ข่าว

อภิสิทธิ์เปิด4รายการใหม่เปิดพื้นที่สื่อสร้างสรรค์

อภิสิทธิ์เปิด4รายการใหม่เปิดพื้นที่สื่อสร้างสรรค์

01 ส.ค. 2553

นายกฯ เปิด 4 รายการใหม่ คอนเซ็ปต์เปิดพื้นที่สื่อสร้างสรรค์ จัดเวทีให้ทุกภาคส่วนแสดงความเห็นแตกต่าง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 ส.ค. ที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) ถนนวิภาวดีรังสิต สถานวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) กรมประชาสัมพันธ์ โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกฤษณพร เสริมพานิช อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และน.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการ สทท. ได้ร่วมกันเปิดตัวรายการใหม่ภายใต้แนวคิดเปิดพื้นที่สื่อสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 4 รายการใหม่ ได้แก่ 1.รายการ “ตรงไปตรงมา” ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 22.00-23.00 น. ซึ่งเป็นรูปแบบการสนทนาปัญหาบ้านเมือง โดยนำคนหลากหลายอาชีพมาน้ำเสนอมุมมองและความคิดเห็นในการแก้ปัญหาประเทศอย่างสร้างสรรค์ตามแผนปฏิรูปประเทศไทย

 2.รายการ “ฉีกกรอบ คิดกับคนรุ่นใหม่” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.00-23.00 น. โดยเป็นรูปแบบการเสวนาแสดงความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ซึ่งจะมีผู้ร่วมรายการอย่างน้อย 18 คน 3.รายการ “ฟังความรอบข้าง” ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 22.00-23.00 น. โดยเป็นการระดมความคิดสร้างสรรค์จากคนทั้งประเทศเพื่อปฏิรูปประเทศ 4.รายการ “เวทีวิป” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.00-23.00 น. ซึ่งรูปแบบเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีในการส่งเสริมประชาธิปไตยและความสมานฉันท์ในชาติ โดยมีผู้ร่วมรายการหลัก คือ นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) และนายวิทยา บูรณะศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน

 นอกจากนี้ยังได้เพิ่มรายการที่น่าสนใจอื่นๆอีก อาทิ รายการ“สถานีสุขภาพ” จัดโดยกระทรวงสาธารณสุข รายการ “4-4-2 วีคเอนด์” ที่เป็นรายการเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล เป็นต้น รายการเหล่านี้จะเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ เป็นต้นไป

 ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาที่ผ่านมาเป็นเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งแทนที่จะใช้เหตุผลหรือความรู้มาแก้ปัญหา หรือยอมรับความเห็นที่แตกต่าง แต่หลายคนกลับใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหา เมื่อตนได้เข้ามาดูแลสื่อของรัฐ โดยเฉพาะช่อง 11 ได้มอบนโยบายให้กรมประชาสัมพันธ์เปิดพื้นที่สื่อให้กว้างขึ้น ให้ผู้ที่มีความเห็นที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักวิชาการ กลุ่มเอ็นจีโอ หรือภาคประชาชน สามารถใช้เวทีแสดงความเห็นที่แตกต่างกันได้ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และใช้เหตุผลในการพิจารณาตัดสินใจต่อเหตุการณ์บ้านเมือง มากกว่าที่จะใช้ความรู้สึกมาตัดสินใจ ทั้งนี้ ตนเชื่อมั่นว่าเวทีสื่อที่เปิดกว้างมากขึ้นจะเป็นเวทีที่ทำให้เราได้แสดงเหตุผลกันมากขึ้น อีกทั้งหวังว่ารูปแบบรายการใหม่เหล่านี้จะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับผังรายการใหม่ของ สทท.11 ว่า นโยบายของรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้วว่าส่วนหนึ่งของแผนการสร้างความปรองดอง(โรดแมป) คือ สื่อมวลชนต้องพยายามเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลในความเห็นที่แตกต่างกันได้ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ก็หวังว่าสื่อของรัฐจะนำทางไปด้วย โดยมีรายการใหม่ๆ ทั้งที่เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ความเห็นของคนรุ่นใหม่ การเปิดให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกัน รวมถึงการนำคนที่มีความคิดเห็นหลากหลายมาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ให้ประชาชนรับรู้รับทราบทุกแง่มุม ดีกว่าไปติดอยู่กับความคิดมุมเดียวแล้วนไปสู่การขัดแย้งกัน เช่น บนท้องถนน

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความหวังในการสร้างความปรองดองและได้เป็น“อภิสิทธัตถะ” ตามที่นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กรรมการปฏิรูป ระบุไว้มากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ ได้แต่อมยิ้ม ไม่ตอบคำถามและได้เดินฝ่าวงผู้สื่อข่าวออกไปทันที