ข่าว

ถกปลัดอบต.แนะให้ความสำคัญ3ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนงาน

ถกปลัดอบต.แนะให้ความสำคัญ3ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนงาน

25 มี.ค. 2552

ถกยุทธศาสตร์การบริหารงานบุคคลของอบต. รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แนะผู้แทนองค์กรท้องถิ่นเห็นความสำคัญกับการบริหารครอบคลุม การเงิน บริหารงาน และบุคคล ระบุจัดเก็บภาษีใหม่ จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้จาก 7%ขยับเป็น 15 % " รองเลขาธิการสถาบันพระป

 ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตตี้ จอมเทียน อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี มีการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฎิบัติการ เรื่องยุทธศาสตร์การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 โดย มีปลัดอบต.และรองปลัดอบต.ทั่วประเทศ เข้าร่วมประมาณ 2,500 คน  ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นโดย  สมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ที่มีการประชุมระหว่าง 25-27 มี.ค.

 นายทวีศักดิ์  ศรีทองกิตติกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย  กล่าว เปิดการสัมมนาว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ได้เปิดกว้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจในการบริหารจัดการกว้างขึ้น ในส่วนของการบริหารบุคคลทั้งนี้การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบคุ้มครองคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงานบุคคล ตามที่กฏหมายกำหนด  ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้ดาดหวังว่าจะให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบถึงบทบัญญัติตาม รธน.ปี50 และทราบถึงทิศทางและแนวทางการแก้ไขกฎหมายการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 นายวัลลภ พริ้งพงศ์ รองอธิปดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวในการ
บรรยายพิเศษเรื่อง "การบริหารงานท้องถิ่นตานโยบายของรัฐบาล"  ว่า ขณะนี้สมาพันธ์ปลัดอบต.ได้ก้าวสู่ทศวรรษถือได้ว่ามีพัฒนาการและมีความเข้มแข็งขึ้น  ในฐานะผู้แทนองค์กรท้องถิ่น จะต้องทำให้ประชาชนมีความสุข

 ทั้งนี้แผนการบริหาร3ด้าน ที่ต้องให้ความสำคัญ ประกอบด้วย ด้านการเงิน ระบบการบริหารงาน และการบริหารบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารด้านการเงิน นับเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องทำความเข้าใจเนื่องจากแต่ละปีมีงบประมาณจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น ซึ่งหากย้อนตั้งแต่ปี 2541 ท้องถิ่นได้งบอุดหนุน 9หมื่นล้านบาท แต่ในปี2551ท้องถิ่นมีงบประมาณมากถึง4แสนล้านบาท/ปี เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 300-400%

 "ขณะนี้รัฐบาลกำลังร่างพรบ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้นองค์กรท้องถิ่นต้องเตรียมพร้อมเพราะ
 หาก พรบ.ดังกล่าวผ่านการเห็นชอบและนำมาใช้ จะต้องยกเลิกการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ และหันมาใช้พรบ.ฉบับนี้แทน  ต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีใหม่ ซึ่งจะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้จาก 7%ขยับเป็น 15 % "

 นายวัลลภ กล่าวว่า   การจัดสรรงบประมาณของส่วนกลางจะต่างกับการจัดสรรให้กับท้องถิ่น ดังนั้นท้องถิ่นจะต้องรู้เพื่อนำไปปรับให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการ  ทั้งนี้การจัดสรรงบท้องถิ่นรัฐบาลจะจัดสรรแยกเป็นงบด้านต่างๆเช่น ภาษี รัฐบาลกลางจะทยอยให้รายเดือน ส่วน ภาษี vat รัฐบาลกลางจะทยอยให้ราย2 เดือน และงบอุดหนุน จะส่งให้ท้องถิ่นทุกไตรมาส ดังนั้นท้องถิ่นจะต้องวางแผนการบริหารจัดการงบให้ถูกต้อง เพราะอาจกระทบกับนโยบายของท้องถิ่นได้

 สำหรับแผนงานงบกลางที่รัฐบาล อยากจะฝากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่เน้นการใช้งบประมาณ 3ด้าน คือ นโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพกับคนชรา  ซึ่งองค์กรท้องถิ่นจะต้องจัดสรรให้ไปก่อน ทั้งนี้พบว่าที่ผ่านมามีการรวมจ่ายย้อนหลังซึ่งไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้นโยบายเกี่ยวกับ อสม.โดยจัดสรรผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสุดท้ายคืองบประมาณที่นำไปใช้เกี่ยวกับการเรียนฟรี 

 รศ.วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวในการเป็นวิทยากรปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ทิศทางและบทบาทข้าราชการท้องถิ่นในอนาคต" ว่า  ข้าราชการควรมีหลักและแนวทางในการทำงานโดยเน้นในเรื่องของการยึดมั่นในความถูกต้องควบคู่ไปกับการทำงานบริหารท้องถิ่น ทั้งนี้ตำแหน่งปลัดปลัด อบต.ซึ่งถือได้ว่าเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่มีความสำคัญในการบริหารการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นตำแหน่งพิเศษ เพราะเมื่อสอบบรรจุเป็นปลัดแล้วสามารถมาบริหารงานได้ทันที จึงควรมีมุมมองในเรื่องต่างๆ ที่สามารถผลักดันการเจริญเติบโตให้ท้องถิ่นได้ ทั้งในเรื่องของหลักการถ่ายทอดความสามารถที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง หลักความเพียรที่จะต้องฝึกการกล้าเผชิญปัญหา และมุ่งมั่นที่จะทำงานในสิ่งที่ถูกต้อง อีกทั้งเรื่องหลักคุณธรรมและความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ซึ่งควรตระหนักในบทบาทและหน้าที่ รวมถึงอำนาจที่ตัวเองมีมาปรับใช้ ตลอดจนการมีปฏิภาณไหวพริบและมีจุดยืนในการรักษาสมดุลระหว่างการเมืองกับความถูกต้องอันจะนำมาซึ่งประโยชน์สุขของสังคมและประชาชน

 รศ.วุฒิสาร กล่าวด้วยว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีความเติบโตมากขึ้น เพราะเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากหลากหลายภาคส่วนเพราะถูกมองว่าเรื่องของการกระจายอำนาจนั้นยังสะเปะสะปะ แต่ทุกวันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทำได้ ซึ่งทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างขึ้นมาจนเข้มแข็งและเป็นผลมาจากผู้วางแผนและผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้องและพยายามฟันฝ่าอุปสรรคที่เผชิญอย่างมีระบบ ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้จะไม่สามารถเห็นได้หากผู้ปฏิบัติซึ่งเป็นพนักงานท้องถิ่นไม่ช่วยกัน

 "อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนที่อยู่ในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีสำนึกและตระหนักในเรื่องของความถูกต้องมาเป็นที่ตั้ง เพราะปลัด อบต.นับได้ว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดใน อบต. การยึดมั่นในสิ่งที่ถูกที่ควรจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเพราะจะสามารถพัฒนาองค์กรในอำนาจหน้าที่ที่ตนเองปกครองดูแลให้มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อันจะนำมาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สังคม และประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ได้อยู่กันอย่างมีความสุขยิ่งขึ้นไป"  รศ.วุฒิสาร ระบุ