทธิ์ต้องพูดให้ชัด “ประชาชนมีส่วน”...แค่ไหน อย่างไร ?

02 ส.ค. 2553

รัฐบาลผสมที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ มีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ทำงานจริงๆ จังๆ ได้ ราว 1 ปี 6 เดือนแล้ว ผมมองว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ขยันคิดขยันทำนะครับ แต่เป็นการขยันคิดขยันทำที่ขาดความสมดุลจนสิ่งที่คิดว่าจะทำกลายเป็นความเพ้อฝัน

 รัฐบาลขยันคิดที่จะทำโน่นทำนี่ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในฐานะหรือมีความพร้อมที่จะทำโครงการใดๆ ได้เลย รัฐบาลต้องยอมรับนะครับว่า ทั้งรัฐบาลและชาวบ้านอยู่ในฐานะยากจนไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่คิดจะทำใช้เงินเป็นแสนล้าน รวมหลายๆ โครงการก็เป็นหลายล้านล้านบาท รัฐบาลจะไปเอาเงินจากไหนมาทำ ในการจัดทำงบประมาณประจำปีทุกปี

 ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลมาโดยตลอด ต้องกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกประเทศมาโปะตอนนี้ก็ปาเข้าไปถึง 4 ล้านล้านบาทจนแทบจะชนเพดานที่กู้ได้ เมื่อมีคนทักท้วงว่ากู้มากไปแล้ว รัฐบาลก็แกล้งเป็นคนพิการหูหนวกตาบอดฝันเฟื่องว่าจะตัดถนนสายใหม่ๆ จะทำรถไฟฟ้าแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ จะทำรถไฟด่วน 3 สาย จะสร้างท่าเรือน้ำลึก จะพัฒนาพื้นฐานการสื่อสาร จะสั่งซื้อเครื่องบินรบไปจนถึงสั่งซื้อเรือดำน้ำและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปรบกับใคร-ฮา

 รัฐบาลไม่รู้หรือว่า ไม่เพียงรัฐบาลที่มีหนี้สิน ชาวบ้านก็มีหนี้สินกันถ้วนหน้า สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจพบคนไทยเป็นหนี้เฉลี่ยต่อหัวละ 1 แสนบาทเข้าไปแล้ว ต้องทำมาหากินอย่างสุจริตสลับกับการแอบค้ายาบ้า หรือปล้นฆ่าคนที่รวยกว่า...ผมไม่เห็นรัฐบาลมีโครงการที่จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ถาวร นอกจากกู้เงินเขามาล้างหนี้ให้ชาวบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านไปสร้างหนี้กันขึ้นมาใหม่วนเวียนไม่รู้จักจบสิ้น

 เกษตรกรในชนบทมีอยู่ 22.7 ล้านคน คิดเป็น 35% ของประชากรทั้งประเทศล้วนยากจน แทนที่รัฐบาลจะจี้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยกันทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างถาวร เช่น หาเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย หรือยาปราบศัตรูพืชดีๆ ราคาไม่แพงนักไปให้เกษตรกร หรือเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ก็น่าจะสั่งให้หน่วยงานที่มีอยู่แล้วอย่าง ส.ป.ก. หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่รู้จักเกษตรกรดีที่สุดเข้าไปช่วย ดันทะลึ่งจะตั้งธนาคารที่ดินบ้างล่ะ จะออกโฉนดชุมชนบ้างล่ะขึ้นมาอีก รัฐบาลต้องจี้ส่วนราชการที่ผูกพันกับเกษตรทุกหน่วยทำงานครับ ไม่ใช่ผุดหน่วยงานใหม่ๆ ขึ้นไม่หยุดหย่อน เหมือนบริหารงานไม่เป็นคือพอใช้ข้าราชการประจำไม่ได้ ก็ตั้งหน่วยงานที่ตัวเองใช้งานได้ขึ้นมาทำงานแทนให้ซ้ำซ้อนกันอย่างที่เป็นข่าวมาเนืองๆ

 คุณอภิสิทธิ์บอกว่า ทุกโครงการที่จะลงทุนทำใหม่ ต้องผ่านขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา แต่คุณอภิสิทธิ์ไม่ได้อธิบายความว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนจะทำได้ด้วยวิธีการอย่างไรหรือทำได้แค่ไหน และทำได้อย่างไร...ที่ผมและเพื่อนสื่อมวลชนต่างๆ สะท้อนความรู้สึกของชาวบ้านร้านตลาดที่มีต่อรัฐบาลกันอยู่ปาวๆ นี่ ใช่การมีส่วนร่วมของประชาชนหรือเปล่า หรือว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนคือ โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิดที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเท่านั้น

 คุณอภิสิทธิ์ก็ทราบดีว่า นอกจาก “สื่อสารมวลชน” จะเอาแผนงานของรัฐบาลไปบอกชาวบ้านแล้วยังเอาความคิดเห็นของชาวบ้านกลับมาบอกรัฐบาลด้วย นี่คือความพยายามที่จะให้ “ประชาชนมีส่วนร่วม” อย่างมากที่สุด แต่บางเรื่องรัฐบาลกลับไม่รับฟัง ผมจะยกตัวอย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่คุณอภิสิทธิ์เคยสั่งให้ยุติการสำรวจ แล้วไปคิดค้นเรื่องพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง ปรากฏว่าทุกวันนี้หน่วยงานนั้นก็ยังถลุงเงินกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยไม่แยแสการปรามของนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด... หากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ นายกรัฐมนตรีควรออกเป็นมติคณะรัฐมนตรีให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงครับ ไม่ใช่ปล่อยให้พวกนั้นแอบทำงาน รอเวลารัฐบาลนี้หมดอายุแล้วดันโครงการนี้ขึ้นมาใหม่...อย่างนี้สิครับจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ

ภาณุมาศ ทักษณา