ข่าว

สุเทพยกภูเก็ตโมเดลสร้างปชป.เป็นรบ.พรรคเดียว

สุเทพยกภูเก็ตโมเดลสร้างปชป.เป็นรบ.พรรคเดียว

01 ส.ค. 2553

“สุเทพ” ยก “ภูเก็ตโมเดล” สร้าง ปชป.ยุคใหม่ เป็นรัฐบาลพรรคเดียว ให้ ส.ส.เลิกด่าเพื่อน สั่งปั๊มมวลชนเพิ่มคนละ 3,000 คน ใน 12 เดือน ติงแก้ปัญหาสภาล่มส.ส.ต้องบังคับตัวเอง

 (1ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุมสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ในหัวข้อ “รวมพลังแก้ไขวิกฤตชาติ” ที่โรงแรมเมอร์ลิน บีช รีสอร์ต จ.ภูเก็ตนั้น เริ่มต้นในเวลา 09.00 น.มีผู้ว่าราชการจังหวัด กำนันผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ชาวประมง ผู้ใช้แรงงานภาคท่องเที่ยว ฯลฯ ราว 100 คน เข้าร่วม โดยมีรัฐมนตรี กรรมการบริหาร และ ส.ส.ปชป.อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ปชป. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี สังเกตการณ์อยู่โดยรอบ เพื่อเป็นต้นแบบในการนำไปทำให้สาขา ปชป.ในแต่ละจังหวัดเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยนายชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ กรรมการสมัชชาปฏิรูป เป็นนำการประชุม

 ทั้งนี้ในช่วงแรก ทีมงานนายชัยวัฒน์ได้เล่าถึงประสบการณ์ในการจัดสมัชชา เนื้อหาส่วนใหญ่ เน้นการพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็น ไม่สนใจสีเสื้อ ให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม โดยเอ็นจีโอรายหนึ่งระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการ ปชป.ได้สั่งให้ ส.ส.ทุกคนไปจัดสมัชชาทั่วประเทศ เพราะหวังจะให้ ปชป.หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมวลชน แต่ตนพบว่า ขณะนี้มีปัญหา 2 ลักษณะ หนึ่ง สำหรับมวลชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ปชป.มีที่นั่งแข็งแรง แต่คนรุ่นใหม่ ที่หันมาสนใจการเมืองมากขึ้น ปชป.ยังแปลกแยกอยู่พอสมควร ปชป.จึงต้องหาคนที่มีความสามารถในการพูดคุย ไปทำให้ชาวบ้านฝันร่วมกันให้ได้ โดยให้ทำตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับชาติ

 จากนั้นได้มอบโจทย์ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมแบ่งกลุ่ม พร้อมไปหาคำตอบ 4 ข้อ 1.จุดแข็งของภูเก็ตมีอะไรบ้าง 2.ความท้าทายของภูเก็ตคืออะไร 3.อยากให้หน้าตาภูเก็ตในอีก 5 ปีและ 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร และ 4.จะทำอย่างไรให้เดินไปถึงจุดนั้น และอยากให้ ปชป.สนับสนุนอย่างไรบ้าง ให้เวลา 1 ชั่วโมง ก่อนให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มมานำเสนอ โดยเน้นหนักไปที่คำตอบข้อ 3 และ 4 จากนั้นให้นำข้อสรุปไปมอบให้กับ ส.ส.ภูเก็ต ของ ปชป.ได้แก่นายทศพร เทพบุตร และนายเรวัติ อารีรอบ ไปปรับปรุงเป็นนโยบายเพื่อใช้การพัฒนา จ.ภูเก็ตต่อไป

 จากนั้นเวลา 11. 15 น. นายสุเทพ กล่าวเป็นภาษาใต้เพื่อปิดการสัมมนาว่า ในการประชุมสัมมนา ปชป.ทุกทีมาถึงก็มีแต่คนพูดๆ แต่วันนี้เราได้เชิญวิทยากรมานำเสนอแนวทาง วิธีการ ในการระดมความคิด ในเชิงบวก เพื่อให้สมาชิกทั้งหลายได้นำไปฝึก ไปปฏิบัติ ถึงจะเห็นว่าเป็นวิธีการที่ได้ผล ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะการเมืองในวันนี้และวันต่อไปข้างหน้า เป็นการเมืองที่ต้องระดมความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆเข้ามาด้วยกัน แล้วต้องเอาเรื่องที่ดีและสร้างสรรค์ พวกเรา ปชป.มีความสามารถอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ด่าเพื่อน ทั้งในที่ประชุมพรรค และที่ประชุมสภา เรื่องด่าเพื่อนไม่มีแพ้ใครเลย จนทำให้เราลืมสิ่งดีๆ วิธีการพูดดีๆ ชักชวนให้เดินไปกับเราดีๆ เราลืม เราขาด เราเลยติดวิธีการแบบนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้า ปชป.ทำเป็นประจำ

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องพัฒนากันใหม่ จะไปชวนให้คนอื่นพัฒนาประเทศไทย เราต้องปฏิรูปตัวเองก่อน ต้องหยุดด่าเพื่อน และชวนเพื่อนคุย คิดไปในทางที่ดี ทางที่บวก ทางที่สร้างสรรค์ พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาได้ถึง 65 ปี เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่อยู่ในประเทศไทย ที่อยู่มาได้ไม่ใช่เพราะตัวหัวหน้าพรรค แต่เพราะประชาชน พวกหัวหน้าพรรค เลขาพรรค ส.ส.อย่าไปไว้ใจมักมาก เพราะเลขาธิการพรรคกว่า 90% ออกจากพรรคทั้งหมด ตั้งแต่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ มาจนถึง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และอดีตหัวหน้าปชป.บางคนออกไปแล้วด่าพรรคไม่หยุดก็มี เมื่อมาถึงเวลานี้ที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนไป การเมืองวันนี้เป็นการเมืองภาคประชาชน ดังนั้นเราต้องชวนคนเข้ามามีส่วนรวม

 นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้เราต้องปฏิรูปตัวเอง พัฒนาตัวเอง คนที่ด่าเพื่อนทุกวัน สุดท้ายจะไม่มีใครฟัง แต่คนที่ชวนเพื่อนคุย มารวบรวมสมอง และสำคัญที่สุด ตนอยากชวนคนที่เป็นเจ้าของพรรคที่แท้จริง และช่วยกันรักษามรดกทางการเมือง เราต้องระวังเป็นพิเศษ อย่าอวดดี อย่ายโส ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องเข้าไปหาประชาชน ต้องหลอมประชาชนให้เข้ามาหาเรา และในฐานะที่เป็นพรรคคู่บ้านคู่เมือง ส.ส.ภูเก็ตแค่ 3 คน ไม่มีทางไปได้หมด แต่ให้เอาสิ่งที่เราเคยพูดไว้ มาพัฒนามาปฏิรูป ประชาธิปัตย์จะยิ่งใหญ่ เป็นพรรคการเมืองเดียวที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ สมาชิกพรรคจะต้องมีคุณภาพ ส.ส.ทั้งหลายต้องยกระดับ ถ้าสมาชิกพรรค สาขาพรรคมีคุณภาพ ส.ส.ก็มีคุณภาพ

 “เราไม่มีเวลานาน ต้องรีบทำ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองหวาดเสียวเหลือเกิน ผมมีประสบการณ์ใน 1-2 ปี เป็นเวลาที่ทุกข์ยากที่สุดในชีวิตการเมือง สถาบันถูกเอามาโจมตี ระบบประชาธิปไตยเกือบจะอยู่ไม่ได้ เกือบจะไปไม่รอด บ้านเมืองเกือบจะเกิดสงครามกลางเมือง กลียุค อันตรายมาก วันนี้ชาวภูเก็ตทั้งหลายเป็นประชาชนรุ่นปฏิรูปรุ่นแรก และเราจะไปทำทุกจังหวัด เราจะยกระดับให้สมาชิก ปชป.มาเป็นผู้นำการเมือง ผู้นำมวลชน  อยากบอกกับสมาชิก ปชป.ทั้งหลายว่า นายกฯได้ประกาศนโยบายปรองดองสมานฉันท์ เพราะถ้าไม่ปรองดองสมานฉันท์ เราจะเป็นเหมือนอิรัก หรือหลายประเทศที่รบกันอยู่” นายสุเทพ กล่าว

 นายสุเทพ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องไม่สร้างศัตรูเพิ่ม ที่เคยด่าเพื่อนหยุดไว้ก่อน ให้ฝึกความชำนาญเรื่องอื่น ต้องเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับข้าราชการ และมีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน แต่เราต้องดึงทุกคนเข้ามาร่วมงาน มาเป็นพวก มาสนับสนุน และตั้งเป้าไว้ว่าใน 12 เดือนข้างหน้า ส.ส.ทุกคนต้องสร้างให้ได้ถึง 3,000 คน ให้ทำหน้าที่เหมือน ส.ส. คือ 1.พูดจากับประชาชน ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ต้องทันสมัย ทันเหตุการณ์ เป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ของพรรคในแต่ละพื้นที่ และ 2.ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้นำของชุมชน มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพื่อน ข้อสำคัญสมาชิกทั้งหลายต้องจ่ายค่าบำรุงพรรคทุกคน จะชักดาบไม่ได้แล้ว เพราะพรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ไม่ได้

 “เราต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งของเขา ถ้าต้องไปกราบไหว้ขอเงินเป็นหนี้บุญคุณเขา วันข้างหน้าเราจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ สาขาพรรค ต้องปรับปรุงใหม่ให้เข้มแข็ง ไม่ต้องรอให้พรรคใหญ่สั่ง แต่ติดตามทุกอย่างด้วยความรวดเร็วสื่อสาร เรื่องที่หนักใจมากที่สุดวันนี้ ในสถานการณ์อย่างนี้ คนอื่นก็รู้ว่า ปชป.มีจุดแข็งอย่างไร ก็มาทำแบบเรา แต่ทำวิธีทางลัด มาจัดทำใบสมัครให้ แล้วก็บอกว่าตอนนี้เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยแล้ว ทำให้เกิดปัญหาภายหลัง เขาแยกเราออกจากมวลชน พยายามทำให้ ปชป.เป็นจำเลย สิ่งดีงามที่เคยทำ จึงอยากให้สมาชิกนำซีดีอธิบายว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งฆ่าประชาชนไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ” นายสุเทพ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ถึงช่วงนี้นายสุเทพได้เปิดซีดีสรุปเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่ มี.ค.ถึง พ.ค.2553 ที่มีความยาวประมาณ 30 นาที ให้ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาได้ดู ก่อนกล่าวสรุปว่า ขณะนี้เรากำลังดำเนินการตามนโยบายปรองดอง การที่นำซีดีนี้มาเปิด และให้นำไปเผยแพร่ เพียงเพื่อต้องการให้นำความจริงไปอธิบายประชาชน ข้อเท็จจริงในซีดีจะเห็นได้ว่า ไม่มีการใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชน แต่ฝ่ายของเขามีการใช้อาวุธ สร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดสงครามกลาง ว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ ให้นายกฯลาออก อยากให้ ส.ส.นำไปฉาย เพื่ออธิบายกับประชาชน ตนกับนายกฯทำงานเพื่อรักษาบ้านเมือง โดยนึกถึงพระเจ้าอยู่หัว นึกถึงประเทศชาติ คิดว่าเสร็จเรื่องนี้ ไม่ว่าจะสีอะไร แต่คนไทยต้องอยู่ด้วยกัน

 นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ครั้งหนึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เคยสอนตนว่า เราเป็นนักการเมืองมารับใช้ประชาชน ก่อนที่เราจะวางมือ ต้องสร้างพรรคให้เข้มแข็ง วันนี้ตนโชคดีได้เป็นเลขาธิการพรรค ก่อนที่จะวางมือต้องสร้างพรรคให้แข็งแรง แต่จะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่สมาชิกพรรคทุกคน ถ้าท่านทั้งหลายเอาด้วยพรรคก็จะเข้มแข็ง เพราะคิดว่ามีแต่พรรคการเมืองที่เข้มแข็งเท่านั้นถึงจะรักษาบ้านเมืองได้ วันนี้ใส่หัวเชื้อไปแล้ว ขอให้ทุกคนเอาไปขยาย ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล ขอให้อุดมการณ์ ปณิธานของเรา นับวันจะยิ่งใหญ่ไพศาล สามารถสร้างพรรคของเราให้เป็นที่พึ่งของประชาชน เหมือนที่คนรุ่นปู่รุ่นย่าเราเคยคาดหวังเอาไว้

ติงแก้ปัญหาสภาล่มส.ส.ต้องบังคับตัวเอง

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้ซักซ้อมกันแล้วว่าต่อไปนี้ ต้องใช้กฎเหล็กกันภายในพรรค คือ ต้องแข็งแรง ส.ส.แต่ละคนต้องบังคับตัวเอง ตระหนักในภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบที่มีต่อบ้านเมือง การทำหน้าที่ในสภาต้องพร้อมเพรียง แต่ไม่ได้กำหนดว่าส.ส.ขาดประชุมสภากี่ครั้งพรรค ถึงจะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้า ส.ส.ทุกคนต้องตระหนักว่าเราอยู่ในระบบพรรคภายใต้การกำกับดูแลของทุกคนที่เป็นสมาชิก ดังนั้นทุกคนต้องทำตัวให้เหมาะสม ปฏิบัติหน้าที่ให้เข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นส่วนรวมจะตำหนิติเตียน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) เสนอว่าใครที่ขาดประชุมโดยไม่ลานั้นไม่ควรส่งลงสมัครส.ส. หรือให้เป็นรัฐมนตรี นายสุเทพ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ สำหรับตนมองความสำเร็จเป็นที่ตั้ง การทำงานของพรรคต้องมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และต้องแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบในบ้านเมือง ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมดูแลเสียงส.ส.รัฐบาลได้เพราะเป็นงานในหน้าที่ของตนโดยตรง ในฐานะที่เป็นผู้จัดการรัฐบาล ดังนั้นตนต้องบริหารจัดการให้คะแนนเสียงรัฐบาลมีความแข็งแรงพอที่จะทำให้รัฐบาลสามารถผลักดันกฎหมาย นโยบาย และโครงการต่าง ๆ ที่จะนำสู่การพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและประเทศได้

 ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า พรรคการเมืองใหญ่วางมัดจำซื้อตัวส.ส.จำนวน 20 ล้านบาทนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เราไม่ซื้อใคร พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ยึดเรื่องการซื้อขายเสียงทั้งเสียงจากประชาชน ส.ส. หรือนักการเมือง แต่พรรคประชาธิปัตย์พร้อมต้อนรับส.ส.และนักการเมืองทุกคน ทุกพรรคถ้ามีความประสงค์ที่จะเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์ เราก็พร้อมเปิดกว้าง เพราะนี่คือพรรคของประชาชน ทั้งนี้ในส่วนของเสียงส.ส.รัฐบาลในการดูแลไม่ให้ถูกดูดออกไปได้นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา หากส.ส.เห็นว่าพรรคใดอยู่ยาก อุดมการณ์ต่างกันเขาก็มีสิทธิที่จะออกไป พวกที่เย๊ว ๆ ออกไปจากพรรคก็มาก พรรคประชาธิปัตย์ทำใจได้ เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะมีการดูดส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ออกไป และมั่นใจว่าส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ 100 เปอร์เซ็นต์ยังแข็งแรง ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเท่าที่ตรวจสอบนั้นก็พบว่าทุกพรรคก็เข้มแข็ง